Prove Yourself - เอ๋ SWEAT16!

‘เอ๋ SWEAT16!’ สาวจิตอาสาที่เคยกลัวการออกกำลังกาย สู่การเป็นไอดอลเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ

จากเด็กผู้หญิงที่เคยกลัวการออกกำลังกาย ไม่มั่นใจในตัวเอง ที่บอกกับเราว่าเธอร้องเต้นไม่ค่อยเก่ง เพราะโดนครูฝึกดุอยู่บ่อยครั้ง การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน SWEAT16! ของ เอ๋-วาสนา พิมพ์จันทร์ อาจไม่ใช่แค่เพื่อพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นถึงความสามารถ และความหมายที่แท้จริงของการเป็นไอดอล แต่ยังเป็นการพิสูจน์จิตใจและร่างกายของตัวเธอเองอีกด้วย

อะไรคือความทรงจำที่สวยงามที่สุด

“การได้มาเป็น SWEAT16! เป็นเรื่องสวยงามที่สุดในชีวิต ก่อนหน้านี้เอ๋เป็นคนชิลล์มากๆ ชิลล์ถึงขนาดที่ว่าจะทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ได้ หรือเข้าไปอยู่ในป่า เก็บผักกินก็ได้ การอยู่กับครอบครัวดูแลพ่อแม่คือจุดหมายสูงสุดในชีวิตแล้ว เราแค่อยากมีชีวิตสงบสุข แต่พอได้เข้ามาอยู่ใน SWEAT16! มันทำให้รู้สึกว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิดสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ด้วย ไม่ใช่แค่ทำให้พ่อแม่มีความสุข"

ความฝันก่อนมาเป็น SWEAT16!

“ความฝันแรกในวัยเด็กคือการได้ไปทำงานที่นาซ่า อยากออกนอกโลก อยากไปอวกาศ ไปดูดาว พอเริ่มโตมาเอ๋อยากเป็นหมอ แต่มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่แนวทางของเรา เอ๋ไม่ได้ชอบเคมี ชีวะ แต่ชอบดาราศาสตร์ สุดท้ายได้มาเรียนสถาปัตย์ เพราะชอบดูงาน ชอบทำงานเบื้องหลัง การที่เอ๋ได้มาอยู่ SWEAT16! ทำให้เอ๋รู้สึกว่าได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น เวลาเห็นพี่ถือกล้อง จัดไฟก็จะไปดู ว่างๆ ก็ชวนเพื่อนมาทำหนังสั้นกัน เราก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพื่อนได้แสดงออก อยากนำความน่ารักของเพื่อนๆ มาทำให้ทุกคนเห็น”

แล้วคิดว่าตัวเองมีความน่ารักอะไร

“เอ๋เป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ปกติก็ไม่ได้เป็นคนที่รูปร่างหน้าตาดี แต่ถ้าเอาตามที่แฟนๆ เคยให้กำลังใจ เขาบอกว่า เอ๋เป็นคนจริงใจ ดูแลใส่ใจแฟนคลับเป็นอย่างดี สิ่งนี้เป็นเสน่ห์ของเอ๋”

ที่บอกว่าชอบดาราศาสตร์ ถ้าเปรียบตัวเองเป็นเหมือนดาวดวงหนึ่ง คิดว่าเป็นดาวอะไร และดาวดวงนั้นสว่างแค่ไหน

“เอ๋ชอบดาราศาสตร์ เวลาที่มองดาว เราจะรู้สึกสบายใจมาก มันเป็นสิ่งธรรมชาติที่เราสามารถมองเห็นได้ตอนกลางคืน เวลามองเห็นดาว เราจะสบายใจและมีความสุข  ถ้าเปรียบเทียบตัวเองให้เป็นเหมือนดาวดวงหนึ่งได้ เอ๋น่าจะเป็นดาววีก้า (Vega) เราชอบดาวดวงนี้ เราไม่ได้เปรียบเทียบเพราะมันสว่าง แต่เราเปรียบเพราะว่า ถึงดาวดาวนี้จะไม่ได้สว่างที่สุดในบรรดาดาวทั้งหมด แต่เขาจะอยู่ตรงนั้นเพื่อทำให้คนอื่นสบายใจ”

สิ่งที่ดีที่สุดของการเป็น SWEAT16!

“การถูกรักค่ะ เอ๋เป็นคนคริสเตียนถูกสอนมาว่าเรื่องความรักจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง เอ๋มั่นใจว่าตัวเองเป็นคนที่รักทุกคนมาก ใครที่เอ๋รู้จัก เอ๋ก็จะรักให้มากที่สุดเหมือนที่เรารักตัวเอง อะไรที่รู้สึกไม่ดีเราก็จะไม่ทำกับคนอื่น เอ๋รักใครและเอ๋รักมาก แม้แต่คนที่เพิ่งรู้จักกันเอ๋สาบานได้ว่าเอ๋ไม่เคยคิดไม่ดีกับใครแม้แต่คนเดียว การได้รักคนอื่นเป็นความสุขของเรา พอเราได้โอกาสมาเป็น SWEAT16! เรากลับถูกรัก ทำให้รู้สึกได้ว่าที่เราเคยรักคนอื่นเราก็ได้รับการตอบแทนกลับมาจากทุกคนเช่นกัน”

แต่มีคนรัก ก็ต้องมีคนเกลียด ที่ผ่านมารับมือกับเสียงตอบรับยังไง

“เอ๋เป็นคนที่ชอบนะคะเวลาที่มีคนมาว่าหรือดูถูกเพราะเอ๋รู้สึกว่ามันทำให้ตัวเองต้องหัดธนาเรื่องความคิดเราต้องหาทางเผชิญกับคำพูดเหล่านั้นพอตัวเองผ่านจุดนั้นไปได้หรือยอมรับคำวิจารณ์นั้นนั้นเพื่อมาทำให้ตัวเองดีขึ้นได้มันก็ทำให้รู้สึกภูมิใจในตัวเองสิ่งที่เขาว่ามาคอยดูนะเราจะทำให้มันดีขึ้นแต่ก็เข้าใจค่ะเรื่องที่มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดหรือคนไม่ชอบเอ๋เข้าใจว่าบางทีมันก็ไม่ถูกใจหรือถูกจริตกับคนบางกลุ่ม

เราไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาหรอก แต่บางทีสิ่งที่เขาทำก็ไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ เราก็รู้สึกว่า ไม่ชอบแล้วบางทีตัวเราเองก็เผลอหลุดคำพูดออกไป บางทีบางสิ่งบางอย่างทำให้รู้สึกว่าไม่ชอบและหลุดคำพูดบางอย่างออกมา เอ๋เลยคิดว่า คำพูดที่อาจจะไม่ดี มันก็เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น เอามาเป็นแรงกระตุ้นให้เราทำดีมากขึ้นดีกว่า”

เห็นเคยได้รางวัลนักเรียนดีเด่นกรอบทองด้วย

“เป็นเกียรติบัตรกรอบทอง รางวัลนี้จะให้กับคนที่ทำจิตอาสาหรือไม่ก็เรียนดี ซึ่งจะมอบให้ทุกปี และเอ๋จะได้รางวัลนี้ เพราะอยู่ชุมนุมอาสาพยาบาล เราดีใจมาก เพราะการมีชีวิตอยู่แล้วเกิดประโยชน์ต่อสังคม เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าตัวเองมีค่ามาก”

การมาอยู่ SWEAT16! เปิดโอกาสให้เราทำจิตอาสาได้มากขึ้นไหม

“เอ๋ถามพี่ทีมงานตลอดว่าหนูอยากให้ SWEAT16! ไปทำจิตอาสา การทำจิตอาสาและออกไปทำค่ายเป็นการบอกเรื่องราวสิ่งที่ได้พบเจอ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น เอ๋เคยโพสต์ในเฟซบุ๊กของตัวเองเกี่ยวกับป้าคนหนึ่ง ป้าเขามีกระบอกน้ำ เพื่อเข้ามากรอกน้ำในมหาวิทยาลัย และนำกลับบ้านไป ซึ่งตอนขนกลับบ้านคุณป้าไม่ได้นั่งรถปกติมา แต่คุณป้านั่งรถไฟ แต่ละครั้งคุณป้าจะพกขวดมาหลายขวดมาก คุณป้าบอกว่า ป้าก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ป้าก็แค่คิดว่ามันประหยัดดีนั่งรถไฟก็สนุกดีนะ สิ่งที่เราได้เจอมาแต่ละวันสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราเอง เราก็เลยอยากจะส่งต่อให้กับคนหลายคนที่ได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้  ถ้าคนที่อ่านเขารู้สึกดีและอบอุ่นแค่นั้น เราก็มีความสุขแล้ว

คำว่าไอดอลไม่ได้หมายถึงแค่การเป็นศิลปินร้อง-เต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ

“คำว่า ‘ไอดอล’ ตีความได้หลายแบบ เอ๋อยากให้ SWEAT16! นอกจากจะเป็นนักร้องนักเต้น อยากให้พวกเราทุกคนสามารถเป็นต้นแบบให้กับใครหลายคนได้ อยากให้พวกเราเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่น สิ่งนี้คือ จุดมุ่งหมายที่เอ๋อยากทำให้ได้มากที่สุดค่ะ”

เรื่องไหนที่ทำให้สาวน้อยคนนี้รู้สึกท้อแท้

“เวลาซ้อมไม่ทันเพื่อนค่ะ ตั้งแต่ซ้อมมา 1 ปีครึ่ง เอ๋โดนด่าทุกครั้ง ทุกอาทิตย์ ทุกคลาสเลย เอ๋นับจำนวนครั้งที่โดนชมได้เลย แค่สามสี่ครั้งเท่านั้น แต่ก็เข้าใจว่าคุณครูก็อยากให้เราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ พอไม่มีพื้นฐานมาก่อน เราก็รู้ว่าจะต้องตามเพื่อนให้ทัน เคยมีครั้งหนึ่งที่เคยจะมีโอกาสแสดงที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ด้วยความที่แต่ละคนมีพื้นฐานไม่เท่ากันการปูพื้นฐานเพื่อที่จะได้ท่าเต้นมาก่อนก็เลยทำให้ช้า ซึ่งหนึ่งในคนที่เต้นไม่ได้ก็คือเอ๋ ตอนนั้นท้อมากๆ”

“วิธีพัฒนาของเอ๋คือ การนำกำลังใจบวกแรงผลักดันของคนรอบข้างมาทำให้ตัวเองพัฒนา กำลังใจเอ๋ได้มาจากเพื่อนๆ SWEAT16! นี่แหละค่ะ ทุกคนไม่ได้ทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลัง ทุกคนไม่เคยหยุดวิ่ง แต่การที่แต่ละคนจะวิ่ง เขาพาเพื่อนๆ ไปด้วยทุกคน เอ๋เลยรู้สึกว่า ด้วยความที่ทุกคนไว้ใจและเชื่อใจว่าเอ๋จะทำได้ แล้วเอ๋เป็นคนที่ไม่ชอบทำให้ใครผิดหวัง เราเลยอยากจะทำให้ดีที่สุด ส่วนอีกแรงกดดันที่ได้มาจากคุณครูหรือทีมงานบริษัท ถ้าเรายังไม่พร้อม ยังไม่ดี ยังไม่ได้รับคำชมจากประเทศญี่ปุ่น เราก็จะไม่สามารถที่จะเดบิวท์หรือเปิดตัวออกไปได้ เพราะพี่ทีมงานบอกว่า การจะเปิดตัวบริษัทสามารถทำให้ได้อยู่แล้วเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าทำออกไปแล้วถูกว่า ทำได้แค่นี้ก็อย่าออกไปเลยดีกว่า”

เคล็ดลับการออกกำลังกายของเอ๋

“เมื่อก่อนเอ๋เป็นคนกลัวการออกกำลังกาย เพราะเราเป็นโรคหอบหืด และมีกรรมพันธุ์เป็นโรคหัวใจ การวิ่งเป็นสิ่งที่หนักหน่วงมากสำหรับเอ๋ พอเป็นโรคนี้แทบจะไม่ออกกำลังกายเลย ครูฝึกเขาจะให้คาดีโอก่อน ให้มีความอึด แต่การที่อยู่ดีๆ จะฝึกเยอะก็ไม่ได้ จากวิ่ง 1 กิโลฯ อาจจะเพิ่มมาเป็น 2 กิโลฯ ครูสอนจะค่อยๆ ฝึกออกกำลังกายในแต่ละกล้ามเนื้อ เพิ่มไปทีละส่วน ไม่ได้หนักมาตั้งแต่แรก แต่จะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป ซึ่งนอกจากการออกกำลังกาย สิ่งที่สำคัญคือ อาหาร เคยมีสำนวนที่บอกว่า กล้ามเนื้อมาจากห้องครัว อาหารมีผลทำให้ร่างกายแข็งแรง ต้องควบคุมอาหารให้ดี”

"เอ๋เคยวิ่งครั้งหนึ่งแล้วล้มวูบไปเลย พอได้มาอยู่ตรงนี้ เราก็ไม่อยากปฏิเสธที่จะทำ เห็นเพื่อนทำกันได้ เราก็อยากลองทำดู แต่ก็ต้องรู้ขีดจำกัดของร่างกาย เริ่มจากเดินเร็วก่อน แล้วค่อยเพิ่มสเต็ปขึ้นไปเรื่อยๆ ชีวิตเอ๋เกิดมาครั้งเดียว ถ้ามีสิ่งดีๆ สิ่งไหนที่เราสามารถทำได้ เราก็อยากทำ การออกกำลังกายมันไม่มีผลเสียกับร่างกายเลย แล้วทำไมเราจะต้องไม่ทำด้วย โอกาสมาถึงแล้ว SWEAT16! อาจเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งหรือเปล่าที่ทำให้เราหันมาออกกำลังกายก็เป็นได้”

Tags :