When We Grow Up - ตุลย์ ภากร ธนศรีวนิชชัย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสคู่วายกลายมาเป็นอีกหนึ่งกระแสหลักของวงการบันเทิงไทยไปแล้ว นักแสดงหนุ่มหลายคนก็แจ้งเกิดจากบทคู่วายกันมามากมายซีรีส์หลายๆ เรื่องที่ผ่านมาสร้างกระแสแล้วก็ผ่านไป แต่สำหรับเรื่อง ‘Together With Me อกหักมารักกับผม’ กลายเป็นซีรีส์ที่สามารถสร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาค 3 และไม่เพียงโด่งดังในไทยเท่านั้น ยังโด่งดังไปถึงอีกซีกโลก หนึ่งในนักแสดงหนุ่มที่แจ้งเกิดจากซีรีส์เรื่องนี้ก็คือ ‘ตุลย์-ภากร ธนศรีวนิชชัย’ สถาปนิกหนุ่มผู้รับบท ‘น็อค’ ที่มาของ #กรน็อค และการเล่นแบบจูบจริงจนทำให้ ‘Together With Me อกหักมารักกับผม’ เดินทางมาสู่ Together With Me the Next Chapter ในภาคล่าสุดและภาคสุดท้ายนี้


ภาคสุดท้ายของซีรีส์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

คือทางกองเราไปดูดวงกันมา ล้อเล่น! ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณแฟนคลับทั้งในไทยและในต่างประเทศที่ให้การตอบรับพวกเราเป็นอย่างดี ผู้ใหญ่เลยเห็นว่าน่าจะมีความเป็นไปได้ในการทำภาคต่อ ทางทีมงานได้รับโจทย์มาให้เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง หลังจากที่น็อค-กร รักกันแล้ว ความรักของทั้งคู่จะเป็นไปในทางทิศทางไหน โดยอ้างอิงจากความเป็นปัจจุบันที่เราก็เห็นกันว่าความรักในยุคนี้มันไม่ง่ายเลย ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม อุปสรรคมันเยอะมาก 


ภาคนี้ชื่อว่าอะไร แล้วทิศทางของซีรีส์ไปในทางไหน

The Next Chapter ครับ จริงๆ ภาคนี้ไม่มีในนิยาย เป็นภาคที่ทีมงานเขียนบทขึ้นเอง เป็นการทำการบ้านของทีมบทที่เขียนขึ้นมาใหม่ และอ้างอิงจากเรื่องราวจริงๆ จริงขนาดที่บางครั้งคนในกองยังพูดว่า “ตอนทะเลาะกันกับแฟน ใช้ประโยคนี้แหละ” 


เรียกว่าเป็นภาคต่อได้ไหม 

ได้นะครับ ตอนก่อนหน้านี้จบด้วยการที่กรขอเราแต่งงาน ภาคนี้จะเป็นการอยู่ด้วยกันของจริงแล้ว เป็นการใช้ชีวิตคู่จริงๆ  


รู้ตัวว่าจะมีภาคนี้เมื่อไหร่

ก็มีการเกริ่นๆ มาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้วแล้วครับว่าอาจจะมีภาคต่อนะ เพราะตัวละครได้รับกระแสตอบรับดีมากจากในโลกออนไลน์ทั้งในไทยและในต่างประเทศ  


หลังจากจบภาคแรกตุลย์ไปทำอะไรมาบ้าง 

บวชครับ (หัวเราะ) บวชนี่นับเป็นผลงานไหมเนี่ย ซึ่งเป็นปีเบญจเพสพอดี คุณแม่มีความเชื่อเรื่องนี้พอสมควร ส่วนทางค่ายก็แจ้งมาว่ามีงานรอเราอยู่ประมาณหนึ่ง แต่เรื่องบวชทุกฝ่ายก็อยากให้บวช ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเลย 

จริงๆ คุณแม่อยากให้บวชประมาณเดือนหนึ่ง แต่ผมอยู่ได้ประมาณ 3 อาทิตย์ ส่วนตัวผมเชื่อเรื่องศาสนาอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้ในเรื่องของพิธีกรรม ซึ่งผมบวชที่วัดราชบพิธฯ เป็นพระอารามหลวง ก็จะมีพิธีกรรมที่ละเอียดกว่าวัดอื่นนิดหน่อย ก่อนบวชผมไปต้องไปฝึกซ้อมที่วัดราชบพิธฯซ้อมท่องสำเนียงมคธสิบกว่าครั้งกว่าจะท่องได้ กว่าจะได้บวช 

ตอนที่ไปบวชผมได้อะไรเยอะมาก อยู่วัดในเมืองหนึ่งอาทิตย์ และขึ้นไปวัดป่าที่เชียงใหม่ฉันได้มื้อเดียว และวัดก็จะเคร่งมาก เรื่องการจับปัจจัย เรื่องการฉัน ฉันได้มื้อเดียวคือ 8 โมงครึ่ง ช่วงนั้นผมกินข้าวทีละ 3-4 ทัพพี กินตุนพลังงานไว้ ไม่อย่างนั้นช่วงบ่ายๆ หน้ามืดเลย ผมน้ำหนักลดลงไปเกือบ 10 กิโลกรัม หุ่นตอนนั้นลีน ซิกซ์แพ็กชัดมาก


ส่วนตัวเราเชื่อเรื่องเบญจเพสไหม 

ผมเชื่อเรื่องกรรมดีกรรมชั่วอยู่แล้ว ใครทำอะไรก็จะได้แบบนั้น แต่มันต้องมารับผลกรรมหนักเป็นพิเศษตอนอายุ 25 ปีหรือเปล่า ผมไม่ได้เชื่อขนาดนั้น แต่ถ้าพูดเรื่องอาถรรพ์น่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ผมพึ่งไปตรวจสุขภาพมา แต่ก็ไม่ได้รุนแรงมาก 


เรามีจินตนาการในหัวไหมว่าการบวชเป็นยังไง แล้วเมื่อบวชจริงๆ เหมือนกับที่คิดไว้ไหม 

ผมมีจินตนาการเรื่องผี ตอนแรกผมกลัวเหมือนกัน ตอนเด็กเป็นคนกลัวผีมาก ต้องมีคนเฝ้าหน้าห้องน้ำเวลาอาบน้ำ มันเกิดมาจากตอนเด็กๆ เล่นผีถ้วยแก้ว เล่นซ่อนแอบ เล่นหาผีกันในห้องสมุด พอกลับมาบ้านแล้วติดตาเหมือนฝังใจ แต่เขาก็เล่ากันว่าวันแรกเนี่ยเป็นวันรับน้อง เพราะเป็นศีลแรก ถือศีลครบ ศีลบริสุทธิ์ แต่ผมก็ไม่เจออะไรนะ หลับสนิทเลย ตื่นมาบิณฑบาตต่อ


ได้ความคิดอะไรจากการบวชครั้งนี้บ้าง 

ความยึดมั่นถือมั่นครับ มันเกิดจากการตั้งความเป็นเจ้าของกับสิ่งของ ถ้าเราไม่ไปครอบครองมันซะอย่าง เราก็ไม่เป็นทุกข์ อีกเรื่องก็เรื่องบุญกรรมครับ ตั้งแต่สึกมาผมยังไม่ได้แตะแอลกอฮอล์เลย ถ้าเราศีลครบมันเป็นเครื่องป้องกันเราจากการทำบาป จริงๆ อยากบวชต่อ ก็มีคิดไว้ว่าถ้าถึงวันหนึ่งที่เราสำเร็จในชีวิตแล้ว เรารู้สึกเพียงพอกับทางโลกแล้ว เราคงมาทางสายธรรมเต็มตัว 


ได้เผยแพร่อะไรให้แม็กซ์บ้าง 

แม็กซ์ก็มาถวายเพลนะ ถ้าถึงเวลาแม็กซ์แล้วผมก็อยากให้แม็กซ์ลองบวชเหมือนกัน 


สึกมาแล้วซีเรียสขึ้นเยอะมั้ย 

(หัวเราะ) ต้องถามคนรอบข้าง ซีเรียสนะ ก่อนเข้าไปก็เป็นคนซีเรียสอยู่แล้ว พอสึกออกมาใหม่ๆ ก็ซีเรียสมากเข้าไปอีก พูดน้อยลง ปิดวาจา พยายามฟังให้เยอะขึ้น นิ่งขึ้น แต่ช่วงนี้ก็หลุดๆ พูดเยอะเหมือนเดิมแล้ว 

 

หลังจากสึกมาแล้วทำอะไรต่อบ้าง

หลังจากสึกมาก็เตรียมตัวเข้าแอ็กติ้งคลาสเลย แล้วก็ไปงานแฟนมีตติ้งด้วย ไปทั้งผมทรงสกินเฮดแบบนั้นเลย โล่งๆ แต่กลับกลายเป็นผมชอบนะ เพราะผมไม่ได้ตัดผมสั้นขนาดนั้นตั้งแต่เรียน รด. แล้ว ไม่ต้องสระผม เซ็ตผมอะไรเลย 


แล้วตอนนั้นดูแลรูปร่างตัวเองยังไงบ้าง

ช่วงที่บวชน้ำหนักลดลงเหลือ 67 กิโลฯ ปกติผมหนัก 74 กิโลฯ ลีนมาก มันก็ดีนะ แต่ผอมไปหน่อย พอสึกออกมาก็กลับมาเข้ายิม ออกกำลังกาย กินให้ครบ ปั๊มขึ้นมา ตอนนี้ก็ยังไม่สำเร็จ น้ำหนัก 71 กิโลฯ เอง

ซีรีส์ผ่านมา 2 ซีซั่นแล้ว ยังต้องเรียนแอ็กติ้งอีกเหรอ 

ผมก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าผ่านมาตั้ง 2 ซีซั่นแล้วเรายังต้องเรียนอะไรอีกเหรอ แต่พอได้มาเรียนจริงๆ มันมีเทคนิคใหม่ๆ เจออะไรใหม่ๆ ที่โค้ชเขาไปอัพเดตมา เราก็ตั้งใจเรียน เปิดซีนวันแรกเนี่ยผม 2 คน โดนด่าเละเลยนะ เฟลสุด ในเบรกดาวน์มี 20 ซีน ถ่ายกันได้แค่ 10 ซีน ต้องยกไปถ่ายวันถัดไป การยกไปถ่ายวันถัดไปนี่พวกผมกดดันมาก ท้อเลยนะ คิดเยอะมาก หรือว่าภาพในหัวเรากับผู้กำกับไม่ตรงกัน หรือเราสื่อสารไม่ดี คิดไปสารพัด


ตัวละครทั้งคู่เติบโตไปในทางไหนบ้าง 

ก่อนหน้านี้คือทั้งคู่ยังอยู่ในวัยเรียน ก็มีความเป็นเด็ก ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมาย แต่มาภาคนี้ทั้งคู่ก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน มีความจริงจังในชีวิตมากขึ้น แต่น็อคเนี่ยยังเป็นเด็กเหมือนเดิม ส่วนกรเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ดูแลเทกแคร์น็อค แต่พอมาอยู่ด้วยกันจริงๆ มันก็จะเจอปัญหาของการอยู่ด้วยกันแบบในชีวิตจริง 


พัฒนาการของตัวละครตั้งแต่ภาคแรก 

ผมมองว่าคาแร็กเตอร์ผม (น็อค) เป็นเหมือนแม็กซ์ ส่วนของแม็กซ์ (กร) เป็นเหมือนผม เราสลับคาแร็กเตอร์กัน แต่ไม่เป็นไรเราทั้งคู่โอเค เราทำภาพจำนี้ขึ้นมาแล้ว แฟนคลับชอบเราก็สนุกไปกับมัน ทำให้ถึงที่สุด 


คิดว่าเราจำเป็นต้องบอกที่บ้านไหมว่าเป็นเกย์ 

จากที่สังเกตจากคนรอบตัว มันก็มีหลายรูปแบบนะ บางบ้านอาจจะรู้อยู่แล้วแต่แค่ไม่พูด เนี่ยแหละที่ผมคิดว่ามันยากที่จะสื่อสาร แต่ของกรนี่จะชัดเจนเลยว่าพ่อแม่ไม่ยอมรับ ที่บ้านรับไม่ได้ ลูกไม่มีสิทธิ์เป็นเกย์ ทำวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย ซีนอารมณ์คือรุนแรงมาก พอมาย้อนดูชีวิตจริง ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าจะบอกยังไง มีความเป็นไปได้หลายแบบมาก 


ตุลย์เรียนจบสถาปัตย์ แต่มาทำงานในวงการบันเทิง เรามองตัวเองยังไง

เรียกว่าทำงานเป็นนักแสดงเป็นอาชีพหลักมากกว่า งานสถาปัตย์ก็ยังทำอยู่ ถามตัวเองตลอดนะ บางช่วงโดนด่าจากการแสดงมาเยอะๆ ก็แอบถอดใจ ถ้าเรากลับไปทำงานสถาปัตย์ตอนนี้จะดีกว่าหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่าอยู่กับปัจจุบันดีกว่า มีโอกาสอยู่ตรงนี้ก็ทำให้ดีก่อน แต่ละอาชีพมันก็ไม่สนุกหรอก เกิดมามันก็เป็นทุกข์อยู่แล้ว ทำทุกวันของเราให้มีความสุขดีกว่า เนี่ยเริ่มเข้าสู่ทางธรรมอีกแล้ว

อย่างนักแสดงก็มีความกดดันความคาดหวังจากผู้กำกับ คนในกอง เพื่อนนักแสดง สังคม เราเป็นคนที่อยู่ในแสงไฟก็ต้องเข้าใจ ก็ถามตัวเองอีกว่าถ้าเรากลับไปทำงานสถาปนิก ออกแบบสร้างอาคาร เราจะยังอยากกลับมาทำตรงนี้อยู่อีกไหม ก็ได้คำตอบว่าอยู่กับปัจจุบันดีกว่า แต่ก็มีแพลนนะ ว่าจะไปทำเต็มตัว แต่ก็ดูในเรื่องของช่วงเวลาและโอกาส แต่ก็มีเกริ่นไว้บ้างแล้ว 


Chapter นี้ยังมีความเร่าร้อนอยู่หรือเปล่า 

ก็ไม่รู้จะเร่าร้อนไปมากกว่านี้ได้ยังไงอีกแล้ว ก็คุยกับแม็กซ์ว่านี่เราก็เข้าใกล้หนัง AV เข้าไปทุกทีแล้วนะ 


กังวลไหมกับเรื่องการถอดเสื้อโชว์สัดส่วน 

ตอนแรกก็เกร็งๆ นะ ตอนนี้มาเลย เอามุมไหน ปาดเข้าซ้ายหรือขวา แล้วเดี๋ยวจะต้องมีดมมั้ย จะอินเสิร์ตอีกไหม (หัวเราะ) คือเราทำงานกับเวลาจะมานู่นนี่ก็ทำคนอื่นเสียเวลา และผมกับแม็กซ์ก็ไว้ใจกันด้วย ตอนนี้เราก็เล่นทั้งตัวแล้วครับ 


ทำไมภาพลักษณ์ของเกย์ต้องหุ่นดี

เอาเป็นว่าผมไม่ตัดสินใครดีกว่า ใครจะหุ่นดีก็เรื่องของเขา เขาอาจจะอยากดูแลตัวเอง ก็เป็นเรื่องดีซะอีก ส่วนเรื่องเพศไม่ว่าจะเพศไหน ชาย หญิง ทอม เกย์ จะผอมจะอ้วนก็ไม่ต้องไปตัดสินเขาดีกว่า


ดูเป็นคนจริงจังกับชีวิตนะ 

ผมเป็นคนเครียดตั้งแต่เด็กๆ ตอนเด็กผมคาดหวังกับตัวเองสูง คุณแม่ดุ ส่วนการเรียนเราก็กดดันตัวเอง ตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นเป้าหมายของครอบครัว พอได้คุยกับแม่ก็รู้ว่าเราคิดไปเอง
ที่บ้านผมคุณยายเรียนเก่งมาก เป็นนักเรียนทุน คุณยายก็จะมีความคิดว่าหลานเก่งแค่ไหนก็ไม่เท่ายาย ผมก็เลยกดดันตัวเอง แต่ก็มีวิธีรักษาตัวเองเหมือนกัน 


คิดว่าเราเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ไหม 

ผมถูกว่าด้วยคำนี้บ่อยมาก เมื่อก่อนผมเป็นยิ่งกว่านี้อีกนะ แต่เมื่อโตขึ้น เห็นอะไรมาเยอะขึ้นด้วยเลยลดๆ ความเพอร์เฟ็กต์ลง 


เป็นคนค่อนข้างซีเรียส แล้วความบันเทิงของตุลย์คืออะไร 

การออกไปเที่ยว ผมชอบไปเที่ยว ผู้จัดการผมจะดุบ่อยมากเรื่องขอคิวไปเที่ยว ชอบออกไปเจอแสงแดด ไปกินกาแฟ ไปหาร้านอาหารอร่อยๆ แต่ตอนเที่ยวก็เครียดนะ ต้องขึ้นรถไฟเที่ยวนี้เพื่อไปตรงนี้ให้ทันเวลานี้ กลายเป็นว่าเราทำงานก็เก็บเงินไปเที่ยวแหละ 


สถานที่ไหนที่เยียวยาจิตใจตุลย์ได้ดีที่สุด 

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ มันขึ้นอยู่กับว่าไปกับใคร 


แล้วไปกับใคร

พี่สาวครับ ผมสนิทกับพี่สาวมาก เราห่างกันแค่ปีเดียว ทะเลาะกันบ่อย แต่เราก็รู้ว่าเรารักกันมาก เหมือนเป็นครึ่งหนึ่งของกันและกัน ล่าสุดไปนิวซีแลนด์เราก็ขับรถกันไปเรื่อยๆ มีความสุข


พออยู่กับพี่สาวแล้ว เพอร์เฟ็กชั่นนิสต์แบบตุลย์กลายเป็นคนแบบไหน 

ถ้าอยู่ด้วยกันผมจะเละเทะมาก ผมเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์แล้ว พี่สาวผมยิ่งกว่า แบบใน This Is Me Vatanika เลย น้ำหยดบนก๊อก “ตุลย์ น้ำหยดบนซิงก์เนี่ยไม่เห็นเหรอ ได้นิสัยนี้มาจากไหน” หลังๆ ผมก็เริ่มสู้กลับบ้าง แต่ถ้าอยู่กันเป็นครอบครัว พี่กับผมจะรวมแก๊งกัน อย่างช่วงไปเที่ยวกันก็มีโมเมนต์เบื่อๆ พ่อ เราเตรียมแผนไปร้านอาหารอย่างดี พ่อจะกินจังก์ฟู้ด แล้วเราก็จะมองหน้ากันแบบเข้าใจกัน 


การที่เรามาเล่นซีรีส์วาย 3 ภาค เป็นอย่างไรบ้าง 

คุณแม่ผมดูนะ แต่แม่ก็จะไม่รู้ถึงกระบวนการในกองถ่าย ก็จะถามว่าบทมันขนาดนี้เลยเหรอลูก แล้วตอนถ่ายเขาทำกันยังไง แต่แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร คิดว่าก็น่าจะรู้แหละว่าไม่ได้เป็นมุมกล้อง จริงซะขนาดนั้น แม่จะชอบคอมเมนต์มากกว่าว่าเล่นดีหรือไม่ดี ส่วนคุณพ่อผมจะไม่ค่อยให้ดู เพราะเค้าชอบไปเล่าให้เพื่อนฟัง อย่างช่วงที่ออนแอร์ช่อง 3 พ่อก็จะเล่าให้เพื่อนฟัง พอเป็นเรื่อง Together With Me นี้ก็เนื้อหาแรงนิดนึง พ่อก็จะดูผ่านทางโทรศัพท์ไม่เป็นก็รอดไป


คิดว่าถ้าพ่อได้ดูเขาจะห้ามไหม

เขาห้ามผมไม่ได้หรอก  


พอเรามีชื่อเสียงกับบทเกย์แล้วรู้สึกกังวลไหม

ทุกวันนี้มีนักแสดงเกิดใหม่เยอะมาก มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเล่นบทไหน มันขึ้นอยู่กับผลงานว่าแสดงออกมาแล้วคนเชื่อจริงหรือเปล่า มันสะท้อนการทำงานของหลายๆ องค์ประกอบรวมกัน ผมถือว่ามันเป็นรางวัลอย่างหนึ่ง ชื่อเสียงมันเป็นอะไรที่มาไวไปไว ถ้าเราไม่สมควรจะอยู่ตรงนี้แล้ว ก็จะมีคนอื่นขึ้นมาแทนเรา เราก็ต้องพัฒนาตัวเองไปทุกๆ วัน 


คิดว่า Together With Me แตกต่างจากซีรีส์วายเรื่องอื่นยังไง 

เรื่องนี้จะมีความเรียลมากกว่าความมุ้งมิ้งๆ แบบวัยใส มันมีปัญหาที่เราจะได้เจอกันจริงๆ ในสังคม และผมกับแม็กซ์หุ่นมันจะหมีๆ หน่อยไงครับ มันก็จะมีความตุ้บตั้บกัน 


ได้ข่าวว่าซีรีส์ไปโด่งดังที่เมืองนอกด้วย 

ใช่ครับ ไปบางประเทศที่เราคาดไม่ถึงอย่างอินเดีย แอลแบเนีย อเมริกาใต้เยอะมาก ตอนนี้อินสตาแกรมมีแต่คนบราซิลเรียกผม Papi


มีคอมเมนต์ไหนที่ทำให้เราขนลุกมั้ย 

มีคนส่งรูปไอ้นั่นมาให้ดู (หัวเราะ) แต่ที่สุดคือมีกลุ่มแฟนคลับที่คิดว่าแม็กซ์กับตุลย์เป็นแฟนกันจริงๆ คบกันจริงๆ ถ้าแม็กซ์หายไปจากอินสตาแกรมผมซักพัก เค้าจะส่งข้อความมาถามแล้วว่าทะเลาะกันเหรอ หรือผมลงรูปกับผู้หญิงก็จะถามว่าทำไมไม่ลงรูปคู่กับแม็กซ์ 


มีปมไหนในเรื่องที่เรารู้สึกอ่อนไหวที่สุด 

การนอกใจครับ ตั้งแต่บวชมาผมอินกับเรื่องนี้นะ ศีลข้อ 3 ในเรื่องมันมีประเด็นเรื่องนี้เยอะ และมันทำให้เกิดปัญหาจริงๆ แค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันเป็นต้นเหตุของการทำลายความสัมพันธ์เลย ในชีวิตจริงผมก็ไม่ทำเลยนะ เมื่อก่อนอาจจะมีบ้าง แต่ตอนนี้รักเดียวใจเดียว


แล้วเราเคยมีปัญหาเรื่อง Friend Zone ไหม 

ไม่เคยนะ ผมว่าเป็นเรื่องดี มันเริ่มจากความเป็นเพื่อน มันเห็นการเติบโตเห็นบุคลิกอะไรของเค้า ถ้าจะมาคบกันจริงๆ มันปรับตัวอยู่ด้วยกันได้นาน
ผมมองว่าทุกความรักมันพร้อมมีความผิดพลาดได้อยู่แล้ว 


เรื่องนี้เป็นเรื่องของการไม่กล้าเปิดเผย 

มันไม่ใช่เรื่องราวของแค่สังคมเล็กๆ กลุ่มเล็กๆ แล้ว มันกลายเป็นเรื่องของสังคมที่ใหญ่ขึ้น ครอบครัว ที่ทำงาน ที่ยังไม่เข้าใจความเป็นไปของตัวละคร 


ในชีวิตจริงถ้าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกับน็อค จะกล้าเปิดเผยกับสังคมไหมว่าเป็นเกย์และคบกับกรอยู่  

ถ้าในชีวิตจริง คนซีเรียสแบบผมคงจะเป็นทุกข์นิดหนึ่ง แต่พอเป็นเรื่องของการเปิดเผยกับสังคม สิ่งที่ผมได้แง่คิดจากซีรีส์ที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับตัวเอง และการไม่ตัดสินคนอื่นที่มันจะทำให้เราอยู่ด้วยกันได้ 


แล้วตอนนี้มีแฟนไหม 

มีคุยๆ อยู่ครับ


กลัวเรตติ้งตกไหม 

(หัวเราะ) ยังไม่เป็นตัวเป็นตนเร็วๆ นี้หรอกครับ

 

จากซีรีส์ที่ผ่านมา 3 ซีซั่น น็อคทำให้มุมมองชีวิตของตุลย์ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง 

เราต้องสุภาพกับชีวิตจริงมากขึ้น เราต้องผ่อนหนักผ่อนเบากับชีวิตมากขึ้น ทุกปัญหามันแก้ได้ อย่าไปซีเรียสกับมันขนาดนั้น