การถูกวิจารณ์คือสิ่งที่อาชีพนักแสดงต้องเจอ - มิว นิษฐา

Written by
03.08.18 83 views
Written by

03.08.18 83 views

มาฟังมุมมองที่มีต่อสื่อออนไลน์ของ "มิว นิษฐา" และการวางตัวในฐานะบุคคลสาธารณะที่สังคมจับจ้องและพร้อมจะวิจารณ์

“ มันคือส่วนหนึ่งของอาชีพนี้ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีคำวิจารณ์ภายนอกมาถึงเราอยู่แล้ว มันก็ดี เพราะมีคนช่วยวิเคราะห์ผลงานเรา ก็ดีค่ะ จะได้เอาไปแก้ในเรื่องต่อไป ”
— มิว นิษฐา จิรยั่งยืน



ในชีวิตจริงชอบให้คนมาวิจารณ์ตัวเองไหม

ถ้าถามว่าชอบไหมก็คงไม่ชอบหรอก แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนี้ การเป็นคนสาธารณะก็ต้องมีคำวิจารณ์จากคนภายนอกอยู่แล้ว ผลงานเราออกสู่สายตาคนอื่น เขาก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ มีสิทธิ์ที่จะวิเคราะห์ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบ ถามว่าดีไหม มันก็ดีนะที่มีคนช่วยวิเคราะห์ผลงานของเรา เพราะไม่งั้นเราก็ต้องวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เราไม่มีทางทำออกมาได้ดีร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่มีทั้งคนชมและคนติ แต่ติก็ดีค่ะ จะได้เอาไปปรับแก้
ต่อไป

เหมือนเป็นการติเพื่อก่อ

ใช่ค่ะ คิดว่าเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราไปทำเรื่องต่อไปให้ดีขึ้น เพราะถ้าชมอย่างเดียวเราก็จะรู้สึกว่าเฮ้ย เราทำดีแล้ว ตั้งแต่เรื่องแรกเลย เราก็คงไม่มีการพัฒนา

มีคำติอะไรที่เราได้ยินมาแล้วเก็บกลับมาใช้ไหม 

ก็แทบทุกเรื่องนะ มันจะมีคำติที่เราได้ยินมาแล้วเรารู้สึกว่ามันจริง เราเห็นด้วยกับเขา เราก็จะนำไปปรับปรุง

พอเราได้เล่นบทดีๆ ก็มักจะมีความคาดหวังจะได้รับบทดีในเรื่องต่อไป แต่บทดีๆ ก็ไม่ได้มาตลอด เรารู้สึกอย่างไรบ้าง

ไม่นะ มิวไม่ได้รู้สึกอยากจะเล่นบทที่คาแร็กเตอร์จี๊ดจ๊าดตลอดเวลา มิวชอบให้มันมีความหลากหลาย อาจจะเล่นบทแรงไปแล้ว ก็อาจจะเล่นบทโรแมนติกคอเมดี้บ้าง สลับกันค่ะ 

มีคาแร็กเตอร์ไหนที่เราถนัดหรือคนชอบให้เป็นบ้างไหม

ถ้าที่คนเขาชอบ เขาก็จะชอบให้เป็นคาแร็กเตอร์แบบหนูนา (หนึ่งธิดา โสภณ) ในเรื่อง กวน มึน โฮ (2553) เป็นเด็กๆ หน่อย แนวโรแมนติกคอเมดี้ มีความน่ารักๆ ดูได้ตลอด เพลินๆ ไม่เครียด ตอนนี้ก็ยังอยากเล่นบทแบบนั้นอยู่

แล้วในส่วนของการแสดงหนัง วางไว้ไหมว่าในปีหนึ่งควรเล่นกี่เรื่อง

ปีหนึ่งไม่ควรเกินสองเรื่อง เยอะไปเดี๋ยวคนดูเบื่อ ปีละเรื่องน่าจะพอ

ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเล่นหนังใหม่ๆ จนถึงตอนนี้มีพัฒนาการอย่างไรบ้าง ลองประเมินตัวเองหน่อยสิ

ต้องเติบโตอยู่แล้ว ถ้าเทียบตอนนี้กับตอนแรก แต่ว่าตอนแรกจะมีความสดใส คนก็จะไม่เคยเห็นผลงานการแสดงของเรามาก่อน ไม่ว่าเราจะเล่นอะไรก็จะดูเป็นลุคใหม่ของเราแต่พอตอนนี้เราเริ่มเล่นมาสิบกว่าเรื่องแล้ว รวมละครและหนัง กลายเป็นว่าเราต้องหลีกคาแร็กเตอร์ให้มันไม่เหมือนแบบเดิมที่เคยเล่นมา เราก็ไม่อยากให้คาแร็กเตอร์ซ้ำกับเรื่องก่อน ต้องพยายามหลีกให้มันไม่เหมือน ก็จะยากนิดนึง

เรียนรู้อะไรจากการอยู่ในวงการบันเทิง

ทุกการทำงานจะมีปัญหา ทำงานในวงการคือการทำงานกับคนหมู่มาก เพราะฉะนั้นปัญหามันต้องมีอยู่แล้ว สำหรับเรื่องส่วนตัวด้วย เราได้พัฒนาตัวเราเอง มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา เหมือนโตไปตามการทำงาน แล้วยิ่งอยู่มานาน เราก็จะยิ่งเจออุปสรรคในการทำงานเยอะ ก็เหมือนได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ