'เอสเธอร์-เป้' กับบทบาทใหม่ละครรีเมคสัญชาติเกาหลี ‘My Girl 18 มงกุฎสุดที่รัก’

01.08.18 771 views

หลังจากซีรี่ส์เกาหลี My Girl รักหมดใจ ยัยกะล่อน นำแสดงโดยคู่พระนางอย่างอีดงอุคและอีดาเฮ ได้ฤกษ์ทำเป็นเวอร์ชั่นไทยในชื่อว่า ‘My Girl 18 มงกุฎสุดที่รัก’ โดยมีนักแสดงสาวอย่าง เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา มารับบทเป็นนางเอกจอมกระล่อนคู่กับ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ เรื่องราวจะน่าสนใจแค่ไหน มาติดตามกัน

ที่ผ่านมาเราจะเห็นเป้เป็นผู้ชายเซอร์ๆ ติดดินไปเลยมาดคุณชายก็มีบ้าง

เป้: “เซอร์ๆ เป็นคุณชายก็เป็นคุณชายผมยาว  (หัวเราะ) ไม่ค่อยมีแบบเวอร์ชั่นที่เนี๊ยบๆ จริงๆ บทนี้ถือเป็นครั้งแรกเหมือนกัน บท ‘ภูริช’ ข้างในเขาซ่อนความเป็นเด็กเอาไว้ แต่โดนกลบไปด้วยหน้าที่การงาน เขามีห้องลับของตัวเองที่เปิดเข้าไปเป็นกีตาร์ ซึ่งจะแตกต่างจากเวอร์ชั่นเกาหลีตรงนี้ แล้วพอได้เจอลินินที่ดึงความเด็กออกมาได้ มีความสุขกับชีวิตบ้าง ไม่ต้องซีเรียสกับเรื่องงาน ก็สนุกนะครับ มีทั้งด้านดี ตลกสุด แล้วก็เศร้าสุด ผมจำได้ว่าผมร้องไห้หลายรอบมาก ร้องแบบจะเป็นจะตาย”

ถือว่าเป็นเรื่องที่เป้ร้องไห้เยอะสุดเลยไหม

เป้: “ใช่ครับ เยอะกว่า Club Friday อีก”


‘เอสเธอร์-เป้’ ร่วมงานกันครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง

เอสเธอร์:  “สนุก (หัวเราะ) พี่เป้เป็นคนตลก จริงๆ แล้วหนูเป็นแฟนคลับเขามาตั้งแต่อายุ 13 ช่วงนั้น ชอบวง Slur มาก แล้วก็ติดตามผลงานละครของเขามาตลอด ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกัน พี่เป้น่ารัก มนุษยสัมพันธ์ดีมากค่ะ ตั้งใจทำงานมาก เราก็ happy ในการร่วมงานด้วย”

เป้:  “เราไม่เก่ง เราไม่เคยอยู่ในจุดที่เก่ง แต่จะมีนักแสดงบางประเภท (หัวเราะ) ที่เก่งจังวะ ง่ายจังวะ ทำอะไรก็ได้หรือ ตลกก็ได้ เล่นปัญญาอ่อนก็ได้ ร้องไห้ทันทีก็ได้ เอสเธอร์เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งความน่าสนใจของเรื่องนี้คือเอสเธอร์ไม่เคยรับบทแบบนี้มาก่อนเลย ที่รั่วสุดหรือเสียใจสุด ปกติเขาจะได้รับบทตัวร้าย หรือไม่ก็กุ๊กกิ๊กไปเลย แต่ความจริงเขาเป็นคนน่ารักยิ้มแย้มอยู่แล้ว เป็นคนคิดดีทำดี เป็นนางเอกคนที่ผมเจอแล้วรู้สึกว่าเขาเก่งมาก” 

ตั้งแต่เล่นละครมา คิดว่าละครไทยกับซีรีส์เกาหลีแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เอสเธอร์:  “เราจะไม่ค่อยเห็นบทนางเอกกวนประสาท เป็นนักต้มตุ๋น ฉ้อโกง คาแร็กเตอร์ และMood & Tone ของเรื่อง ในเรื่องนี้มีการแต่งแบบโบโซ่ที่เป็นตัวตลกด้วย ต้องแสดงความสามารถพิเศษเล่นมายากล เพื่อหลอกล่อเงินของพระเอก (หัวเราะ)  ซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นในละครไทยสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่สิ่งที่เปลี่ยนไป พอมาเป็นละครรีเมคแล้ว จะเป็นเรื่องสถานที่ บางที่ที่เกาหลีไม่มี ของไทยก็จะไปถ่ายที่พัทยา แทน ไร่ส้มเปลี่ยนเป็นไร่องุ่น แต่ก็ยังคงเส้นเรื่องเดิมไว้”

ชอบฉากไหนเป็นพิเศษ

เอสเธอร์: “ชอบฉากที่ไปทวงตังพระเอก เพราะในชีวิตคงไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) สนุกดีค่ะ ฉากนั้นจะเป็นการเถียงกัน คนหนึ่งจะเอาอย่างนี้ อีกคนหนึ่งก็จะเอาอย่างนั้น”

ปกติชอบดูซีรี่ส์เกาหลีมาก่อนหรือเปล่า 

เอสเธอร์: “ชอบมากค่ะ ยิ่งเรื่องไหนสนุกก็จะติดงอมเลย เช่น ซีรี่ส์เรื่อง You Who Came From the Stars, Princess hours หรืออย่างเรื่อง My Girl ที่เคยดูมาตั้งแต่ตอนเด็ก พอมีติดต่อเข้ามาก็รับเลย รับบทเป็น ‘ลินิน’ ผู้หญิงกวนโอ้ย ฉ้อโกง เป็นนักต้มตุ๋น แต่ที่เขาทำไปน่ะมีเหตุผล เพราะว่าต้องหาเงินไปใช้หนี้ให้กับพ่อที่ติดการพนัน”

เอสเธอร์เคยเป็น ‘ติ่ง’ ศิลปินคนไหน

เอสเธอร์ : “ติ่งแทยังของ BIGBANG และก็วง Girls' Generation (SNSD) ค่ะ ตอนเด็กจะชอบดาวน์โหลดเพลง ซื้อโปสการ์ดแผ่นเล็กๆ ที่ขายอยู่ตามหน้าโรงเรียน ราคา 4 บาท 5 บาท แล้วก็ซื้ออัลบั้มเพลงของแทยัง”

แล้วถ้าไอดอลในชีวิตจริงล่ะ

เอสเธอร์ : “คุณแม่นี่แหละค่ะถ้าในชีวิตจริง คุณแม่เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีความอดทน แล้วก็เป็นคนที่ชัดเจน รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร สื่อสารชัดเจน แล้วก็สอนให้เราโตมารู้ว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี สอนให้เราคิดเป็น”

อะไรที่เรารู้สึกว่าได้มาจากคุณแม่เต็มๆ

เอสเธอร์: “น่าจะเป็นความชัดเจน เป็นคนตรงๆ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไรก็จะพูด”

อย่างในเรื่องเอสเธอร์รับบทเป็นผู้หญิงที่โกหก เรียนรู้อะไรจากการที่ได้มารับเล่นบทนี้

เอสเธอร์ : “เรื่องนี้สอนเรื่องของการโกหก คนบางคนโกหกเพื่อให้คนอื่นรู้สึกดี บางคนโกหกเพื่อให้คนอื่นรู้สึกสบายใจ แต่สุดท้ายแล้วการที่เราอยู่ร่วมกัน หรือการที่เราเป็นคนที่รู้จักกันก็ไม่ควรที่จะโกหกกัน เพราะสุดท้ายแล้วจะส่งผลไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย”

ในชีวิตจริงมีเรื่องไหนที่คิดว่าเป็นการโกหกที่เราไม่ได้ตั้งใจโกหก

เอสเธอร์: “ถ้าโกหกที่จำได้แม่นเลย น่าจะเป็นโกหกตอนเด็กๆ โกหกแม่จะออกไปกับเพื่อน ก็จะโกหกประมาณนี้มากกว่า แต่โตมาไม่ค่อยเจออะไรที่จำเป็นจะต้องไหลตามน้ำหรือว่าโกหกไปดื้อๆ ไม่มีแล้วค่ะ”

แต่ถ้าวันหนึ่งเราต้องโกหกเพราะความจำเป็นจริงๆ เอสเธอร์จะเลือกโกหกเหมือนในเรื่องหรือเปล่า

เอสเธอร์: “ในเรื่องเราต้องโกหกคุณปู่ของพระเอกเพื่อให้เขาสบายใจ เราต้องหาเงินมาช่วยเหลือพ่อ เพราะเขาไปติดหนี้การพนัน คงยอมทำ แต่ถ้าเราต้องโกหกคนใกล้ตัวของเราจริงๆ เอสเธอร์คงเลือกพูดความจริงมากกว่า เพราะสุดท้ายในเรื่องมันจะบอกผลลัพธ์ของการโกหกของทุกคนทั้งหมดเลยนะ การโกหกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดมากๆ เสมอ ถ้าเป็นไปได้เราไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นค่ะ”

PLAYLISTS: เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
มาดูกันว่าซี่รี่ส์เกาหลีเรื่องโปรดของสาวเอสเธอร์นั้นมีเรื่องอะไรบ้าง

01 Oh My Venus (2558)
“ชอบเพราะโซจีซบหล่อมาก เขารับบทเป็นเทรนเนอร์ ส่วนนางเอกอ้วนอยู่ แต่เพราะว่าอกหักเธอเลยจะทำทุกอย่างให้ตัวเองดูสวย ซีรี่ส์เรื่องนี้มีเป้าหมายดีค่ะ”


02 Oh My Ghost (2558) 
“รู้สึกว่าเรื่องแปลกดี เป็นเชฟทำอาหารแล้วมีผีที่มาสิงในร่างนางเอก คาแร็กเตอร์น่ารักมาก ไม่สู้คน เป็นคนไม่ค่อยเปิดเผยตัวเอง จะชอบอยู่คนเดียว แต่พอเวลาผีเข้าร่างปุ๊บ บางทีฉันกลายเป็นคนหื่น ฉันอยากไปอยู่กับพระเอก เป็นซีรี่ส์น่ารักๆ ที่เราไม่เคยเห็นเลยรู้สึกว่าแปลกใหม่ดี”


03 You Who Came From the Stars (2556) 
“เรื่องนี้ภาพสวย นางเอกเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ลับหลังคือ ติ๊งต๊องมาก เตะกางเกง แหกขา รู้สึกว่ามันเป็นชีวิตจริงดี เราคือคนทั่วไปนี่แหละ”


ติดตามชมซีรีส์เรื่อง ‘My Girl 18 มงกุฎสุดที่รัก’ ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 22.00 น. ทางช่อง True4U 24 หรือดูย้อนหลังแบบออนไลน์ได้ทางแอปพลิเคชัน TrueID