The New Face - เติร์ท ธนาภพ

01.08.18 76 views

เราเห็นฝีไม้ลายมือบนเส้นทางนายแบบของ เติร์ท-ธนาภพ อยู่วิจิตร มาไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งในงานถ่ายแบบภาพนิ่ง หรือคลิปวิดีโอต่างๆ แต่ภาพจำของเติร์ทที่ทำให้ทุกคนรู้จัก ยอมรับทั้งตัวตนและความสามารถของเขาคือเวที The Face Men Thailand และ The Face Thailand ซีซั่น 4 All Stars ที่เติร์ทฝากหลายผลงานเอาไว้ในทุกๆ รอบของการแข่งขัน และเช่นเดียวกับนักแสดงทุกคนในเรื่อง นี่เป็นงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของนายแบบร่างบางคนนี้ 


ความรู้สึกของการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นอย่างไร 

การแสดงเรื่องแรกก็สนุกดีครับ ในเรื่องเติร์ทรับบทเป็นโปรแกรมเมอร์ผลิตแอปพลิเคชั่นให้กับบริษัทของจูน บริษัทของฝ่ายหญิง คาแร็กเตอร์คือคนที่คอยซัพพอร์ตเพื่อนตลอด ถ้าถามว่าแสดงเรื่องแรกยากไหม เติร์ทว่ามันไม่ได้ยากเกินความสามารถ และบทไม่ได้ไกลตัวเราขนาดนั้น เติร์ทมองว่าเป็นการเริ่มต้นงานแสดงที่ดีนะที่ได้มาแสดงเรื่องนี้


ได้นำประสบการณ์จากเวที The Face มาใช้บ้างไหม

ได้เอามาใช้แน่นอน เพราะตอนที่เราอยู่ในช่วงประกวด เราต้องเข้าคลาสที่เขาสอนอะไรเยอะมาก และเราได้ฝึกฝนงานที่หลากหลาย ในตอนนั้นถือว่าท้าทายเราพอสมควรอยู่แล้ว อย่างการถ่ายทำเรามีเวลาแค่ 15 นาที ในการตีโจทย์ เราจะต้องทำยังไง ต้องพูดอะไรบ้าง พูดประโยคไหนที่สามารถเอาอยู่ในช็อตเดียว ตรงนั้นคือประสบการณ์จาก The Face ที่นำมาปรับใช้ในเรื่องนี้ด้วย 


ความฝันของเติร์ทคืออะไร

เติร์ทเป็นคนไม่ค่อยรู้ว่าอยากทำอะไรในชีวิต ตั้งแต่เด็กๆ แล้วเวลามีคนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เติร์ทก็จะตอบว่าไม่รู้ นายแบบเหรอ (หัวเราะ) ก็มีบางช่วงในชีวิตที่คิดอยากเป็นนายแบบ


ทำไมถึงอยากเป็นนายแบบ

เติร์ทชอบ เติร์ทคิดว่านายแบบเป็นอาชีพที่น่าสนุก เพราะได้ถ่ายโฟโต้ชู้ต ได้เปลี่ยนงานทุกวัน มีเสื้อผ้า มีอะไรที่เราต้องนำเสนอ เหมือนเราได้ขายความเป็นตัวเอง


มีจริงไหม ที่เมื่อเราอยากเป็นนายแบบ แล้วเวลาแม่ไม่อยู่เราก็จะแอบแต่งตัวเดินแบบในบ้าน

มันมีแน่นอน (หัวเราะ) เหมือนบางทีเราอยู่ในห้องเราก็จะแอบเอาผ้ามาทำเป็นชุด เอาพวกผ้าห่ม ผ้าขนหนู ผ้าอะไรก็แล้วแต่มาทำเป็นชุด ผ้าเช็ดตัวก็เอามาทำเป็นผม พอแม่มาเคาะประตูเติร์ทก็รีบถอด (หัวเราะ)


แล้วเคยคิดมาก่อนไหมว่าตัวเองจะได้เป็นนักแสดง

ตอนเด็กๆ เราก็เคยคิดว่าเออ คงจะดีนะ ถ้าวันหนึ่งเราจะได้เข้าไปอยู่ในหนังสักเรื่อง ได้ลองแอ็กติ้งดู แล้ววันนี้ฝันก็เป็นจริง ก็มีความสุขมากครับ (หัวเราะ)


ชีวิตหลังฉากของการเป็นนายแบบและนักแสดงต่างกันไหม

แตกต่างครับ เรียกได้ว่าเป็นคนละอาชีพเลย เพราะการเป็นนายแบบไม่ว่าจะถ่ายแบบภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ นายแบบโฆษณา หรือแม้แต่การเดินแบบ คือยูถ่ายเสื้อผ้า ยูต้องพรีเซ็นต์ตัวเองและเสื้อผ้าที่กำลังใส่เป็นหลัก แต่การเป็นนักแสดงมันใช้คนละเทคนิคกันเลย การทำงานต่างกันเราใช้เรื่องการแอ็กติ้ง มันต้องรู้จักตัวเองมากขึ้นไปด้วย ต้องรู้ตัวว่าตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไรให้เรารู้สึกเข้าถึงบทบาทและอินไปกับตัวละครที่เราสวมบทให้ได้


จาก The Face Thailand ซีซั่น 4 All Stars ที่เป็นการประกวดครั้งล่าสุด คนติดภาพเติร์ทที่เป็นเด็กดื้อไม่เชื่อฟังเมนเทอร์ตัวเอง แบบนี้ไม่เถียงผู้กำกับแย่เหรอ

ผู้กำกับไม่เคยดุเติร์ทนะ เพราะเติร์ทไม่เคยทำให้เขาดุ (หัวเราะ)


แล้วดื้อไหม

ไม่ครับ ไม่ดื้อ มีอะไรก็คุยกับผู้กำกับตลอด ภาพในหัวเขาเป็นอย่างไร แล้วเราต้องทำอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไรให้การแสดงออกมาเหมือนภาพที่อยู่ในหัวเขาให้ได้ เหมือนเป็นการทำงานร่วมกัน


ช่วงที่ถ่ายหนังเป็นช่วงที่ถ่ายรายการ The Face Thailand ซีซั่น 4 All Stars และมีดราม่าด้วย ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไร

ใช่ครับ ถ่ายพร้อมกัน ก็เจอดราม่าหนักอยู่ บางภาพลักษณ์ที่ออกมาจากรายการ มันทำให้เรากลับมาคิดว่าเราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ เราว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรแย่ขนาดนั้น ทำไมเราถึงโดนกระแสดราม่าแบบนี้นะ สำหรับเติร์ท เรามองว่าตัวเองพยายามทำให้ดีที่สุดตลอดเวลา แต่การตัดภาพออกมา ช่วงที่คนได้เห็นเราในรายการมันดันเป็นแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งที่เราดูไม่ดี ซึ่งเขาอาจไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร เขาเชื่อภาพเหล่านั้น หลายคนอินมากจนลืมไปว่ามันเป็นโชว์


ตัวตนจริงๆ เติร์ทแคร์คนอื่นมั้ย

มากครับ มากๆ เลย ผมแคร์ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ในทีมแม่เกดแม่คริส และลูกทีมทุกคนช่วยกันและให้กำลังใจกันตลอดเวลา


กังวลกับดราม่าจนส่งผลกับการแสดงไหม

มันต้องวางครับ ไม่ได้ทำอะไรมาก ปล่อยไปตามสภาพเลย (หัวเราะ) เพราะสุดท้ายคนเขาอยากพูดอะไรก็พูดได้ ก่อนหน้านั้นเราเครียดมากจนทำอะไรไม่ได้เลย ทำงานไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก จนได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า จริงๆ แล้วเราไม่รู้จักคนเหล่านั้นที่มาต่อว่าเราเลยนะเราต้องมานั่งเครียดเพราะเอาคำของคนอื่นมาคิด มาอยู่ในใจเราจนเราเครียดและทำงานไม่ได้เลยเหรอ มันไม่ใช่แค่เราที่เสีย แต่คนอื่นๆ รอบตัวเราก็เสียหายไปด้วย ทั้งโปรดักชั่น หรืออะไรต่างๆ มันไม่คุ้มค่าเลย เออ...อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ 


ในเรื่องแบ่งเป็นทีมชาย ทีมหญิง เติร์ทจัดว่าเป็นพาร์ตไหน

ไม่รู้อะ แน่นอน ผมเป็นเกย์ แต่ในเรื่องมันไม่ได้ระบุไว้ 


โดนคำพูดเกี่ยวกับเรื่องเพศทำร้ายบ้างไหม 

แน่นอนครับ แต่เติร์ทคิดว่าไอจะเป็นอะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับยู นี่มันร่างกายเติร์ทไม่ใช่เหรอ คุณเอาเวลาไปจัดการตัวเองเถอะ (หัวเราะ) เติร์ทว่ามันไม่ควรเอาอะไรมาจำกัดประเภทแล้ว โลกมันก็เป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องทำให้ชีวิตเรายาก ทำไมต้องสร้างกรอบ แล้วสร้างเรื่องดราม่าต่างๆ ขึ้นมา ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงานไป แล้วทุกคนก็มีความสุขของตัวเอง (เราเข้าใจถูกไหมว่าเติร์ทชอบได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย?) เติร์ทไม่มีทางคบกับผู้หญิง ขอโทษที (หัวเราะ) 


ตอนนี้เริ่มติดใจการแสดงหรือยัง 

ติดใจนะ เติร์ทชอบการแสดงมากเลย อยากลองอีกหลายๆ แนว ดราม่า แอ็กชั่น เติร์ทชอบออกกำลังกาย อยากลองเอาสิ่งที่เราออกกำลังกายมาไปฝึกเป็นศิลปะป้องกันตัวไปใช้ในการแสดง อยากให้คนเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเกย์หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณอยากทำ 


ตอนประกวด The Face Men เราโดนคอมเมนต์ว่าเดินแบบไม่ดี พอต้องมาทำงานแสดงบ้างรู้สึกกดดันไหม

ไม่ เติร์ทมั่นใจว่าเติร์ททำได้ เพราะเติร์ทเชื่อว่าเติร์ททำได้ ยูมาบอกว่าไอเป็นนายแบบไม่ได้คือยังไงอะ ไอเป็นนายแบบตั้งแต่อายุ 15 (หัวเราะ)


แล้วถ้าสมมติวันหนึ่งมีงานแสดงให้รับบทพระเอกล่ะ

ถ้ายูมั่นใจว่าไอเล่นบทพระเอกได้ ไอก็จะเล่นให้ยู (ยิ้ม) 


กลับมาที่ App War อีกครั้ง ฉากที่ห้ามพลาดสำหรับเติร์ทคือฉากไหน

ซีนที่ประทับใจที่สุดคือซีนขับรถไล่ล่ากัน มันประทับใจมากเพราะเกิดอะไรที่ไม่ลงตัวหลายๆ อย่างในซีนนั้น คือเราชอบมากเลย เราเป็นคนขับ แล้วต้องขับรถไปชนเขา ในชีวิตจริงคงไม่เกิดขึ้น...เพราะเติร์ทขับรถไม่เป็นครับ (อ้าว แล้วในเรื่องล่ะ?) ก็มีรถลากครับ (หัวเราะ) เลยรู้กันหมดเลย


Tags :