URBOY TJ กับอาการขี้น้อยใจและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

Written by
09.03.18 788 views
Written by

09.03.18 788 views

ถ้ามองจากภาพลักษณ์ภายนอก กระแสเพลงฮิตต่อเนื่อง และรอยยิ้มสนุกสนานระหว่างอยู่ในเซ็ตแฟชั่นประกอบบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ เราคงคิดว่าแร็ปเปอร์ขายดีอย่าง UrboyTJ หรือ ทีเจ-จิรายุทธ ผโลประการ อดีตสมาชิกวง 3.2.1 แห่งค่ายกามิกาเซ่ เป็นคนหนุ่มที่กำลังมีความสุขสุดยอดกับชีวิตในปัจจุบัน แต่ใครจะไปคิดว่าแร็ปเปอร์หนุ่มที่กำลังอยู่ในจุดพีกของชีวิตศิลปิน ไม่ว่าจะทำงานโซโล่เดี่ยวหรือกระโดดไป Featuring กับศิลปินคนไหน Single นั้นก็มักจะเปรี้ยงปร้างอยู่บนชาร์ตวิทยุ กำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องเข้ารับการรักษาและกินยาปรับสารเคมีในสมองมานานกว่า 2 ปีแล้ว

“ อาการของโรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ บางครั้งก็เป็นโดยไม่มีสาเหตุ นั่งอยู่ในรถเปิดไปเจอเพลงอะไรสักเพลง แล้วอยู่ๆ ร้องไห้แบบที่ไม่รู้ตัวก็มี ”
— ทีเจ จิรายุทธ ผโลประการ


เหมือนเป็นช่วงที่ปัญหาสุขภาพรุมเร้าจริงๆ

“(หัวเราะ) ใช่ครับ นอกจากหูแล้ว ผมก็เป็นโรคซึมเศร้าด้วย แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ครับ


พูดถึงเรื่องสุขภาพแล้วก็สงสัยว่าทำไมถึงเพิ่งออกมาบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้าล่ะ

จะบอกยังไงดีล่ะ เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้มีคนไม่เข้าใจสิ่งที่ผมเป็นเยอะมาก เขาแปลกใจว่าทำไมวันนึงผมอารมณ์ร้อน แต่มาอีกวันกลับอารมณ์ดี จนมีคนเอาไปพูดว่าผมเล่นยามาเลยเป็นแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เลยสักนิด ผมจึงคิดว่าควรจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้านะ ผมต้องไปหาหมอปรับยาทุกเดือนมาตลอด 2 ปี ความจริงผมไม่อยากบอกใครเลยด้วยซ้ำ เพราะนี่คือปัญหาส่วนตัวที่ต้องหาทางจัดการเองให้ได้ แต่เมื่อมีความเข้าใจผิดจากคนที่ไม่รู้จักเราจริงๆ เริ่มเยอะขึ้น ผมอยากให้รู้ว่าผมไม่ใช้คนปกติ ผมเป็นคนป่วยและกำลังเข้ารับการรักษา หลายคนคิดว่าโรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคร้ายแรง ทั้งที่จริงๆ แล้วก็สาหัสไม่ต่างจากโรคอื่นๆ เลยนะ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะถ้าปล่อยเอาไว้ ผลสุดท้ายจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ โชคดีที่ผมเจอหมอเร็ว


แสดงว่าเคยผ่านช่วง Down ที่สุดมาแล้ว

คืนนั้นเป็นคืนหนึ่งที่แย่มากครับ เราร้องไห้ออกมาโดยไม่มีสาเหตุ เราพังข้าวของในบ้าน เราทำร้ายตัวเองแบบไม่มีสาเหตุ จนสุดท้ายก็ต้องเข้าโรงพยาบาล ก่อนจะได้รับคำแนะนำจากหมอที่รักษาผมให้ลองไปปรึกษาจิตแพทย์ดู ตอนนั้นก็ค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าตัวเองคงเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากไปปรึกษาจิตแพทย์ก็ได้รับคำตอบว่าอารมณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นมาได้ยังไง เกิดขึ้นเพราะอะไร ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเลี้ยงดูในวัยเด็ก อีกส่วนก็เป็นเพราะความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ซึ่งจิตแพทย์ก็จะจัดยามาช่วยปรับสารเคมีในสมองให้บาลานซ์ หลังจากกินยาไปแล้ว 2-3 สัปดาห์ ผมเหมือนเปลี่ยนตัวเองเป็นคนละคนไปเลย ระบบความคิดเราดีขึ้นมาก สามารถออกจากบ้านไปพบเจอผู้คนได้ สมมติว่าถ้าวันนั้นไม่ได้ไปหาหมอชีวิตผมตอนนี้น่าจะเละเทะมากๆ เพราะด้วยความเป็นคนขี้น้อยใจ ขี้นอยด์ตลอดเวลา เห็นคอมเมนต์อะไรก็จะเก็บเอามาคิดทุกอย่าง มันทำให้อึดอัดมากและไม่รู้ว่าจะระบายกับใครได้เหมือนกัน


การเลี้ยงดูที่ว่าหมายถึงยังไง

ความจริงประเด็นนี้แล้วแต่ครอบครัวเลยครับ แต่สำหรับผมมองว่าตัวเองขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อแม่ทำงานหนักมากจนไม่มีเวลาเลี้ยงผม ก็เลยต้องฝากคนข้างบ้านเลี้ยงตลอดเวลา พอโตมาไม่กี่ขวบพวกเขาก็หย่ากัน และทะเลาะกันให้เห็นต่อหน้าเราบ่อยๆ จุดนี้จึงกลายเป็นปมในวัยเด็กของผม รู้สึกขาดความอบอุ่น และยังทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยดีกับพ่อตัวเอง เพราะหลังจากนั้นผมก็อยู่กับแม่มาตลอด แต่ก็มีลักษณะเหมือนเด็กมีปัญหาบางอย่างติดตัวมาด้วย


นอกจากการกินยาแล้ว ทีเจมีวิธีทำรับมือกับโรคซึมเศร้ายังไงอีกบ้าง

ผมหวังว่าแม่ของผมจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะครับ (หัวเราะ) Shopping Therapy ครับ อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนขี้เหงามาก ไม่สามารถอยู่บ้านเฉยๆ คนเดียวได้ เพราะจะทำให้รู้สึกนอยด์มาก ยิ่งดึกยิ่งนอยด์หนักเลยครับ ผมเลยพยายามพาตัวเองออกไปข้างนอก แต่พอออกไปแล้วก็พังเลย เพราะผมจะหมดเงินไปกับการซื้อเสื้อผ้า ซื้อกล้อง ซื้อนู้น ซื้อนี่ บางครั้งหมดไป 2-3 แสนบาทเลยก็มี ซึ่งตอนเสียเงินรู้สึกว่าบำบัดเราได้นะ เหมือนว่าเวลาได้ใช้เงินแล้วรู้สึกดีขึ้น หมอประจำตัวของผมก็บอกว่า Shopping Therapy มีผลกับอาการโรคซึมเศร้านะ แต่หลังๆ เริ่มใช้เยอะจนคอนโทรลไม่อยู่แล้ว จนแม่เห็นก็จะโดนด่าอยู่บ่อยๆ ตอนนี้คุณหมอเลยแนะนำว่าถ้าอยากใช้เงินให้ซื้อทอง ผมก็ทำได้อยู่พักนึงเก็บไว้ได้ 30 บาท สุดท้ายก็เริ่มเบื่อ เลยเอาไปขาย เอาเงินไปซื้ออย่างอื่น เพราะบางทีทองก็ไม่ตอบโจทย์ในสิ่งที่เราต้องการไง เพราะบางทีเราอยากได้เสื้อ กางเกง รองเท้า ไม่ใช่ทอง แต่จะว่าไป Shopping Therapy ก็ไม่ได้ช่วยในระยะยาวนะครับ เพราะเราจะรู้สึกดีแค่ตอนจ่ายเงิน เป็นโมเมนต์เล็กๆ แป๊บเดียว พอกลับบ้านแล้วก็รู้สึกเหมือนเดิม (หัวเราะ)”


อยากรู้เลยว่าซื้อชิ้นไหนแพงสุด

อันนี้ไม่สามารถบอกได้จริงๆ ครับ เพราะไม่งั้นอาจโดนแม่ด่าหนักเลย (หัวเราะ)”


พอจะเริ่มเบรกตัวเองเรื่องการซื้อของได้บ้างหรือยัง

กำลังพยายามปรับตัวอยู่ครับ เพราะตอนนี้มีเป้าหมายว่าอยากซื้อบ้านเป็นของตัวเอง จะได้พาแม่ที่ตอนนี้ทำงานอยู่เมืองนอกมาอยู่ที่เมืองไทย ผมคิดว่าสิ้นปีนี้น่าจะซื้อได้แล้ว แต่ผมคิดว่าถ้าไม่เอาเงินไปหมดกับของอย่างอื่น ก็น่าจะซื้อบ้านได้ตั้งนานแล้ว แถมยังได้บ้านตั้งหลายหลังอีกด้วย นอกจากนี้ผมก็มีไอจีเอาไว้ขายของมือสองครับ เพราะบางอย่างใส่ไปครั้งเดียวก็เริ่มเบื่อ แต่ก็ต้องยอมขายขาดทุนทุกชิ้นนะ ไม่งั้นขายไม่ออก (หัวเราะ) หลังๆ เลยพยายามคิดให้เยอะก่อนซื้อว่าชิ้นนี้น่าจะใช้บ่อยหรือใช้ได้นาน ไม่อย่างนั้นก็พยายามห้ามใจไม่ให้ซื้อ


แล้วเราควรจะดีลกับคนเป็นโรคซึมเศร้ายังไงดี

โรคซึมเศร้ามีหลายประเภทครับ บางคนอาจเป็นโรคซึมเศร้าแล้วขี้โมโห ขี้หงุดหงิด ขี้น้อยใจ วิธีการดีลก็จะต่างกันออกไป ถ้าเราไม่รู้ว่าเขาเป็นประเภทไหน เราก็ไม่รู้ว่าควรดีลกับเขายังไง ทางที่ดีที่สุดคือถ้าเห็นว่ามีความเสี่ยง แนะนำให้พาไปหาหมอก่อนดีกว่า เพราะหมอจะอธิบายได้ทุกอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น รวมทั้งวิธีรักษาด้วยว่าเราควรจะต้องทำยังไงให้อาการดีขึ้น


ประโยคที่ว่าสู้ๆ นะช่วยคนเป็นโรคซึมเศร้าได้ไหม

เป็นแค่ส่วนประกอบในการปลอบประโลมเล็กๆ เท่านั้นครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นนะ เพราะการได้รับคำพูดแบบนี้ในวันแย่ๆ ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย


ทำงานเยอะๆ เจอคนมากๆ อย่างตอนนี้ ช่วยให้ทีเจห่างจากอาการของโรคซึมเศร้าได้ไหม

อาการของโรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ บางครั้งก็เป็นโดยไม่มีสาเหตุ นั่งอยู่ในรถเปิดไปเจอเพลงอะไรสักเพลง แล้วอยู่ๆ ร้องไห้แบบที่ไม่รู้ตัวก็มี การกินยาจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ อย่างผมจะมีเซ็ตยาก่อนนอนตลอด เพื่อให้นอนหลับ ไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับ เพราะผมเป็นคนคิดมาก ยาจะทำให้ผมเลิกคิด


แต่คิดมากก็ทำให้แต่งเพลงได้หรือเปล่า

เรียกว่าได้อย่างเสียอย่างครับ บางครั้งเราได้พรสวรรค์อย่างหนึ่งที่คนอยากได้ เช่นหลายคนอยากแต่งเพลงได้ แต่ว่าเขาทำไม่เป็น ต่างจากผมที่แต่งเพลงได้ แต่ตรงกันข้ามคือผมอยากมีเพื่อนหลายๆ คน แต่ผมก็ไม่มี นี่เป็นเรื่องที่ผมพยายามทำความเข้าใจมาสักพักนึงแล้วว่า คนเราไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์หรอก ต้องมีได้บ้างเสียบ้าง พระเจ้าอาจจะให้พรสวรรค์การแต่งเพลงเรามา แล้วก็ตัดเพื่อนเราออกไป ให้อยู่โดดเดี่ยวคนเดียวบ้าง

Tags :