ศิลปินระดับโลก Miquel Barceló บินมาจัดแสดงผลงานที่ไทย

18.10.18 238 views

อีกหนึ่งโอกาสที่ดีของคนไทย ที่จะได้ชมงานศิลปะแสดงสดร่วมสมัยของอีกหนึ่งศิลปินระดับโลกอย่าง “มิเกล บาร์เซโล” (Miquel Barceló) ศิลปินชาวสเปน แนว นีโอ เอ็กซ์เพรสชั่นนิส เป็นที่รู้กันดีว่า เขาชอบทดลองนำสิ่งต่างมาใช้ในการสร้างผลงานศิลปะของเขา ที่ไม่ว่าจะเป็นงานวาด หรืองานประติมากรรม ตัวอย่างการทดลองของเขาก็จะมีการใช้สารฟอกขาว ตัวแมลง หรือแม้แต่วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อที่จะค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ที่จะทำให้งานของเขาทุกชิ้นออกมาดีที่สุดในทุกผลงานของเขา 

ปูมหลังของศิลปินผู้นี้ เป็นชาวสเปน โดยจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาหลงใหลในงานเพ้นต์ภาพแบบอะวองการ์ด คือ การเดินทางไปยังปารีส ที่นั่นเขาได้พบกับผลงานภาพเขียนจากจิตใต้สำนึกแนวดิบๆ ของ Jean Dubuffet - Art Brut และ Art Informel ซึ่งทำให้เขามุ่งหน้าสู่เส้นทางศิลปะอย่างจริงจังด้วยการเข้าเรียนที่ Decorative Arts School ใน Palma de Mallorca และ The School of Fine Arts ในบาร์เซโลนา ในช่วงปี 1975

(ผลงานของ Jean Dubuffet)

(ตัวอย่างผลงานแนว Art Informel จาก Hans Hartung)

หลังจากเรียนจบและกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด เขาได้เข้าร่วมกับขบวนการอะวองการ์ดที่ชื่อว่า Taller Lunatic ผลงานของเขาเล่นกับงานเชิงคอนเซ็ปต์ชวลที่เข้าไปค้นหาเนื้อแท้และการเน่าเปื่อยของวัสดุ เช่น กล่องไม้หรือกล่องกระจก  ที่บรรจุอาหารและพืชพรรณและเฝ้ามองดูมันเสื่อมสลายลง ในปี 1981 เขาได้เข้าร่วมใน São Paulo Art Biennial หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในศิลปินชั้นแนวหน้าของสเปนจากการที่ได้เป็นตัวแทนของสเปนในการจัดแสดงนิทรรศการ Documenta 7 ใน Kassel ประเทศเยอรมันในช่วงปี 1982 ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยจัดขึ้นทุกๆ ห้าปี ซึ่งตลอดช่วงนั้นนับได้ว่าเขาคือ ส่วนหนึ่งของขบวนการ Neo-Expressionist และได้เดินสายแสดงงานในหลากหลายประเทศ

(ผลงานของ Miquel Barceló ในช่วงปี 1982)

แนวคิดการทำงานของเขาเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนไปอีกครั้งจากประสบการณ์ที่พบเจอ เขาเลือกที่จะตัดเรื่องเล่าต่างๆออกจากภาพวาด และเริ่มเดินทางต่อไปใช้ชีวิต ณ สถานที่ต่างๆ อย่างทะเลทรายซาฮาร่าเป็นเวลา 6 เดือนและหลายปีที่ปารีส บาร์เซโลนา นิวยอร์ค เขารอนแรมใช้ชีวิตในประเทศต่างๆ ตามวิสัยของศิลปินผู้ไม่ชอบหยุดอยู่กับที่ เช่นเดียวกับผลงานศิลปะของเขา ซึ่งสื่อสารผ่านสื่อกลางหลายแบบ ทั้งภาพวาดบนกระดาษ เซรามิก และทองแดง แล้วยังทำการทดลองผลงานเพ้นต์บนวัสดุต่างๆ ต่อไปไม่มีหยุด ร่วมไปกับธีมของการวาดงานที่เข้าใกล้กับสัมผัสความงามตามธรรมชาติของโลกและเอ็กเฟ็กต์จากแสงที่สร้างมุมมองที่แตกต่างในสถานที่เดิม 

ผลงานของเขาไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงแค่บนผืนผ้าใบหรือกระดาษ ผลงานเขา สเกลงานของเขาถูกขยายไปสู่ อาคาร สถานที่ และเทศกาลต่างๆ ในแบบโอเวอร์ไซส์ ตัวอย่างเช่น งานศิลปะในองค์การสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประกอบด้วยงานประติมากรรมขนาดยักษ์ที่ติดตั้งในฝ้าโดมภายในห้องประชุมบนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ราวกับเป็นหินย้อยหลากสีที่หยดลงมาจากฝ้าเพดาน ซึ่งต้องใช้สีถึง 100 ตันเพื่อสร้างผลงานชิ้นนี้ พ่นด้วยสีเทาอมฟ้า ซึ่งช่วยสร้างมุมมองรูปแบบใหม่ และในบางมุม ท้องฟ้านี้ก็เป็นฉากหลังให้กับงานอินสตอลเลชั่นที่ฉาบแสงสีรุ้งออกมา ผลงานทั้งหมดแสดงถึงมุมมองต่อประเด็นบนพื้นที่การประชุมของ UN ซึ่งสื่อถือการที่ควรพิจารณาจากหลายๆ มุมมองที่แตกต่างกัน ผลงานชิ้นนี้ของเขามีมูลค่ากว่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 800 ล้านบาท)

ปัจจุบัน Barceló ยังคงตระเวนจัดแสดงผลงานกลุ่มและเดี่ยวในพิพิธภัณฑ์และเทศกาลต่างๆ ทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญๆ ของโลก ผลงานของเขายังถูกรวมอยู่ในหอศิลป์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเช่น Galerie Bruno Bischofberger ที่สวิสเซอร์แลนด์ และภาพวาดของเขาที่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในกรุงปารีสเมื่อปี 2004 นับว่าเป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดที่ได้จัดแสดงงานที่นี่ มิเกล บาร์เซโล ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปินของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยได้รับเกียรติไปแสดงผลงาน ณ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมเซนเตอร์ปอมปิดู (Center Pompidou) กรุงปารีส ในปี 1996

มิเกล บาร์เซโล กำลังจะมาจัดงานแสดงผลงานครั้งแรกในแลนด์มาร์กของประเทศไทย ด้วยผลงานเพ้นต์ภาพที่มีชีวิตแบบเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตบนผืนผ้าแคนวาสผลิตพิเศษขนาดยาวกว่า 20 เมตร ต่อหน้าผู้ชม  ด้วยเทคนิคน้ำหมึกพิเศษที่ปรากฏสีขึ้นจากการสัมผัสบนเท็กซ์เจอร์ของผ้าเส้นสายที่ค่อยๆเกิดขึ้นจากเทคนิคเฉพาะตัวศิลปินที่สะบัดฝีแปรงจากอุปกรณ์การเพ้นท์หลากหลายรูปทรง ภาพวาดจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจินตนาการของศิลปิน และสภาพอากาศขณะแสดงไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สายลม ที่จะทำให้มุมมองของภาพเปลี่ยนไป ทำให้ผู้ชมได้รู้สึกเดินทางร่วมไปกับจินตนาการของศิลปินแบบเต็มๆ เมื่อจบการแสดงภาพทั้งหมดก็จะเลือนหายไปสะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมของทุกสิ่งที่เริ่มต้นจากความเรียบง่ายและกลับคืนไปสู่ความเรียบง่ายว่างเปล่าเหมือนเช่นเดิม เพื่อให้ผู้ชมทุกคนกลับไปพร้อมกับความทรงจำที่ดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคอนเซ็ปต์ของการแสดงงานด้วยเทคนิคที่โดดเด่นเฉพาะตัวและไม่เหมือนใคร

ส่วนการจัดแสดงนั้นจัดขึ้นภายใต้ชื่อ “Sansiri presents Miquel Barceló : DESPINTURA FÒNICA” เป็นเวลา 2 วัน โดยรอบวันที่ 1 พฤศจิกายน สำหรับคนในแวดวงอาร์ตหรือผู้ที่สนใจงานศิลปะได้ขึ้นชมงานแสดงบนเรือ และรอบวันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นรอบพิเศษสื่อมวลชนและ VIP โดยเริ่มออกจากท่าเรือธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อยเวลา 15.30 น. และกลับถึงท่าเรือเวลา 16.30 น. รวมทั้งสามารถชมนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปินและผลงานของเขาทั่วโลกได้ที่ท่าเรือธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย 

อัพเดตรายละเอียดของงานพร้อมกับลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.facebook.com/sansirifamily 

#MiquelBarceloBKK #SansiriArts