Time Machine – Klear

ย้อนกลับไปราวเกือบยี่สิบปีก่อน หลายคนคงเคยเต้นเอวแทบหลุดไปกับเพลงยอดนิยมอย่าง ซักกะนิด (2540) ของอมิตา ทาทา ยัง จากอัลบั้มชุดที่ 2 Amazing Tata หรือชุด กระเป๋ามหัศจรรย์ กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจังหวะดนตรีและความมันของเพลงยุคนั้นทำให้วง Klear ไม่พลาดที่จะนำเพลงนี้มาทำใหม่ใน Play 2 project บอกเลยว่า“ซักกะนิ ในเวอร์ชั่นของพวกเขาก็น่าเต้นไม่แพ้กัน

ทำไมถึงต้องเป็นเพลง “ซักกะนิด” ของทาทา ยัง

แพท: แพทเป็นคนขอวงเองค่ะ พี่ทาทาเป็นศิลปินไอดอลของเรามาตั้งแต่สมัยเรียน เราก็เลยขอวงไว้ว่าขอให้เป็นเพลงไหนก็ได้ของพี่ทาทา เพลงนี้เป็นเพลงที่เกิดจากตัวตนพวกเรา เกิดจากการแจมกันในห้องซ้อม และเห็นว่าแปลกใหม่ เป็นสิ่งที่พวกเรายังไม่เคยทำให้ใครดูมาก่อน

ณัฐ: เราเริ่มลองจากหลายๆ เพลงแล้วก็ไล่เรียงกันไป เพื่อดูว่าเพลงไหนจะเป็นเพลงที่พวกเราเล่นกันมันที่สุด บางเพลงแพทร้องดี แต่วงเล่นไม่สนุก บางเพลงแพทร้องลำบาก แต่วงเล่นกันสนุก จนมาตกอยู่ที่เพลง ซักกะนิด ซึ่งพวกเรารู้สึกว่าเล่นมันกันทั้งวง ลงตัว ถ้าใครดู MV ก็จะเห็นว่ามีการเต้นด้วย และเห็นตัวตนของพวกเราทุกคนครับ

ฉีกทุกกรอบของ Klear

คี: มีเพื่อนหลายคนบอกว่าดนตรีดูแปลกไปจากเดิม แปลกจากวง Klear ที่เคยเป็นมา จริงๆ มันเป็นความชอบของพวกเราอยู่แล้ว เราหยิบความชอบของแต่ละคนมาใส่ในเพลงอยู่เรื่อยๆ ครับ อย่างเพลง “พันหมื่นเหตุผล” ที่ออกมาก่อนหน้านี้เราจะมีการหยอดอะไรเล็กๆ น้อยๆ มาตลอด แต่คราวนี้ด้วยความที่เป็นโปรเจ็กต์ Play คอนเซ็ปต์คือการเล่นได้เต็มที่ พวกเราเลยไม่มีกั๊กเลยล่ะครับ อยากใส่อะไรก็ใส่เต็มที่ไปเลย

แพท: วิธีการทำงานสนุกทุกขั้นตอนเลยค่ะ ตั้งแต่เริ่มคิด อาจพูดได้ว่า เราแหกทุกความคาดหวังของทุกคน ทั้งกับวงและคนฟัง ก่อนหน้านี้เราอาจจะกั๊กไว้ คิดว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ แต่ครั้งนี้ไม่มีกรอบอะไรเลย พวกเราจะไม่ตั้งกรอบในการคิดหรือยึดติดกับเพลง เรามีแต่สิ่งที่เราอยากทำ ใส่กันอย่างเต็มที่ คนฟังน่าจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของวง

ผลตอบรับหลังจากปล่อยเพลงเป็นอย่างไรบ้าง

คี: ก่อนปล่อยเราแอบบิวต์ รับรองว่าเซอร์ไพรส์กันแน่ๆ สิ่งที่เคยเห็นและคิดไว้ว่าจะเป็นอย่างไร รับรองพลิกล็อกกันหมดแน่นอน พอปล่อยออกมาทุกคนก็บอกครับว่าไม่น่าเชื่อว่าแพทจะเต้นขนาดนั้น เต้นเหมือนชีวิตไม่เคยเต้นมาก่อน ซึ่งสิ่งที่มีความสุขมากก็คือฟีดแบ็กทุกคนที่ชอบมาก

แพท: สำหรับวง Klear ทุกคนอาจจะเคยได้ยินเพลงช้ามาบ่อย ตอนปล่อยเพลงออกมาถามว่าพวกเราลุ้นไหม ก็ลุ้น แต่พวกเรามีความสุขตั้งแต่เริ่มทำเพลงนี้แล้ว เรารู้สึกว่ามันดี อยากให้คนฟังได้ฟัง แล้วเราก็เชื่อว่า
คนฟังก็จะมีความสุขเหมือนกับพวกเรา


PLAY เป็นโปรเจ็กต์ที่เคยมีมาแล้ว อะไรคือความสนุกของโปรเจ็กต์นี้

แพท: เรามองว่าการได้ทำอะไรใหม่ๆ จะเรียกว่าเป็นการเติบโตก็คงได้ พวกเรามาจากวงที่เคยไม่ได้รับโอกาสมาก่อน ทุกวันนี้เราเลยรู้สึกได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ และเราก็มีความสุขกับเส้นทางอาชีพที่เราเลือกเดินกันอยู่ พอมีเรื่องใหม่ๆ เข้ามา พวกเราจึงมักจะตอบรับไปก่อนเสมอ (หัวเราะ) เราได้ข้อคิดจากการทำเพลงในโปรเจ็กต์นี้ การที่เราไม่อยู่ในกรอบที่เราตั้งขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจถูกมากๆ ก่อนหน้านี้เราคงไม่กล้าพูดออกมาเต็มปากว่ามันโอเคไหม แต่ ณ วันนี้เรากล้าที่จะทำลายกรอบของตัวเอง ไม่อยู่ในสิ่งที่เราเคยเป็นเดิมๆ มันเป็นเรื่องที่ดีมาก เราไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เราเติบโต

คี: ด้วยความที่โปรเจ็กต์ PLAY เคยมีมาก่อนแล้ว เราเห็นภาพและคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์นี้อย่างชัดเจน ไม่ต้องมานั่งอธิบายว่าคืออะไร ครั้งแรกพี่ๆ ศิลปินทุกคนทำไว้ดีมาก แล้วเราก็ชอบเพลงในอัลบั้มแรกมากๆ พอมีโอกาสได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์ครั้งที่ 2 ของ PLAY เราดีใจและเต็มที่กับมันแน่นอน

ณัฐ: เราทำเพลงนี้กันด้วยความสุขมากจริงๆ อยากให้ทุกคนฟังแล้วมีความสุขไปกับพวกเราครับ

พูดถึงคำว่า PLAY นึกถึงอะไร

นัฐ: คำว่า Play แปลตรงตัวก็คือการเล่นครับ ไม่ต้องสนใจว่าเราเคยเป็นอะไรหรือเล่นอะไร เราอยากทำอะไรก็ทำ นี่แหละคือคำว่า Play สำหรับผม

คี: ความสนุกครับ เราสนุกตามสัญลักษณ์ของ Play เล่นไปเรื่อยๆ เล่นไปข้างหน้า แค่มีความสุขก็พอ

แพท: เติมจากความสนุกของคี มันคือความสุขค่ะ ยิ่งพอเป็นคำว่า Play กับวง Klear เราทั้ง 4 คนมีความสุข นั่นคือการที่เราได้เล่นด้วยกัน เล่นให้มีความสุขจนรู้สึกหัวใจเต้นแรง

ของเล่นวัยเด็กชิ้นโปรด

ณัฐ: ผมชอบเล่นฟุตบอลครับ

แพท: แพทชอบเล่นเกมเศรษฐีกับไพ่ UNO โดดยาง หมากเก็บ

นัฐ: เล่นเกมแฟมิลี่ ซูเปอร์ เกม PlayStation 2 เกมบอย

คี: ดีดลูกแก้วครับ (หัวเราะ) ตอนเด็กเรียนโรงเรียนประจำ เขาจะห้ามเล่นของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

ท่องเวลาไปกับเพลงยุคเก่า

คี: ผมเคยคุยกับเพื่อนๆ ศิลปิน รวมถึงคนที่เป็นมิวสิกเลิฟเวอร์ เพลงสมัยนี้กับเพลงสมัยก่อนจะมีความต่างกัน ซึ่งเราอาจจะอธิบายไม่ถูก แต่รู้ว่ายุคนี้จะไม่มีเพลงเหมือนเมื่อก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเมโลดี้ สไตล์ หรือเนื้อร้อง ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะมีเพลงที่ร้องว่า “ฉันเลยถูก สลัด สลัด สลัด” (เพลง สลัด…สะบัด ของมอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์) แต่เดี๋ยวนี้เราแทบไม่เจอเพลงที่มีเนื้อเพลงแบบนี้ คงเรียกได้ว่ายุคนี้ไม่มีความสดเท่าสมัยนั้นมั้ง เพลงยุคก่อนจะมีความสนุก มีเสน่ห์ เมื่อเอามาเปิดในตอนนี้ ถึงจะนานกว่าสิบปีแล้ว ทุกคนก็ยังจะนึกถึงท่าเต้นได้ทันที แจ๋วมากเลยครับ

แพท: เรารู้สึกว่าเพลงเก่าพาทุกคนท่องเวลาได้ พาให้นึกถึงบรรยากาศในสมัยนั้น แล้วเราก็จะมีความสุขและความสนุกขึ้นมาทันที รู้ว่าตัวเองแฮปปี้หรือรู้สึกอย่างไรกับเพลงนี้เมื่อได้ยิน ถึงแม้จะนำมาทำเป็นเวอร์ชั่นใหม่ก็ตาม เราเชื่อว่าทุกคนที่ฟังจะรู้สึกว่าเฮ้ย ตอนนั้นมันสนุกมากเลยนะ