MY REAL (HIGH) SOUL - เปอติ๊ด สุดติสต์

Written by
27.03.18 144 views

เปอร์ไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ได้ทำงานเพลงแบบไม่โดดเดี่ยว คนใช้ชีวิตสบายๆ ย้ายที่อยู่ตลอดเวลา เราชอบอยู่คอนโด ชอบอยู่ที่สูงๆ แล้วมองออกไปไกลๆ ความใหญ่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่ขอมีพื้นที่พอสำหรับซุกหัวนอน แค่หาคอนโดที่ตอบโจทย์ประมาณนี้ก็พอแล้ว ชีวิตเราไปไหนมาไหนตลอดเวลา ด้วยงาน ด้วยไลฟ์สไตล์ ความเป็นปาร์ตี้เกิร์ล เราอยู่ไม่เป็นที่หรอก เรื่องงานก็เหมือนกัน ร้องเพลงไปเรื่อยๆ ค่ายเพลงติดต่อมาบ้าง แต่ปฏิเสธไปก็หลายที่ ไม่เคยคิดว่าจะมีสังกัดมีค่ายเพลงกับเขาเลย 

แต่ชีวิตคนเรามันจะมีช่วงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เข้ามาเสมอ ความเปลี่ยนแปลงนี้เราเองยังจำอะไรไม่ได้เลย ลำดับเรื่องก่อน-หลังไม่ได้ มันมาในเวลาซ้อนทับกัน เริ่มจากเราสนิทกับพี่นะ Polycat มานานแล้ว วันหนึ่งเขาชวนมาคุยเรื่องทำเพลงกับทางค่าย Smallroom เราก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรเลย เพราะก่อนหน้านี้เรามีการคุยกับค่ายเพลงมาพอสมควร แทบทุกที่จะถามว่าชีวิตพื้นฐานของเปอติ๊ดเป็นอย่างไร แต่เขามีมุมมองไว้อยู่แล้วว่าจะทำเพลงอะไร จะให้เปอติ๊ดเป็นแบบไหน ไม่เคยมีที่ไหนถามเลยว่าเปอติ๊ดอยากให้งานออกมาเป็นอย่างไร ยกเว้นที่นี่ 


ตอนแรกเราถามพี่รุ่ง หัวเรือใหญ่แห่ง Smallroom “พี่จะทำเปอให้ออกมาเป็นแบบไหนคะ” พี่รุ่งตอบเรากลับมาว่า “เอ้า... แล้วเราอยากเป็นแบบไหนล่ะ” ประโยคเดียวนี้ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น 

เราอยากเป็นเปอติ๊ด อยากเป็นตัวเอง เท่านั้นแหละการตัดสินใจง่ายขึ้นในพริบตา เราตอบตกลงและเซ็นสัญญาทันทีที่นี่น่าจะตอบโจทย์เรามากที่สุดแล้ว ส่วนอยากเป็นตัวเองคือแบบไหนน่ะหรือ?...เปอติ๊ดคือผู้หญิงเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ร่าเริง จริงใจ ไม่ใส่หน้ากากอะไรทั้งสิ้น ปาร์ตี้เกิร์ลบ้าๆ บอๆ ที่แท้จริง เราไม่มีลุค ไม่ห่วงภาพพจน์ เวลาเที่ยวก็รั่ว บ้าบอนี่คือเรา เราจะรักษาความบ้านี้เอาไว้ ทำอะไรให้สุด ชอบแต่งตัวก็ขอให้เวอร์วังไว้ก่อน ทำแต่เรื่องที่ทำให้ตัวเองแฮปปี้ พอจะมาอยู่ค่ายเพลง แล้วเจ้าของเขาพูดมาแบบนี้เองน้า...ได้เลย เราจะอยู่ที่นี่ พอเริ่มเข้ามาทำงาน เจอคนในค่ายหลายๆ คน หืม... เป็นบ้าสุดๆ กันทั้งนั้นเลย เราเข้ามาใหม่พร้อมน้องอิมเมจเรากลายเป็นเด็กผู้ชาย เป็นสายห้าวๆ ขณะที่น้องอิมเมจเป็นน้องสาวที่น่ารักมุ้งมิ้งของทุกคน แต่ทุกคนต้อนรับพวกเราดีมาก เหมือนเราเจอที่ที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเรามาก เหมือนอยู่โรงพยาบาลบ้าที่ผลิตศิลปิน สนุกดี!  

หลังจากนั้นเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงชีวิตก็เริ่มต้นขึ้น เราเลิกกับแฟนที่คบมานานแล้ว ต้นเรื่องของทุกอย่างใน EP แรกของเราคือความรักที่จบลงไป และซิงเกิลแรกที่ปล่อยก็คือ “ไอ้” มันคือเพลงที่ใช้ด่าแฟนเก่า เราเชื่อมาตลอดว่านักแต่งเพลงทั้งหลายก็เขียนเพลงจากเรื่องราวของตัวเองกันทั้งนั้น ช่วงที่เราเขียนเราได้พี่นะ Polycat มาเป็นคนช่วย มันอุ่นใจ แล้วเพราะเขียนจากเรื่องตัวเอง ทุกตัวอักษรมันออกมาจากอารมณ์ มาจากความเศร้า หลายครั้งที่แต่งไปร้องไห้ไป พอจบเพลงได้ เริ่มทำให้รู้สึกว่ามีหลายเพลงมากที่เต็มไปด้วยความเศร้ากว่าเพลงเราอีก คนที่แต่งเพลงจากอารมณ์เศร้าขนาดนี้ได้ต้องสุดยอดมาก

“ไอ้” คือเพลงที่เลิกปุ๊บก็ได้เป็นเพลงนี้ตามมาในเวลาไม่นาน ด้วยความที่เรายังมีทริปที่ต้องไปเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง เราไม่ได้แคนเซิลทริปนี้ เหมือนกับว่าเป็นทริปส่งท้ายความรักที่จบลงของเรา ขณะที่นั่งรถกันไป อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา แล้วมันมีประโยคหนึ่งของคนที่เราเคยรักมาก ถามออกมาว่า “ร้องไห้ทำไม เสียดายเหรอ เสียดายที่จะไม่เจอคนอย่างเรา ผู้ชายน่ารักและบ้านรวย” เฮ้ยเชี่ย!...ทำไมพูดอะไรออกมาแบบนี้ คิดได้ยังไงกันว่าเราแค่เสียดายเขาด้วยเรื่องแบบนี้ เราเสียดายอะไรดีๆ ที่มีร่วมกันตลอดมาต่างหาก ที่ผ่านมาเราไม่เคยมองเห็นจุดจบในความรักของเราเลย ความรักที่ยาวนาน ที่คิดว่าคนนี้แหละคู่ชีวิต ต้องจบลงแบบไม่มีสัญญาณเตือน เหมือนหนังเรื่องหนึ่งที่อยู่ๆ ก็ขาดตอน และจบลงแบบไม่ทันตั้งตัว สาเหตุเพียงเพราะเขาไปเลือกเพื่อนเราแทน มันเฮิร์ตว่ะ คนหนึ่งคือเพื่อนสนิท อีกคนคือคนรัก มันเจ็บปวดที่สุด แต่เขากลับพูดอะไรแบบนี้ออกมา 


คำด่ามันพรั่งพรูออกมาทันที “แกรอดูคนต่อไปของฉันนะ” เราจดลงไปในไดอารี่มือถือต่อกันทันที แล้วกลับมาเขียนเพลง “ไอ้” เพื่อแทนทุกคำด่าที่จะด่าคนที่หักหลังเราได้ คนที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองยังโชคดีที่เรื่องไม่ยาวนานกว่านี้ ถ้าอีก 10 ปีที่ต้องอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่นิสัยจริงของเขาเป็นแบบนี้ ชีวิตเราคงเศร้าเหลือเกิน “ไอ้” แล้วมันตามมาด้วยเพลง “NEXT” ต่อเนื่องด้วยเพลงอื่นๆ ตามมาทันที จนรู้สึกว่าจังหวะมันช่างลงตัวเสียจริง ได้มาอยู่ในค่ายเพลงครั้งแรก อยู่ๆ ก็เขียนเพลงลื่นไหลเลย เพราะ เจอเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวด 

กลับมาที่ว่าทำไมเราชอบเพลง “ไอ้” มาก ก็อย่างที่บอกว่ามันคือแผลสด คือสิ่งที่ระบายออกมาทันที เราเขียนเพลงจบอย่างรวดเร็วจากหัวใจของเรา เราอัดเพลงรอบเดียวจบ ทุกอย่าง ในเอ็มวีแทบจะเป็นเราทำคนเดียว สตอรี่บอร์ดที่เป็นธรรมชาติ การดูแลใจตัวเองในแบบเรา การได้เมาจนสุดแล้วหยุดอยู่กับแก๊งเพื่อนสาวที่สนิทและรู้ใจกัน มันคือการปลดปล่อยความเศร้าออกมาจนหมด เพื่อกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

เราเริ่มถ่ายทำมิวสิกวิดีโอนี้กันตั้งแต่ 10 โมงเช้าที่เพนต์เฮาส์ของเราที่บางแสน ที่ๆ เราจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนเสมอเวลาที่เราอยากได้ความเป็นส่วนตัวและอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มันคือสิ่งที่เป็นปกติของสาวๆ เมากันจนอ้วก เรื่องขำคือเราชอบทายกันว่าวันนี้ใครจะอ้วกคนแรกกันนะ?...มิวสิกวิดีโอเหมือนถ่ายกิจกรรมปกติของพวกเรา พร้อมเพลงของเรา อาจจะแตกต่างเล็กน้อยตรงที่พร็อพในเพลงจัดเต็มมาก แต่งตัวเต็มมาก แต่ก็ไม่ได้ผิดไปจากการแต่งตัวของเราเท่าไรอยู่แล้ว เราถ่ายไปเล่นไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้ภาพสวยที่สุด รายล้อมไปด้วยความวิ้งวับ ตัดฉับไปที่โถส้วมที่อ้วกออกมาเป็นกลิตเตอร์วิ้งวับมันเป็นตัวเองสุดๆ เลย 

ชีวิตจริงเราปล่อยให้ตัวเองเศร้าอยู่ 3 วันให้สุด แล้วพอเราโตมาแบบคนที่มีโลกสดใส ไม่ค่อยชอบอยู่กับความเศร้านานๆ มันเสียเวลาชีวิตมาก 3 วันที่จมจ่อมไม่ยอมกิน ร้องไห้มากมาย จนลุกมาส่องกระจก แล้วมองเห็นตัวเองในสภาพดูไม่ได้ เฮ้ย...เราเคยสวยมากนะ พอแล้ว เข้มแข็งได้แล้ว ลุกขึ้นมาเป็นเปอติ๊ดคนเดิมและจิตวิญญาณเดิมของเราอีกครั้ง