It Happened to be a 'First Date' เดตแรก ต้องไม่ลืม

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2548 เป๊กปล่อยซิงเกิลแรกในชีวิตของตัวเองที่มีชื่อว่า ไม่มีใครรู้ และมีอัลบั้มชุดแรกอย่าง One ผลิตโชค ตามด้วยเพลงดังอย่างเพลง หรือแค่ขำขำ, ใจหนึ่งก็รัก อีกใจก็เจ็บ, นิทานหิ่งห้อย จนมีแฟนคลับจำนวนหนึ่ง ต่อมาก็ได้ออกอัลบั้ม Together (2551) ร่วมกับอ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ และไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช และหลังจากนั้นชื่อของเป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร ก็แทบจะหายไปจากวงการบันเทิง

แต่เมื่อเขารับบท “หน้ากากจิงโจ้” ในรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ชื่อของเขาก็กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง และค่อยๆ มีแฟนคลับ หรือ “นุช” ติดตามจำนวนมหาศาล จนเรียกว่าเข้าใกล้จุดสูงสุดของอาชีพนักร้องมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกงานอีเวนต์โชว์ตัวก็มักจะมีแฟนคลับตามมาให้กำลังใจจนแน่นสถานที่อยู่บ่อยๆ

แม้จำนวนคนตามและเสียงตอบรับจะดีมากอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ยังมักจะตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ่อยๆ ถึงความสามารถของตนเอง หลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่าเป๊กจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกเป็นของตัวเอง กับ “OISHI Green Tea Present : PECK PALITCHOKE FIRST DATE Concert”

HAMBURGER เชื่อเหลือเกินว่าบนเวทีนี้เราจะเห็นเป๊กแสดงตัวตนจริงๆ ให้เห็นอย่างเต็มที่ แล้วไม่ใช่แค่ฝันของเขาที่เป็นจริง แต่ฝันของ “นุช” และเหล่าผู้สนับสนุนก็เป็นจริงเช่นกัน 

ความรู้สึกของคนที่กำลังมีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง
รู้สึกตื่นเต้นครับ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นของตัวเอง แล้วก็มีถึง 3 รอบด้วย

คิดว่ากระแสตอบรับจะดีขนาดนี้ไหม 
ช่วงนั้นนอนไม่หลับเลย คอนเสิร์ตเดี่ยวเลยเหรอ สมัยก่อนกว่าจะมีงานที่ได้ออกแสดงถี่ๆ ยังมีนานๆ ทีเลย แต่นี่เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวของเราเอง แฟนคลับจากทั่วทุกมุมจะได้มารวมตัวเจอกันเพื่อมาให้กำลังใจและฟังเพลงของเรา มันจะเกิดขึ้นได้จริงเหรอ จนกระทั่งทราบว่าบัตรคอนเสิร์ตขายหมดเกลี้ยงจนต้องเปิดรอบใหม่ เรายังรู้สึกอยู่เลยว่านี่เป็นเรื่องจริงใช่ไหม

ดีใจไหมที่มีคนสนับสนุนเราเยอะขนาดนี้
เป็นเรื่องมหัศจรรย์ครับ อยู่ๆ ความรักจากคนหลายๆ คนเข้ามาหาเรามากมายอย่างนี้ ดีใจเหมือนกันนะ เวลากลับบ้านพอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรเราก็จะนั่งอมยิ้ม มีความสุขอยู่คนเดียวทุกที

รู้ไหมว่ามีนุชไปปูเสื่อนอนรอถึง 2 คืน เพื่อรอซื้อบัตรคอนเสิร์ต
รู้ครับ รู้มาว่าทุกคนมารออยู่หน้าห้างสรรพสินค้า หน้าสถานที่ขายบัตร ผมก็เป็นห่วงนะครับ ทำไมต้องมาลำบากกันขนาดนี้ แต่พวกเขาก็เป็นกำลังใจที่ทำให้ผมรู้สึกว่าต้องตั้งใจ มุ่งมั่นทำให้ดีที่สุด แล้วก็เต็มที่กับการซ้อม ถึงแม้ว่าเวลาซ้อมจะมีอยู่น้อยก็ตาม

พอเวลาซ้อมมีน้อย คิดว่าจะทำออกมาได้ดีพอกับที่คาดหวังไว้ไหม
ก็ต้องสารภาพตามตรงเลยครับว่ามีเวลาซ้อมคอนเสิร์ตน้อยมาก พอผู้ใหญ่ลงคิวมาว่าอยากให้ผลิตโชคมีคอนเสิร์ตช่วงเดือนเมษายนนี้ ก่อนหน้านั้นเราไม่ได้เตรียมตัวว่าจะมีคอนเสิร์ตเลย แต่ว่างานที่เรารับไว้ถูกจองคิวไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นมันจะมีงานอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถยกเลิกได้ ซึ่งทำให้ขั้นตอนการซ้อมค่อนข้างจะลำบากมาก ตั้งแต่เดือนมีนาคมก็ยังต้องทำงานเกือบทุกวัน แทบจะไม่ได้ซ้อมเลย ก็เลยเครียดนิดนึง มีความคิดว่าอยากซ้อม อยากให้มันเฟิร์มมากกว่านี้ แต่คิดว่าสุดท้ายแล้วก็น่าจะโอเค เพราะตั้งใจมากๆ แล้วก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญจากแกรมมี่หลายๆ ฝ่ายเข้ามาช่วยครับ เรายังพะวงกับเรื่องคอนเสิร์ตอยู่เหมือนกันว่าจะทำได้ดีไหม แต่สิ่งที่เรารู้มาคือการที่ทุกคนไปนอนริมถนนเพื่อรอจองบัตรเพราะกลัวจะนก เราก็คิดว่าเฮ้ย งั้นไม่เป็นไร เราก็จะทำให้ดีที่สุดในทางที่ผลิตโชคสามารถทำได้ ไม่สามารถไปเปรียบเทียบกับใครได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก จะพยายามทำให้เต็มที่ครับ

คอนเสิร์ตครั้งนี้จะเป็นกึ่งแฟนมีตติ้งด้วยใช่ไหม 
ถ้าใครเคยเป็นแฟนคลับของศิลปินต่างประเทศ ก็คงจะเคยเห็นช่วงที่เขาจะให้คนดูขึ้นมาร่วมสนุกหรือมาร่วมเล่นเกมกับศิลปิน ให้เขาขึ้นมาทำอะไรก็ได้บนเวที ลักษณะเป็นเหมือนการนัดออกเดตครั้งแรก “First Date” ก็จะมีกิจกรรมเยอะ แต่ยังบอกไม่ได้ครับ ต้องรอดูเอง

แฟนคลับจะได้เห็นเป๊กเต้นเยอะๆ เหมือนตอนหนุ่มๆ หรือเปล่า
ตอนนี้ก็...ใช้คำว่าสมัยหนุ่มๆ แรงตรงนี้นะครับ (หัวเราะ) ก็ได้เห็นครับ ก็น่าจะยังเต้นได้อยู่ กร๊อบๆ ข้อเข่ายังดีอยู่ ยังเต้นได้ครับ

ดูเหมือนว่าการเป็นนักร้องก็ต้องเอาใจคนดู ที่ผ่านมามีวิธียังไงที่ทำให้รู้สึกว่าเขาให้ใจเรามา แล้วเราก็ให้ใจเขากลับไปเหมือนกัน
ไม่มีแบบแผนเป็นขั้นเป็นตอนนะ อยากจะทำอะไรก็จะทำมากกว่า ไม่คิดว่าจะต้องทำแบบนี้ๆ แค่รู้สึกว่าอยากทำก็จะทำครับ อย่างตอนที่ไปเล่นคอนเสิร์ตช่วงวาเลนไทน์ที่ร้านนึง เราก็ซื้อดอกไม้ไปฝาก น่ารักดี เราไม่ได้มีแบบแผน ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำทุกวันหรือทำทุกงาน

อะไรคือสิ่งที่น่าจดจำหรือเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดที่แฟนคลับเคยทำให้ 
มีเยอะมากเลยครับ แต่ละสิ่งที่แฟนๆ ทำให้เป๊ก เหนือความคาดหมายและเหลือเชื่อมากเลยครับ เป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น เช่าจอ LED ตามสี่แยกเพื่อลงรูปโปรโมตผม แล้วก็ทำป้ายเชียร์อันใหญ่ ทุกเหตุการณ์ทำให้เรารู้สึกว่าเขาน่ารักดีนะ เขาดีกับเราจังเลย คงเป็นความรู้สึกแบบจริงใจน่ะ การที่เขามอบความรักให้ก็ทำให้เรามีพลังสร้างสรรค์ทำเพลงให้เขาฟังต่อไปเรื่อยๆ

มีแฟนคลับถามมาว่าตั้งแต่เป๊กกลับมาอีกครั้ง ปล่อยเพลงใหม่ออกมา ฟังดูแล้วยังไงก็แต่งให้นุช ทำไมถึงคิดจะทำเพลงให้นุช แทนที่จะทำเพลงให้คนทั่วไปฟัง
ผมคิดว่าเป็นเพราะบรรยากาศของแต่ละช่วงชีวิตน่ะครับ ที่ผ่านมามีแต่สิ่งดีๆ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ไม่ได้อยากจะทำเพลงเศร้า ตอนแรกผมก็มีเพลง “โทษที่เอาแต่ใจ” ก็เป็นเพลงที่แนะนำตัวเองอีกเพลงแหละครับว่าจริงๆ แล้วผลิตโชคเป็นคนยังไง ต่อด้วย “This Is Love” ที่จะออกแนวหวานนิดนึง เพราะผมอยากขอบคุณแฟนคลับทั่วประเทศที่คอยสนับสนุนตลอดเวลาที่ผ่านมา คือเราเคยไปทัวร์คอนเสิร์ตแล้วเจอคนที่บกพร่องทางการได้ยิน ตอนนั้นผมไม่ทราบว่าผมจะต้องทำอย่างไรเพื่อขอบคุณเขาได้ เราไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อสารมา รู้ในใจลึกๆ ว่าเขาพยายามบอกกับเรา “พี่เป๊กสู้ๆ I Love You” ผมก็อยากบอกขอบคุณกลับไป พอมีครูมาสอนภาษามือให้ผม ผมก็เลยเอาไปใส่ไว้ในท่าเต้นของเพลง This Is Love ทำให้เราได้ขอบคุณแฟนๆ ทั่วประเทศ ทุกกลุ่มที่เคยติดตามเราตั้งแต่ยังไม่มีชื่อเสียง จนมาตอนนี้เขาก็ยังติดตามเราอยู่

คอนเสิร์ตครั้งนี้เราจะมีโอกาสได้ฟังเพลงพิเศษที่ต่างจากเดิมไหม เช่น เพลง Superstars ที่เป๊กเคยอยากร้องในรอบชิงฯ ของรายการ The Mask Singer หรือเพลงสากลอื่นๆ
ผมโตมากับเพลงสากล มีหลายเพลงที่อยากร้องให้ทุกคนฟัง ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมโตมายังไง ฟังเพลงแบบไหน ศิลปินที่ผมโตมาพร้อมกับเขา ผมจะเรียกว่า “แดดดี้” พวกเขาเป็นศิลปินชาวผิวสีรุ่นพ่อที่เราชอบฟัง ตอนเด็กๆ คุณพ่อก็จะชอบเปิด 80s ให้เราฟังตอนไปส่งที่โรงเรียน เราก็ค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ ร้องจนหล่อหลอมให้มาเป็นเราทุกวันนี้ 

ศิลปินคนไหนที่เรียกว่าเป็นแดดดี้ของเรา
จะมี Babyface และวง Boyz II Men เป็นศิลปินที่ผมชอบมาก เรียกเขาว่าเป็นคุณพ่อ ซึ่งผมก็มีโอกาสเจอตัวจริงแล้วด้วย วันนั้นผมก็ไปร้องไห้อยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ตของเขาเลยครับ ตัวผมเองนอกจากเป็นศิลปินแล้ว ก็ยังเป็นแฟนคลับของศิลปินคนอื่นด้วยเหมือนกัน พอผมทราบว่าเขาจะมาพักที่โรงแรมนี้ ผมก็ตามไปจองห้องพักเพื่อดูเขา ผมถึงเข้าใจธรรมชาติของคนที่ปลาบปลื้มศิลปินว่าฟีลเป็นยังไง เพราะผมก็รู้สึกเหมือนกัน แล้วเราบังเอิญเจอกับรุ่นพี่ที่เป็นคนจัดงานพอดี พอเขารู้ว่าเรามาเชียร์แดดดี้ก่อนหน้าที่เขาจะเล่น 2-3 วัน เขาเลยชวนไปงานปาร์ตี้ของคุณพ่อในฐานะแขกคนหนึ่ง ซึ่งวันนั้นเองที่เราได้มีโอกาสขึ้นไปร้องเพลงด้วยกันกับคุณพ่อ 

เห็นเป๊กได้รับของขวัญจากแฟนคลับเยอะมาก ปกติแล้วมีวิธีจัดเก็บสิ่งของที่ได้จากแฟนคลับอย่างไรบ้าง
ยากมากครับ ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนรถตู้เป็นรถสิบล้อแล้วครับ (หัวเราะ) เรามีรถตู้หนึ่งคันชื่อว่า “น้องมังคุด” แต่ว่าทุกวันนี้น้องมังคุดก็เริ่มวิ่งไม่ไหวแล้ว เพราะมีของแน่น ยางแบนมากครับ กำลังจะต้องติดต่อรถสิบล้อให้วิ่งตามมาทีหลังแล้วเพื่อบรรทุกของ มีหลายงานที่ผมไปร้องเพลง ตอนขากลับในรถก็แทบจะไม่มีที่นั่งแล้ว ทางที่ดีเราจะต้องมีรถสิบล้อตามมาแล้วล่ะ ของที่มีตอนนี้บางชิ้นต้องฝากทุกคนเก็บ เพราะที่บ้านกับที่คอนโดไม่มีที่เดินแล้ว แต่ผมก็ต้องบอกตรงๆ ว่าบางอย่างก็ไม่ได้ใช้เลย ยิ่งพวกขนมหรือของกิน บางทีเรากินไม่ทัน ผมก็ต้องขออนุญาตแจกจ่ายให้เพื่อนๆ คนรอบข้าง ให้เกิดมูลค่ามากกว่าที่จะปล่อยให้สูญเปล่า แต่ของทุกชิ้น การ์ดทุกใบผ่านมือผมแน่นอนครับ ผมโชคดีที่มีแฟนคลับเป็นคนมีจิตใจดีเหมือนกันนะครับ ชอบทำความดีให้กับสังคม มีมูลนิธิจิตอาสา ชอบไปแจกจ่ายเสื้อผ้ากัน บางทีมีของที่ไม่ใช้แล้ว ผมก็เอาเสื้อผ้าหรือหมวกไปขาย ผมคิดว่าบางทีของที่เราไม่ได้ใช้ก็เอาไปแปรรูปให้กับคนที่เขาต้องการมากกว่าก็ดีเหมือนกัน

ถามจริงๆ ว่ารู้สึกยังไงกับสิ่งที่แฟนคลับทำเพื่อเรา 
ทุกคนลำบากไหมที่ต้องทำแบบนี้ ผมไม่เคยบอกว่านุชต้องเป็นคนโหวตเพลงหรือต้องมาโหวตศิลปินดีเด่นให้ผม ไม่เคยพูดหรือคิดว่าเขาจะทำให้เรา แต่ว่าทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาอยากทำให้เรา เรารู้ว่ามันไม่ง่ายเลยกับการต้องอดหลับอดนอน เพื่อมาโหวตให้เราทั้งคืน โหวตซ้ำๆ ไปจองร้านอินเทอร์เน็ต หรือไปจองที่ข้างถนนเพื่อจะรอซื้อบัตร ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้กันมาตั้งแต่เป๊กยังไม่มีชื่อเสียง ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมมีกำลังใจในการใช้ชีวิต แล้วกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

แฟนคลับของเป๊กใช้ชื่อเรียกแทนตัวเองว่า “นุช/นุชา” คิดว่าถ้าไม่ใช้ชื่อนี้แล้วจะมีชื่อเรียกอื่นไหม
ถ้าไม่ใช้ชื่อนุชก็ไม่มีชื่ออื่นแล้วครับ เพราะชื่อนี้เกิดมาเพื่อนุชเลย เกิดมาเพื่อทุกคน ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรได้แล้ว สมัยก่อนทุกคนแซวผมว่าเป็นคุณหลวง เพราะผมชอบทำผมแสกกลางดูมีหน้าแบบไทยโบราณ อาบแดดตัวดำก็เหมือนคุณหลวงเหี้ยมๆ (หัวเราะ) พอเขาเรียกเราว่าคุณหลวง เราก็คิดศัพท์ของเราบ้าง นุชเป็นเหมือนน้องสาวแสนสวย เป็นผู้หญิงที่บอบบางอ่อนโยน ก็เลยเรียกนุชดีกว่า

ยังมีชื่ออื่นที่แฟนคลับเรียกเป๊กอีกไหม
มีเฮีย มีพิคคี้ มีพี่โชค แล้วแต่คาแร็กเตอร์ในตอนนั้น คิดว่าเรามีหลายบุคลิกในหนึ่งคน ไบโพลาร์

ชอบชื่อไหนที่สุด
พี่โชคครับ เป็นคนนิ่งๆ เท่ๆ ผอมๆ มีสันกรามนิดนึง (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นพิคคี้ก็จะชอบทำแบบนี้ (ทำท่าแก้มป่อง) เมื่อเช้ามาถ่ายงานองค์พิคคี้ลง เริ่มอารมณ์เสียแล้ว ของกินต้องมาเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าให้เราเจอใคร เราก็จะงอแง ต้องเอาอะไรมาให้เรากินเดี๋ยวนี้เลย พอเห็นสุกี้น้ำที่เขาซื้อมาให้ เราก็คิดในใจว่าเท่านี้มันไม่พอกินหรอก เราเลยเดินไปสั่งกับข้าวอีกสองอย่างให้องค์พิคคี้ เขาก็โอเคแล้วครับ

มีหลายบุคลิกในหนึ่งคนเหรอ
ใช่ครับ พอผ่านไปสิบห้านาทีองค์พิคคี้ก็กลับเรือน กลับดาวครับ

แล้วตอนนี้เป็นอะไรอยู่
ตอนนี้ก็เป็นผลิตโชคครับ คนปกติ

คิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร
จริงๆ เราก็ไม่กล้าบอกหรอกนะครับว่าเราเป็นคนยังไง ฉันเป็นคนแบบนี้นะ ไม่เรื่องมากหรอก เราก็ไม่กล้าพูด แต่ถ้าพูดรวมๆ แล้ว ก็เป็นคนธรรมดาที่อยากร้องเพลง อยากเป็นนักร้อง อยากสร้างผลงานดีๆให้ทุกคนฟัง ไม่ว่ามีข้อมูลเรื่องราวอะไรในช่วงนั้น ก็อยากจะนำมาตีความ นำมาเสนอเป็นผลงานของเราประมาณนี้ครับ

เห็นข่าวว่าพี่เบิร์ด ธงไชย เรียกเป๊กเข้าไปปรับทัศนคติ จริงๆ แล้วคือเข้าไปคุยอะไรกันบ้าง 
คนที่เห็นหัวข้อข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ก็จะเห็นคำว่าเป๊กปรับทัศนคติ แต่คำว่า “ปรับทัศนคติ” ในแง่มุมของเป๊กกับพี่เบิร์ดคือการพูดเล่นกัน พี่เบิร์ดมาถามเราว่า เป็นยังไงบ้าง ไหวมั้ย ทุกอย่างราบรื่นดีหรือเปล่า เเฮปปี้มั้ย ตรงนี้โอเคหรือไม่โอเค ด้วยความที่เราเป็นรุ่นน้องก็จะเข้าไปเจอพี่เบิร์ดเป็นประจำอยู่แล้ว เขาก็จะมีคำแนะนำและคำปรึกษาให้เราตลอด ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่เรามีชื่อเสียงเท่านั้นนะครับ ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แต่พอมีชื่อเสียงคนก็สามารถพูดไปเรื่อยได้ เนี่ย...เป๊กโดนกระแสนี้ ทำตัวไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ จนพี่เบิร์ดไม่ไหวต้องเรียกไปปรับทัศนคติ มันไม่ใช่ความหมายแบบนั้น จริงๆ แล้วนั่นเป็นสิ่งที่ให้กำลังใจเรา ให้แง่คิดในการใช้ชีวิต แล้วก็การวางตัวในการเป็นศิลปินที่ดี เป็นไอดอลตัวอย่างให้กับทุกคนมากกว่าครับ

งั้นศิลปินที่ดีต้องวางตัวอย่างไร
ผมคิดว่าเราไม่ต้องวางตำแหน่งตัวเองไว้ให้เป็นแบบนี้นะครับ ก่อนอื่นเลยต้องขออนุญาตทุกคนว่า เป๊กขอเป็นตัวเอง เป๊กไม่สามารถเป็นใครที่ไม่เป็นตัวของตัวเองได้ครับ แต่ว่าเป๊กจะทำสิ่งดีๆ ให้ทุกคนภูมิใจ สิ่งไหนที่ไม่ดีก็จะไม่นำเสนอแล้วไม่ทำให้ทุกคนเห็น ผมจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกคนนะครับ แต่ก็ต้องเป็นตัวเองด้วย

จริงไหมที่บุคคลสาธารณะเป็นคนที่สามารถถูกวิจารณ์ได้ในทุกๆ เรื่อง
แล้วแต่คนนะครับ ความคิดของใคร ใครๆ ก็มี อยู่ที่ว่าเขาจะคิดไว้ในใจหรือว่าพูดออกมา ซึ่งผมคิดว่าการเป็นคนดังคือคนที่อยู่แบบกลางแจ้ง คนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ใครๆ ก็สามารถมองเห็น พูดวิจารณ์วิเคราะห์อะไรได้หมด ยิ่งสมัยนี้มีเทคโนโลยี มีอินเทอร์เน็ต บางทีเขาก็พูดบางสิ่งออกไปอย่างไม่ได้คิด เราก็เข้าใจครับ แต่บางสิ่งบางอย่างถ้ามันเป็นแง่ลบเกินไป เราก็ว่าใจร้าย อยากให้มีสิ่งดีๆ ใครด่าแล้วก็ชมบ้าง (หัวเราะ) เขาจะได้มีแรงใจในการทำงาน

พอมาเป็นซูเปอร์สตาร์ ชีวิตเปลี่ยนไปในทิศทางที่เราโอเคไหม รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปไหมจากการเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักเยอะ ไปไหนก็ถูกจับตามอง ถูกถ่ายรูปตลอดเวลา
เรียกว่าเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะขึ้นดีกว่าครับ ผมไม่ได้เสียอะไรมาก แต่รู้สึกว่าเราอาจจะทำอะไรเหมือนเดิมมากไม่ได้แล้ว สมัยก่อนเราอาจจะเสียงดังโหวกเหวก อยากจะทำอะไรก็ทำกับเพื่อนๆ บางอย่างที่อาจจะออกโทรทัศน์ไม่ได้ ก็อาจจะทำไม่ได้แล้ว แต่เราเข้าใจได้ มาอยู่จุดนี้มันก็มีอะไรที่จะต้องเปลี่ยน สมัยก่อนที่ยังไม่ได้มีชื่อเสียงขนาดนี้ แต่ว่าคนก็ยังจำได้อยู่ เราก็ทำตัวปกติ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับที่เราเลือกเองครับว่าเราจะทำไหม จะไปไหม ถ้าเราไม่อยากให้เขาถ่ายรูป ก็ไม่ต้องไป ไม่ต้องทำครับ ก็อยู่แต่ในโรงแรมแล้วกัน ถ้ารับไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเราเลือกที่จะมาตรงนี้เอง 

สิ่งตอบแทนที่เราได้รับจากการเป็น “เป๊ก” ในทุกวันนี้
กำลังใจในการทำงาน แล้วก็โอกาสดีๆ ในชีวิตที่ได้ทำงานในสิ่งที่เรารักครับ อีกอย่างที่ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งดีที่สุด คือการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหลายๆ คนได้ คนที่เห็นเป๊กแล้วรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจหรือเป็นไอดอล นี่แหละเป็นสิ่งที่ผมประทับใจ 


ภาพ: ณัฐพล วุฒิเพ็ชร์
ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ โรงแรมอำแดง