Live Play - Paradox

18.06.18 587 views

“Paradox” เป็นวงดนตรีที่ร้องเพลงและเล่นคอนเสิร์ตมายาวนานกว่า 20 ปี ความสนุกสนาน เอกลักษณ์ และภาพจำยังคงจัดจ้านเช่นเดิม ทั้งเนื้อเพลง เสียงร้อง ท่วงทำนอง ความสนุกสุดเหวี่ยงของโชว์ทุกครั้งบนเวที ที่พลังงานไม่มีวันลดลง ราวกับว่าเป็นวงดนตรีที่ไม่มีวันหมดไฟ 

ไม่เพียงแต่เพลงที่ผ่านการร้อยเรียงโดยพวกเขาเท่านั้น ที่ทำออกมาเป็นเอกลักษณ์ชนิดที่หากใครเป็นแฟนคลับก็สามารถฟันธงได้เสมอว่านี่คือบทเพลงโดยคณะ Paradox หากทว่าเพลงที่นำมาคัฟเวอร์ใหม่ พวกเขาก็ขัดเกลาจนเพลงนั้นมีส่วนผสมของต้นฉบับและความสนุก
ในแบบของ Paradox อย่างลงตัวและยากจะเลียนแบบ เช่นเดียวกับเพลง L.O.V.E. ที่ถูกนำมาคัฟเวอร์ใหม่ใน PLAY 2 project ที่ความน่ารักในแบบของวงคูณสาม ซูเปอร์แก๊ง เจ้าของเดิม เพิ่มเติมคือความโลดโผนที่มากขึ้นตามแบบฉบับ Paradox 


วงดนตรีขี้เล่นอย่าง Paradox ปกติเล่นอะไรกันบ้าง 

เล่นเกมเยอะ เรียกได้ว่าเราเป็นเกมเมอร์กันมาตั้งแต่สมัยเรียนนั่นแหละ ก็เซียนเกมอยู่บ้าง ตั้งแต่ยุคที่ยังเป็นเครื่องแฟมิลี่ เกมมาริโอ้ แข่งรถ แข่งฟุตบอล กีตาร์ฮีโร่ ปังย่า อยู่ในรถตู้เวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตก็เล่น เล่นไปพากย์ด่ากันไป มันสนุก เล่นจนสะบักสะบอมก็มี เคยนั่งรถตู้แล้วเล่นเกมจากกรุงเทพฯจนไปถึงเชียงใหม่ก็ทำมาแล้ว 

อย่างคุณสองนี่เคยติดเกมจนร่างกายสะบักสะบอมหนัก มันเกิดจากช่วงหนึ่งที่เขาเล่นปังย่ากัน คนนี้ก็เล่น แล้วเล่นต่อเนื่อง 4-5 ปี จนวันหนึ่งยืนๆ อยู่แล้วล้มลงไปกับพื้นเลย ต้องรีบพาไปหาหมอ ซึ่งหมอแจ้งผลว่าหลังเสียเพราะเล่นเกม ต้องไปช็อตไฟฟ้าเพื่อรักษาอยู่ระยะหนึ่ง นั่งก็ไม่ได้ ยืนก็ไม่ได้ เวลาเล่นคอนเสิร์ตก็ต้องมีคนพยุงขึ้นลง ตอนเล่นก็ต้องนั่งเล่น คนดูหลายคนอาจไม่รู้ว่าเราป่วยอยู่คงนึกว่าเป็นอีกรูปแบบของโชว์เรา แต่คิดดูว่าคนอะไรจะนั่งเล่นเบสตั้งแต่ต้นจนจบ (หัวเราะ)


อายุเป็นอุปสรรคต่อเรื่องเล่นบ้างไหม

ไม่รู้สึกแก่นะ เพราะทุกวันนี้เรายังเล่นอยู่ เล่นเกมใหม่ไปเรื่อยๆ ด้วย อย่างล่าสุดคุณสองอีกแล้วเอาเกมใหม่มาอวด เป็นการเล่นเกม คีบตุ๊กตาออนไลน์ข้ามประเทศ เล่นที่ไทย แต่เป็นตู้คีบตุ๊กตาที่ประเทศญี่ปุ่น เสียเงินไป ก็เยอะ แต่ได้ตุ๊กตากลับมาจริงก็เยอะ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเลยนะ เอามาอวดเพื่อนในวงบ้าง ให้เพื่อนบ้าง ขายต่อบ้าง เออ... พวกเราเลยรู้สึกว่าเกมมันพัฒนาขึ้นไปอีกรูปแบบหนึ่งแล้วนะ ความสนุกมันยิ่งมากขึ้น เรายังสนุกกับเกมกันอยู่

เรื่องเล่นบนคอนเสิร์ตของ Paradox

ต้องบอกว่าเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต กิจกรรมที่เราเล่นพวกนี้มันมาจากความขี้เล่นของพวกเราอยู่แล้ว มันเริ่มต้นมาจากรูปแบบของงานคณะสมัยเรียนมหาวิทยาลัย งานปาร์ตี้ งานรับน้อง เวลาใส่หน้ากาก เล่นเฮฮาสนุก และเมื่ออยู่ในคอนเสิร์ตมันคือการเพิ่มอรรถรสให้คนดู เหมือนยกปาร์ตี้ไปใส่ทุกๆ โชว์ ว้ากเกอร์ของเรายังคงใช้คนเดิมสมัยตั้งวงใหม่ๆ แต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมีชุดที่แปลกใหม่ขึ้นมาตลอดเวลา เดี๋ยวนี้เราเริ่มแจกแค็ตตาล็อกที่ข้างในมีข่าวสารของวงด้วย ส่วนเรื่องของเล่นที่เอามาแจกก็พยายามหาอะไรใหม่ๆ มาตลอด ของทั้งหมดนั้นพวกเราคิด และออกหาซื้อกันเอง ตลาดคลองถม ตลาดสำเพ็งเป็นที่สำหรับส่องของเล่นใหม่ๆ และหาซื้อ นี่คือซิกเนเจอร์ของ Paradox เวลาเล่นมันสนุกสนานกันได้ทุกเพศทุกวัย บางที่บางงานไม่ได้มีแต่วัยรุ่น เขาอาจจะไม่รู้จักเรา แต่เขาสนุกกับโชว์ของเราได้


เพลงที่ Paradox นำมาเล่นในโปรเจ็กต์ PLAY 2 project

เราเคยเลือกเพลง “เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)” ในโปรเจ็กต์ PLAY เมื่อหลายปีที่แล้ว ตอนนั้นเลือกเพลงช้าๆ การนำโปรเจ็กต์กลับมาอีกครั้งใน PLAY 2 project เราว่ามันน่าสนุก เราเลยเปลี่ยนโทนบ้าง เลือกเพลงที่สนุกขึ้นอย่าง “L.O.V.E.” ของวงคูณสาม ซูเปอร์แก๊ง มาคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์ของ Paradox เพราะวงเราเองก็มีเพลง “LOVE” ทั้ง 2 เพลงมีคำว่า “เลิฟ” เหมือนกัน พวกเราคิดว่ามันน่าจะสนุก ของเก่าเขาน่ารัก เราอยากให้หลายคนที่อาจจะไม่ได้เติบโตในยุคนั้นได้รู้จักเพลงเก่าเพลงนี้ด้วย และอยากให้ทุกคนฟังได้หมด ไม่ได้เน้นว่าต้องเป็นกลุ่มผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น เราว่ามันคงน่ารักและสนุกขึ้น ถ้าเราเอาดนตรีใหม่ๆ ที่ร็อกมากขึ้นไปเคลือบเพลงนี้ไว้ เราคิดภาพแล้วว่าไปเล่นที่ไหนก็น่าจะสนุก มันเข้ากับโจทย์การเล่นสดตามสไตล์ของวงเรา
 
การนำเพลงเก่ากลับมาสร้างในยุคสมัยใหม่ คิดว่าวงการเพลงบ้านเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ถ้าให้นึกถึงสมัยก่อนคนที่ดังมากและยังดังมาตลอดก็ต้อง พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ นี่คือซูเปอร์สตาร์ตั้งแต่พวกเรายังเด็ก แต่ละเพลงทุกคนรู้จัก เวลามีจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง โดยเฉพาะคอนเสิร์ตใหญ่ทีไร ถนนโล่งไม่มีรถ เพราะทุกคนไปดูกันหมด เราว่ามันไม่ได้เป็นแค่แรงบันดาลใจสำหรับวงเรา หลายคนก็ต้องมีความฝันนี้อยู่แล้ว มีคอนเสิร์ตใหญ่ที่ทุกคนร้องตามกันได้ ทั้งฮอลล์ ส่วนวงดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจในการฟอร์มวงของ Paradox คือ “Modern Dog” พวกเขาไม่ได้เป็นแค่รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย แต่ Modern Dog คือวงบุกเบิกในยุค 90s ที่
พวกเราโต ยุคของการทดลอง ยุคที่เริ่มต้นด้วยความสนุก ยุคที่ทุกคนแห่มาทำดนตรีจากอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ แล้วแบ่งปันสู่เพื่อนๆ ทุกอย่างเริ่มมาจากความสุขและความสนุกมากกว่าเรื่องของธุรกิจ ทั้งแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟ ทั้งความกล้าในการตั้งวงของตัวเองโดยไม่มีค่าย เพราะยุคนั้นวงดนตรีส่วนใหญ่ต้องมีค่ายเพลง แต่ Modern Dog คือผู้จุดกระแสให้เห็นว่าวงดนตรีมหาวิทยาลัยมีได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นนักดนตรีอาชีพมาก่อนก็ได้ ขอแค่มีไอเดียและผลิตผลงานดีๆ ได้ มันคือไอเดียที่ทำให้เกิดวงดนตรีของพวกเรา

ถามว่า Paradox เคยคิดจะเปลี่ยนแนวเพลงไหม ความจริงแล้วเรามีการเปลี่ยนแปลงแนวทางอยู่เสมอ เปลี่ยนนั่นบ้าง นี่บ้าง ทดลองมาแล้วหลายต่อหลายแนว อะคูสติกก็เคยทำ อิเล็กทรอนิกา บอสซาโนวา พังก์ คือเราทดลองไปเรื่อยๆ เพราะไม่อยากให้คนฟังรู้สึกว่าซ้ำหรือเบื่อ แต่สุดท้ายแล้วเราก็กลับมาเป็นลายเซ็นเดิมของเรา ยังคงเอกลักษณ์ของเราไว้อยู่ดี ทุกเพลงฟังแล้วก็เป็นซาวนด์ของ Paradox อยู่ดี

Paradox จะปลดเกษียณเมื่อไร

ทุกวันนี้ยังมีเพลงที่เรายังไม่ทำอีกเป็น 30 เพลง ยังสนุกที่จะทำเพลงกัน เราเคยคิดว่างานเราจะถึงทางตันบ้างไหม แต่ทุกครั้งมันมีเหตุการณ์มาดลบันดาลให้เรายังสนุกสนาน ไปดูคอนเสิร์ตของเด็กรุ่นใหม่ เวลาว่างก็ไปหาอะไรเล่น คนนี้เล่นคีบตุ๊กตาทางไกล คนนี้ไปชมรมดูหนัง อีกคนไปชมรมพระเครื่อง มันก็ได้เรื่องน่าสนใจใหม่ๆ ตามมาให้เราทดลองเล่นกัน การได้เจออะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ มันคือการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ทำให้เราหลุดออกจากกรอบเดิมๆ มันทำให้เรายังมีไฟ ยังเด็กอยู่ตลอด ไอเดียมันบรรเจิดตลอดเวลา นี่คือเคล็ดลับของการมีไฟอยู่เสมอที่พวกเราทำแล้วประสบความสำเร็จ