Please don’t stop the music - มิวสิค SWEAT16!

26.07.18 521 views

อีกหนึ่งสาวน้อยมากความสามารถอย่าง ‘มิวสิค-จิดาภา จงสืบพันธ์’ เซ็นเตอร์ของ SWEAT16! ที่กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเซ็นเตอร์ของวงได้ก็ต้องผ่านการฝึกฝนและฝึกซ้อมมามากมาย ซึ่งนอกจากความสามารถด้านการร้องที่มิวสิคถนัดที่สุดแล้ว การเต้นและการแสดงของเธอก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน มาถึงวันนี้วันที่เธอได้ก้าวเข้ามาเป็นไอดอลกลุ่มใหม่ของเมืองไทย เธอก็พร้อมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้ทุกคนมีความสุขในเสียงเพลงของเธอ


ชอบดนตรี ชอบการแสดงตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า

ใช่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนให้เรียนเต้น ร้องเพลง เรียนการแสดงตั้งแต่เด็ก แล้วก็เป็นความชอบส่วนตัวด้วยค่ะ เลยแข่งมาเรื่อยๆ


ก่อนมาเป็น SWEAT16! เรียนอะไรมาบ้าง

โห เรียนมาค่อนข้างเยอะค่ะ แต่ว่าส่วนใหญ่ที่เรียนหนักๆ ก็จะเป็นร้องเพลงค่ะ แล้วก็จะมีเรียนเต้นพวกแจ๊ส ฮิปฮอป ฟังก์บ้าง แล้วก็จะมีเรียนแอ็กติ้ง แต่ว่าพวกเครื่องดนตรีก็เรียนเอง เหมือนเรียนด้วยตัวเองค่ะ


ร้องเพลง เต้น แสดง ถนัดอะไรที่สุด

ร้องเพลงค่ะ


มีใครเป็นไอดอล

สำหรับไอดอลก็จะเป็นอาวริล ลาวีน, พี่ดา เอ็นโดรฟิน, พี่แพท วง Klear ค่ะ เพราะมิวจะเป็นสายป๊อปร็อก ป๊อปฟังก์


เข้ามาเป็น SWEAT16! แล้ว เข้าใจคำว่าไอดอลว่ายังไง

ถ้าสำหรับคนไทยในช่วงก่อนๆ เลย ไอดอลเหมือนจะเป็นบุคคลแบบอย่างใช่มั้ยคะ มิวก็คิดว่าใช่ค่ะ เหมือนกับไอดอลเป็นแบบอย่างของเรา เป็นบุคคลที่เราชื่นชอบ แต่ว่าไอดอลในที่นี้ต้องเป็นคนที่มีพลังบวก คอยให้กำลังใจคนอื่นๆ ทำให้คนอื่นมีความสุขให้ได้


เข้าวงแรกๆ กังวลไหม

ตอนช่วงแรกๆ ไม่ได้กังวลค่ะ เพราะมันเป็นช่วงให้เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัด ให้เรียนร้องเต้น แอ็กติ้ง เรียนภาษาไปเรื่อยๆ ไม่ได้กดดันอะไร


ต้องปรับตัวเยอะไหมกับการมาเป็นไอดอลสายญี่ปุ่น

ก็...ที่จริงมิวไม่ใช่คนสายแบ๊วมาก่อน แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็กลืนๆ กับพี่เขาไป จนตอนนี้ก็กลายเป็นแนวๆ นั้นแล้ว (หัวเราะ) ก็มีการปรับตัวไปเรื่อยๆ ค่ะ ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว


เอกลักษณ์ของ SWEAT16! คืออะไร

อาจจะเป็นความสดใสแล้วก็คาแร็กเตอร์ที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคนค่ะ ถ้าสังเกตดีๆ คือจะไม่มีใครเหมือนกันเลย (หัวเราะ) แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องความพยายามของพวกเราค่ะ การพัฒนา การมาซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เลยทำให้พวกเราค่อนข้างแข็งแรงแล้วก็สามัคคีกัน


กว่าจะมาเป็น SWEAT16! ผ่านอะไรมาบ้าง

ตอนแรกที่เราเริ่มเข้ามาซ้อมก็จะมีอาจารย์จากญี่ปุ่นมาสอน เป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ เลย แล้วก็เหมือนกันว่าเริ่มเรียนจากเบสิก ปรับพื้นฐานเท่ากันใหม่หมดเลย แล้วพอเราซ้อมไปประมาณปีหนึ่งเราก็รู้สึกว่าทำไมเราไม่ได้ออกซิงเกิ้ล ทำไมเราถึงไม่ได้เดบิวต์สักที แล้วตอนนั้นก็โดนกดดันจากอารย์ที่ญี่ปุ่นด้วยว่าถ้าเราทำได้แค่นี้เราก็ไม่ได้ออกไปไหนหรอก เราก็กดดัน แล้วก็เครียดด้วย ช่วงนั้นเลยจะเป็นช่วงที่ท้อแท้ ทุกคนรู้สึกท้อแท้ แต่เราก็ให้กำลังใจกัน จนถึงวันเดบิวต์ พอเรารู้ว่าจะได้เดบิวต์แล้ว มันถึงเวลาของเราแล้ว ที่เราจะเปิดตัวให้คนภายนอกรู้จัก เพราะว่าเราซ้อมมาค่อนข้างหนักและยาวนานจริงๆ เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก


คิดว่าคนไทยเข้าใจกับกระแสไอดอลแนวญี่ปุ่นที่เริ่มเข้ามาบ้างรึยัง

หนูว่าไอดอลสำหรับคนไทยมันเหมือนเป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่งเข้ามา บางคนก็เข้าใจ แต่บางคนเขาก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร งานแตะมือคืออะไร แนวเพลงอะไร เหมือนมันยังแปลกใหม่สำหรับเขาอยู่ค่ะ


กลัวคนไม่เข้าใจไหมกับการมาเป็นไอดอลแนวญี่ปุ่นในประเทศไทย

ที่จริงก็ไม่ได้กลัวนะคะ ไม่รู้อะ เหมือนหนูก็ไม่ได้กลัวอะไร หนูว่าถ้าคนจะชอบเขาก็ชอบเอง หนูไม่ได้เป็นคาดหวังว่าเขาจะต้องอะไรกับเรา


SWEAT16! ต่างจากไอดอลแนวญี่ปุ่นวงอื่นๆ ยังไง

หนูสวย ไม่ใช่ (หัวเราะ) ล้อเล่นค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเต้นแล้วก็คอนเซ็ปต์ของวงมากกว่าค่ะ คอนเซ็ปต์ของวงก็คือเหมือนกับเพลงจะเป็นเพลงที่นำไปใช้ในการออกกำลังกายได้ด้วยค่ะ แล้วก็เป็นท่าเต้นที่ค่อนข้างแข็งแรง ท่าเยอะ เพลงก็ค่อนข้างที่จะเร็ว ก็คือจะต้องมีการซ้อมที่หนักมาก


กดดันไหมกับการเป็นเซ็นเตอร์วง

ก็...มีแอบกดดันบ้างนิดหน่อยค่ะ เพราะเซ็นเตอร์ก็เหมือนเป็นจุดที่คนจับตามองเราด้วย เราก็เลยเหมือนกับว่าจะต้องทำให้ดีทุกๆ ครั้งนะ เอาจริงๆ หนูกดดันตัวเองมากกว่า แต่แฟนคลับก็คอยให้กำลังใจตลอดค่ะ ก็เลยไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่


SWEAT16! สำหรับมิวสิคคืออะไร

ครอบครัวมั้งคะ มันเหมือนเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่เราได้ก้าวเข้ามาแล้วเรารู้สึกว่ารักครอบครัวนี้ เหมือนกับว่าเราอยู่ด้วยกันมา เอาจริงๆ ก็เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ มันก็ผูกพันก็สนิทกันแล้ว ก็คิดว่าน่าจะเป็นครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งค่ะ


สนิทกับใครที่สุดในวง

โห หนูว่าน่าจะสนิทกันทุกคนล่ะค่ะ (หัวเราะ) แต่ถ้าหลักๆ ก็จะมีแอนนี่ แล้วก็น้องนิ้งอีกคนหนึ่งค่ะ ที่จริงน้องพราวด์ก็สนิท คือหนูจะอยู่กับแก๊งเด็กๆ หน่อย


เวลาท้อทำยังไง

มิวเป็นคนที่ชอบคุยกับตัวเองค่ะ (หัวเราะ) ก็เหมือนเราก็จะไปนั่งอยู่หน้ากระจกแล้วก็คุยกับตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบน้ี แล้วเราจะแก้ไขมันยังไง แล้วเราก็จะให้กำลังใจตัวเอง แบบมิวสิคสู้ๆ นะ เดี๋ยวเราก็จะผ่านมันไปได้ แค่เรื่องนี้เข้ามาเรื่องเดียว ในวันข้างหน้าอาจจะมีอีกหลายเรื่องเข้ามาเราก็ไม่รู้ มันก็แค่วันนี้ที่มันเกิดขึ้น เป็นแค่ความรู้สึกในตอนนี้ อนาคตก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วก็จะมีกระโดดแตะกำแพงที่บ้าน ชอบกระโดดแท็กมือกับตัวเอง แตะเป็นแท็กกับกำแพงแทน (หัวเราะ) หนูเป็นคนมีจินตนาการสูงมาก แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็จะชอบขอกำลังใจจากคนรอบข้าง แบบแอนนี่ขอกำลังใจหน่อย


มีเหตุการณ์เสียน้ำตามั้ย

เคยแน่นอนค่ะ คือเราซ้อมหนักกันมากจริงๆ ตอนนั้น เหมือนตอนนั้นครูสอนเต้นที่เป็นคนญี่ปุ่นเรียกประชุม แล้วก็ชมเราว่าดีขึ้นนะ เราทำได้ เราพร้อมจะเดบิวต์แล้ว ตอนนั้นทุกคนก็ร้องไห้ คือเหมือนเราซ้อมกันมาหนักมาก เหมือนทุกอย่างที่เสียไปเราได้มันกลับคืนมาแล้ว คือเขาไม่เคยชมเลย เขาจะดุว่าทำไมยังทำไม่ได้ แต่วันนั้นเขาชม แล้วก็บอกว่าอีกนิดเดียว สู้ๆ มันเลยเป็นความรู้สึกที่แบบเราทำได้แล้ว



น้ำตาแห่งความเสียใจล่ะ

มีค่ะ เหมือนตอนนั้นเรากดดัน คนในวงก็กดดัน เหมือนเราก็ยังทำไม่ได้ คนนั้นคนนี้ก็ยังทำไม่ได้ ก็ยิ่งเครียดกัน มันก็จะมีวันที่ครูให้เราจับมือแล้วร้องเพลงใส่กัน ความรู้สึกทั้งหมดมันถูกส่งผ่านเสียงเพลง เราได้ระบายออกมา ความเหนื่อย ความท้อแท้ทุกอย่าง มันเอาออกตรงนั้นหมดแล้ว ก็เหลือแค่เราจะสู้ไปด้วยกันนะ


ความฝันจริงๆ ของมิวสิคคืออะไร

แน่นอนค่ะ หนูชื่อมิวสิค หนูอยากจะมีวงดนตรีเป็นของตัวเอง อยากเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง คือไม่จำเป็นต้องดังระดับประเทศ แต่แค่ได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วมีคนชอบผลงานเรา แค่นี้หนูก็ดีใจแล้ว มันเหมือนเรามีความสุขกับตรงนี้ เราก็อยากจะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด วันหนึ่งได้ขึ้นเวทีที่อิมแพคอารีน่า มีคนเยอะๆ มาดูเรา นั่นคือความฝันของหนูค่ะ


กังวลไหมว่าคนอาจให้ความสนใจไอดอลแนวญี่ปุ่นวงอื่นมากกว่า

เอาจริงๆ ก็ไม่ได้กังวลนะคะ คือคนแต่ละคนเขาก็ชอบไม่เหมือนกัน เราก็เป็นในแบบของเรา ทำของเราตรงนี้ให้ดีที่สุดก็พอ เขาจะชอบหรือไม่ชอบก็เรื่องของเขา เราไม่สามารถบังคับเขาได้ว่าต้องมาชอบเรานะ ต้องมาเป็นแฟนคลับเรานะ  เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนทุกคนมาชอบเรา วันนี้เขาอาจจะชอบเรา แต่วันต่อไปเขาอาจจะไม่ชอบเราแล้วก็ได้ แต่จากคนที่วันนี้เขาไม่ชอบเรา พรุ่งนี้เขาอาจจะมาชอบเราก็ได้ คือมันสามารถเปลี่ยนได้ตลอดอยู่แล้ว เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ค่ะ แค่มีคนมาชอบเราแค่คนเดียว หนูก็ยังจะทำโชว์ให้เต็มที่ที่สุดค่ะ


ตอนนี้มีแฟนคลับเยอะรึยัง

ก็เยอะขึ้นจากตอนเดบิวต์ใหม่ๆ นะคะ ตอนแรกมีหน่อยนึง (หัวเราะ)


ชื่อเหมือนกับไอดอลแนวญี่ปุ่นอีกวงเลย นอยด์มั้ย

เอาจริงๆ ก็ไม่นอยด์นะคะ ชื่อมิวสิคมันก็มีหลายคนที่ชื่อมิวสิค (หัวเราะ) เด็กๆ หนูเคยดู AF ก็มีคนชื่อมิวสิค คนที่หนูเรียนร้องเพลงด้วยก็ชื่อมิวสิค หนูก็ไม่ได้นอยด์นะคะ ถึงแม้ว่าเราจะทำงานในแนวทางเดียวกัน แต่มันก็เป็นมิวสิคที่คนละมิวสิค เขาก็มิวสิคในแบบของเขา เราก็เป็นมิวสิคในแบบของเรา มันก็ไม่เหมือนกัน ก็ไม่ได้นอยด์ค่ะ


Tags :