‘ผมอยากทำให้โลกนี้มีความสุขยิ่งขึ้น’ นิโคลาส์ ลูฟรานี ทายาทผู้ก่อตั้งแบรนด์ Smiley

          เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับไอคอนใบหน้ายิ้มสีเหลืองอยู่แล้วแน่ๆ : ) 

          หลังจากที่ แฟรงคลิน ลูฟรานี สร้าง ‘ไอคอนหน้ายิ้มสีเหลือง’ ขึ้นมาใช้ในแคมเปญโปรโมชั่นของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในปี 1972 เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้หาเวลามาแจกยิ้มกัน จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไอคอนหน้ายิ้มจึงได้กลายมาเป็นธุรกิจของครอบครัวลูฟรานี วันนี้สัญลักษณ์หน้ายิ้มหรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘สไมลีย์’ (Smiley) ไม่ใช่แค่ธุรกิจของครอบครัวลูฟรานีอีกต่อไป แต่ยังเป็นสัญลักษณ์สากลของคนทั่วโลก ที่ใช้ส่งต่อความสุขและรอยยิ้มร่วมกัน

          และในเทศกาลเฉลิมฉลองปีนี้ นิโคลาส์ ลูฟรานี ทายาทรุ่นที่สองของผู้ก่อตั้ง The Smiley Company หรือ แบรนด์สไมลีย์ (Smiley) ซึ่งเป็นลูกชายของแฟรงคลิน ลูฟรานี จะนำไอคอน Smiley มาสร้างสรรค์ออกแบบประดับประดาตกแต่งทั่วบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลให้ชาวไทยได้แวะมาชมและถ่ายภาพเป็นครั้งแรก ความสนุกอยู่ที่ทุกคนแทบจะเดาไม่ได้เลยว่าเดินไปแล้วจะพบเหล่า Smiley ส่งยิ้มให้ตรงมุมไหนบ้าง 

ที่มาของไอคอนหน้ายิ้มหรือ ‘สไมลีย์’ (Smiley)
          “Smiley เริ่มจากเมื่อ 46 ปีที่แล้ว พ่อของผม (มร.แฟรงคลิน ลูฟรานี) เคยใช้ไอคอนหน้ายิ้มในแคมเปญโปรโมชั่นของหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสฉบับหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้หาเวลามาสร้างยิ้มกันบ้าง ไอเดียของเขาคือถ้าคุณเห็นโลโก้ Smiley และได้อ่านข่าวที่ดี คุณก็จะมีความคิดแง่บวก เมื่อคุณมีพลังแง่บวก คุณจะทำดีกับผู้อื่น และแบ่งปันความสุขให้กับผู้คนรอบตัวได้ Smiley จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสุขมาตลอด โดยในกลางปี 1990 ผมก็ได้เข้ามาร่วมทำธุรกิจนี้ และเริ่มพัฒนา Smiley จากสิ่งที่พ่อผมเคยออกแบบมาปรับพัฒนาขึ้นเป็นอีกร้อยเป็นพันชิ้นเลย ในตอนนี้ Smiley กลายเป็นสัญลักษณ์สากลของคนทั่วโลก ทุกชาติ ทุกภาษา เข้าถึงได้ทุกเพศ ทุกวัย”

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณร่วมมือกับเซ็นทรัลในการนำไอคอนหน้ายิ้ม Smiley มาสร้างสรรค์ออกแบบประดับประดาตกแต่งทั่วบริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ช่วยเล่าถึงความน่าสนใจให้ฟังหน่อย
          “นี่เป็นแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกของผม โดยจะจัดแสดงขึ้นใน 32 ห้างสรรพสินค้าในเครือของเซ็นทรัลทั่วประเทศไทย ที่ผมออกแบบและสร้างสรรค์ Smiley ออกมาเป็นผลงานประติมากรรมมากมาย เป็นผลงานชิ้นใหม่ที่ยังไม่เคยถูกจัดแสดงที่ไหนมาก่อน คุณจะได้เห็น Smiley ที่เป็นฝูงกวางเรนเดียร์กับซานตาคลอสหรือตัวตุ๊กตาขนมปังขิง รวมถึงมีผลงาน Smiley แบบดั้งเดิม ร้านอาหารที่เข้าร่วมก็จะมีการเสิร์ฟขนมและอาหารต่างๆ เป็นรูปหน้ายิ้ม หรือกาแฟที่มีการตกแต่งเป็นรูปหน้ายิ้มอยู่ด้านบน 

          ผมมองว่าห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ที่ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกันทั้งครอบครัวและเพื่อน มีสิ่งต่างๆ มากมายเกิดขึ้นที่นี่รวมถึงความสุข เห็นได้ชัดว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัลก็เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองไทย มันจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างเหมาะสมมากที่จะมี Smiley รวมอยู่ในศูนย์กลางแห่งนี้ เพื่อช่วยสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คน ย้ำเตือนให้ทุกคนว่าอย่าลืมที่จะคิดแง่บวก ยิ้มให้กับชีวิต และยิ้มให้กับคนรอบข้าง

          ผมหวังว่าทุกคนที่มาชมผลงานของพวกเราจะได้รับความสุขกลับไป สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเขาจะจดจำถึงสิ่งที่เราต้องการสื่อสารในงานออกแบบเหล่านี้ และคิดถึงแต่เรื่องที่ดีในชีวิต ยิ้มให้กับชีวิตและยิ้มให้กับผู้คนรอบข้าง และนี่คือสิ่งที่บริษัทของเรายึดมั่นนั่นคือทำให้โลกใบนี้เป็นโลกที่มีความสุขมากขึ้น”

ผลงานชิ้นไหนที่คุณชอบมากที่สุด
          “มีชิ้นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะสนุกคือ Smiley Caravan ที่เป็นฝูงกวางกับซานตาคลอสและยิ้มแบบ Smile หน้ากำแพง ช่วงที่ครีเอตมันขึ้นมานั้นสนุกมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้เห็น Smiley ที่เป็นรูปสัตว์ ได้เห็นมันมีชีวิต ผมเอ็นจอยมาก”

คุณเคยมาประเทศไทยหรือเปล่า
          “ก่อนหน้านี้ผมมีโอกาสมาเมืองไทยอยู่หลายครั้ง ทั้งเรื่องธุรกิจและพักผ่อนในช่วงวันหยุด ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับมาประเทศไทย”

เคยได้ยินมาก่อนไหมว่าประเทศไทยก็ได้รับฉายาว่าเป็น ‘เมืองแห่งรอยยิ้ม’ (Land of Smiles)
           “แน่นอน ผมเห็นเป็นประจำ เวลามาถึงสนามบิน ผมจะเห็นป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่เขียนบอกไว้ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากที่เมืองแห่งรอยยิ้มนี้จะมีไอคอนหน้ายิ้มอย่าง Smiley มาพบปะกับผู้คนด้วย”

แล้วอะไรคือความสุขของคุณ
          “ผมรู้สึกมีความสุขสุดๆ ที่ได้เห็นแคมเปญนี้เกิดขึ้น มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ มีอะไรให้ทำหลายอย่างเลย งานนี้ร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งดีไซน์สตูดิโอที่ลอนดอน จากประเทศอังกฤษ และทีมมาร์เก็ตติ้งของเซ็นทรัลกรุ๊ป พวกเราใช้เวลาหลายเดือนในการออกแบบ ตามดูฟีดแบ็ก และในที่สุดพวกเราก็ได้เห็นมันเกิดขึ้นจริงๆ ผมมีความสุขมากๆ ทั้งสำหรับทีมของผมและทีมของเซ็นทรัลที่ช่วยทำให้งานนี้ออกมาได้ดี”

นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว มีอะไรที่ทำให้คุณมีความสุขได้อีก
          “หลายอย่างที่ทำให้ผมเกิดรอยยิ้ม…เอาจริงๆ บางทีเรื่องจริงจังมากๆ ก็ทำให้ผมยิ้มได้นะ ผมพบว่า บางทีการประชดประชันในเรื่องที่จริงจังหรือคนที่จริงจังก็สามารถเรียกรอยยิ้มได้ ผมสามารถยิ้มได้ในช่วงเวลาที่ต่างกันมาก บางทีผมยิ้มออกมาในสถานการณ์ที่ไม่ควร ผู้คนก็อยากรู้เหตุผลว่าทำไม แต่มันเป็นอะไรที่อยู่ในหัวผมน่ะ”

เป้าหมายของบริษัทคุณคือ ‘การทำให้โลกนี้มีความสุขยิ่งขึ้น’ แล้วตัวคุณล่ะ ได้รับอะไรจากการทำสิ่งนี้
          “การเป็นเฮดของบริษัท Smiley เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ อย่างหนึ่งเลยก็คือ ผมได้มีโอกาสคุยงานกับหลากหลายบริษัท ทั้งแฟชั่น อาหาร ของตกแต่งบ้าน ของเล่น รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ได้ทำการสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงแคมเปญใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จากเมื่อก่อนจนถึงวันนี้ สำหรับผมแล้ว มันเป็นอะไรที่วิเศษมากที่ได้มีโอกาสได้ทำโปรเจ็กต์กับบริษัทในวงการต่างๆ ในประเทศต่างๆ มากมาย ผมได้ท่องเที่ยว พบเจอผู้คน ได้เห็นเทรนด์ คุณจะไม่มีทางเบื่อเลยถ้าได้ทำงานแบบผม และนั่นทำให้ผมทำงานหนัก เพราะมันไม่ใช่แค่การทำงาน แต่มันคืองานอดิเรก เป็นแพสชั่น และเป็นสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง”

สำหรับใครที่สนใจแวะมาชมและถ่ายภาพร่วมกับผลงานไอคอนคาแร็กเตอร์ของ Smiley สามารถตามไปดูได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล และเซ็นทรัล ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน-7 มกราคม 2562 


ภาพ: สรรพัชญ์ วัฒนสิงห์