คุยกับ 'ปัญ' สาวน้อยขารั่วฉายาฉลามแห่งวง BNK48

22.05.18 9,989 views

    ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ชื่อของปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร หรือ “ปัญ BNK4”’ ก็เข้ามายืนอยู่ในหัวใจของโอตะ โอชิ และแฟนคลับหลายๆ คน รวมถึงเป็นหนึ่งในสมาชิกวงที่มีแฟนเกิร์ลเยอะที่สุด แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ คงเป็นเพราะความสดใสและเสียงหัวเราะของสาวน้อยขารั่วฉายา ‘ฉลาม’ คนนี้ ที่ทำให้ชื่อของเธอถูกถามถึงอยู่เสมอ

เริ่มต้นเป็น “ปัญ BNK48”
    “ช่วงแรกของการเป็น BNK48 เราไม่ได้รู้สึกตอบโจทย์กับตัวเองขนาดนั้น ต้องปรับตัวเยอะอยู่เหมือนกัน เราอาจจะแบ๊วไม่ค่อยเป็น ต้องมาทำอะไรที่เกินไปกว่าตัวเรา หรือบางทีก็พยายามหาคาแร็กเตอร์ของตัวเองมากเกินไปจนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่พอเราอยู่กับตัวเอง อยู่กับเพื่อนมากขึ้น มันก็ไม่ต้องมีกรอบแล้ว เราก็ได้ใช้คาแร็กเตอร์ของตัวเองที่เราเป็นตอนอยู่กับเพื่อน ตอนนี้ก็คงตอบโจทย์แล้ว แต่หนูก็คงไม่หยุดอยู่แค่นี้ คงจะขยายโจทย์ตัวเองออกไป อยากเติบโตขึ้นไปอีกเรื่อยๆ”

เรื่องที่สร้างความภาคภูมิใจ
    “หนูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีจุดพีก สิ่งที่ชอบที่สุดเราไม่มี สิ่งที่เกลียดที่สุดเราก็ไม่มี อะไรที่เป็นที่สุดคือสิ่งที่เราไม่เคยมี (หัวเราะ) แต่หลักๆ เราเป็นคนที่ประทับใจทุกอย่าง ดีใจและเสียใจง่ายๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนูคงเป็นสิ่งที่เราพยายามจดจำให้ได้ทุกอย่าง”
    “กับ BNK48 เราภูมิใจที่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราสร้างมาด้วยตัวเองจริงๆ เราพยายามมาพร้อมกับเพื่อนๆ ทุกคน พร้อมกับแฟนๆ เราดีใจที่ได้เข้ามาตรงนี้ และกลายเป็นคนให้แรงบันดาลใจคนอื่นมากกว่าการมีชื่อเสียง ไม่ได้ภูมิใจเรื่องชื่อเสียงขนาดนั้น เราชอบร้องเพลง และช่วยเหลือคนอื่น”

ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ปัญอยากทำอะไร
    “อยากร้องเต้นเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) แต่ก่อนมันก็เป็นงานเชิงอดิเรกมากกว่าสำหรับเรา แต่พอเราเอางานอดิเรกตรงนี้มาทำเป็นอาชีพ เราก็รู้สึกว่างานนี้ก็มีเสน่ห์เหมือนกันนะ มันก็หนักพอสมควร ตอนแรกเราเคยคิดว่ามันจะเป็นงานที่สบาย แต่พอมาทำจริงๆ แล้ว หนักยิ่งกว่าการมีธุรกิจเป็นของตัวเองอีก”

ช่วงท้อแท้ของเด็กสาวที่ดูร่าเริง
    “หนูยังไม่มีช่วงที่รู้สึกท้อมากๆ แต่อาจจะมีช่วงที่หนักมากกว่า แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากเลิก เราทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีสอบและมีคอนเสิร์ตเยอะมาก คอนเสิร์ตก็โดนคอมเมนต์ว่าเต้นไม่ดี การบ้านก็ยังไม่ได้ทำ ซ้อมก็ยังไม่ได้ซ้อม เราไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรตรงไหนก่อน มันรวนไปหมด อยากอยู่นิ่งๆ แต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่า อยากเลิกเลย”


สิ่งที่ปัญได้จากการเป็น BNK48
    “ความสุขและมิตรภาพค่ะ ก่อนหน้านี้หนูก็เป็นแฟนคลับของคนอื่นมาก่อน เราก็เคยรู้สึกว่า เขาก็คงแค่มาทำงานหรือถ่ายรายงานด้วยกัน เราก็เคยคิดว่าพวกเราคงเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน แต่จริงๆ แล้วมันมีอะไรที่มากกว่านั้น ทุกคนรักกันจริง รู้สึกว่าเป็นมิตรภาพและความทรงจำที่ดี ถึงจะแก่เฒ่าไปแล้ว หนูก็คงยังคิดถึงการเป็น BNK48 เรามีความสุขที่ได้มอบความสุขให้กับแฟนๆ พวกเขารอวันที่จะได้พบกับเราในวันที่มีโชว์ เราเองก็รู้สึกมีความสุขเหมือนกันที่ได้ขึ้นไปอยู่บนเวที และได้มอบความสุขให้กับพวกเขาเหมือนกัน
    “สมัยก่อนชีวิตของเราก็แค่ไปเรียนมหาวิทยาลัย ลงเรียน 5 ตัว ถ้าสมมติตอนนี้หนูไม่ได้มาทำตรงนี้ เทอมหน้าหนูก็คงจบปี 4 แล้ว แต่พอมาทำตรงนี้มันก็เสียเวลาส่วนตัวไป มีช่วงนึงที่เราดร็อปไป แต่ก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่งานในวงของเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนูได้รับโอกาสและงานตรงนั้น มันก็เป็นการได้คุ้มเสียค่ะ เราดีใจที่เราพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่”

ถ้าปัญเลือกจับมือกับใครก็ได้ในวง 3 คน อยากจับมือกับใคร และอยากบอกอะไรเขา
    “คนแรกคือจิ๊บค่ะ น้องเป็นคนที่มีความพยายามมากๆ ที่ผ่านมาหนูจะชอบสังเกตคนในห้องซ้อม และจะเห็นคนๆ หนึ่งอยู่ปลายหางตา ถึงแม้จะไม่ได้ถูกเรียกชื่อออกมา แต่เขาจะซ้อมอยู่ตลอด นั่นก็คือจิ๊บ ขนาดในห้องที่ทุกคนเหนื่อยแล้ว นั่งพักกัน แต่จะยังมีจิ๊บที่ยังคงซ้อมอยู่ หนูรู้สึกประทับใจ น้องไม่ได้ถูกเลือกเป็นเซนบัตสึ หนูก็อยากไปให้เป็นกำลังใจให้เขาค่ะ อยากบอกว่า สิ่งที่ทำอยู่ดีแล้วนะ ขอให้พยายามต่อไป หนูจะเป็นกำลังใจให้”

    “คนที่สองคือรินะซัง หนูอยากขอบคุณที่เขามาเป็น BNK48 พวกเราเต้นได้ดีขนาดนี้ ก็เป็นเพราะรินะซังที่เป็นส่วนประกอบยิ่งใหญ่ มีเขาอยู่ในวงแล้วหนูรู้สึกอุ่นใจ ไม่อยากให้เข้าหรือกลับ AKB อยากให้อยู่กับพวกเราตลอด (หัวเราะ)

    “คนที่สาม ขอสองคน คือเจนกับพี่ก่อนค่ะ เหตุผลเหมือนกันคือ ซิงเกิลที่ 1 และ 2 สองคนนี้ไม่ได้ติดเป็นเซนบัตสึ แต่ซิงเกิ้ลนี้เขาเป็นเซนบัตสึ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขามาถึงตรงนี้ได้มาจากตัวของเขาเอง หนูอยากเดินไปจับมือพร้อมบอกขอบคุณที่พยายามและไม่ยอมแพ้ และบอกเขาว่านี่แหละคือผลของความพยายาม”

ส่วนตัวคิดว่า ตัวเองเป็นคนมีความกระตือรือร้นไหม
    “ขี้เกียจนิดนึงค่ะ (หัวเราะ) หนูชอบดูวิดีโอแฟนแคมที่เขาถ่ายเรา แล้วเราก็จะดูข้อบกพร่องนั้น หนูไม่ค่อยใส่ใจว่า ตัวเองจะเต้นถูกหรือผิด แต่ใส่ใจเรื่องฟีลลิ่งที่เราใส่ลงไปมากกว่า ถ้าเราเต้นแบบมีความสุขจริงๆ มันจะแสดงออกมา เคยมีคนบอกว่าตอนนี้ปัญเก่งขึ้นแล้วนะ แต่ยังมีสิ่งที่ขาดไปอยู่ทำให้ไม่สามารถไปอีกเลเวลนึงได้ ซึ่งครูบอกว่า มันก็คือรายละเอียดที่หนูใส่ใจลึกๆ เข้าไป ถ้าเรายังไม่ได้หลงใหลในท่าเต้นนั้น ทำให้ดูเหมือนไม่ได้อินกับมันจริงๆ เราก็แค่ยิ้มออกมา แต่ไม่ได้ออกมาจากความสุข ไม่ได้หลงใหลในท่าเต้นนั้นจริงๆ หนูเลยก็พยายามทำหลายๆ อย่าง แต่มันก็ทำให้เกร็ง เราแค่ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ Feel Free ให้ได้มากที่สุด แล้วมันจะออกมาเอง”


อยากทำงานเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังมากกว่ากัน
    “ถ้าไม่มีเบื้องหลังก็ไม่มีเบื้องหน้า หนูรู้สึกว่าเผลอๆ เบื้องหลังสำคัญกว่าเบื้องหน้าด้วยซ้ำ อย่างมาวันนี้ถ้าไม่มีพวกพี่ พวกหนูก็คงไมได้มาขึ้นปกนิตยสารใช่ไหมคะ มันก็มีความสำคัญที่แตกต่างกันไป การทำงานเบื้องหลังมีเสน่ห์ที่คนภายนอกไม่ได้เห็น คนข้างนอกก็จะได้เห็นเราอย่างหนึ่ง แต่คนที่ทำงานเบื้องหลังก็จะได้เห็นในอีกโมเมนท์หนึ่ง ซึ่งหนูมีความสุขกับการที่เห็นได้สิ่งนี้ และดีใจกับคนที่เขาทำงานกันด้วย”

ถ้าเลือกตำแหน่งหนึ่งของคนที่ทำงานเบื้องหลัง ปัญอยากทำอะไร
    “อยากเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ เวลาไปงานหนูจะเห็นผู้ช่วยผู้กำกับเป็นคนที่ไดเร็กเป็นส่วนมาก แล้วคนที่เป็นคน Say Yes! ก็คือผู้กำกับ ซึ่งส่วนตัวหนูเป็นคนกลัวการตัดสินใจ หนูรู้สึกว่าหนูไม่กล้าตัดสินใจเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าตัวเองจะตัดสินใจได้ไม่ดี แต่ว่าหนูชอบที่จะเสนอความคิดเห็นว่าเป็นอย่างนี้นะ ชอบคุยกับคนอื่นเยอะๆ เรียกว่าเป็น Extrovert ก็คงได้นะ (หัวเราะ)”

ถ้าเปรียบตัวเองเป็นเครื่องดื่มในคาเฟ่สักหนึ่งเมนู คิดว่าเป็นเมนูอะไร
    “น่าจะเป็นอิตาเลียนโซดาค่ะ มีความหวาน แต่ก็มีความซ่า เราไม่ใช่คนที่มีด้านเดียว บางทีก็รู้สึกเหมือนกันว่า มีหลายด้าน ต้องคนด้วยนะคะ ถ้าไม่ได้รู้จักกันลึกจริงๆ คุณก็จะได้เห็นแค่ด้านบนหรือด้านล่างที่หวานเกินไป หรือซ่าเกินไป แต่ถ้าคุณคนดีๆ คุณจะเห็นรสชาติที่กลมกล่อม เขิน (หัวเราะ)”

ความหมายของการเป็น BNK48
    “ความสำคัญของการเป็น BNK48 คือการให้กำลังใจ คำว่ากำลังใจ หมายถึงเป็นกำลังใจให้ทั้งเขาและเรา เป็นสัญญาทางใจว่าเราจะพยายามไปด้วยกันนะ อะไรที่คุณหนักใจอยู่ ฉันก็มีเหมือนกัน แต่ฉันจะพยายาม คุณก็ต้องพยายามไปด้วยกันนะ เราพยายามไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย แฟนคลับเขาก็พยายามให้เราขึ้นไปอีกขั้น เขาก็อยากให้เราเป็นเซ็นเตอร์ เป็นแถวหน้า ต้องมาจับมือเราใช่ไหม เราก็ส่งกำลังใจให้เขาทำงานราบรื่น การให้กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญ”

    “การมาเป็น BNK 48 ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น แต่ก่อนหนูเป็นคนที่ไม่รู้จักตัวเองเท่าไหร่ ไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเองได้ว่าเราเป็นคนยังไง มีความฝันอะไร เราไม่เคยรู้เลย แต่พอมาอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่สิ่งภายนอกที่มาสอนเรา แต่มันเป็นสิ่งลึกๆ จากภายในใจที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำให้เรารู้จักตัวเอง และโตขึ้น”

Tags :