สำรวจไลฟ์สไตล์และแนวคิดการทำงานในแบบฉบับของ วี-ปวริศา ชุมวิกรานต์

15.02.19 367 views

หากตั้งคำถามว่าสิ่งแรกที่สัมผัสเมื่อตื่นนอน และสิ่งสุดท้ายที่สัมผัสเมื่อเข้านอนของคุณคืออะไร เชื่อว่าคำตอบของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นจาก ‘สมาร์ทโฟน’ ที่นับเป็นอวัยวะสำคัญเลยก็ว่าได้ เช่นเดียวกับ วี-ปวริศา ชุมวิกรานต์ สาวคนเก่งที่อยู่ในฐานะผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ LINE MOBILE และผู้ใช้งานโทรศัพท์อีกคนหนึ่ง ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและแนวคิดการทำงานที่น่าสนใจของเธอ ทำให้ทุกแคมเปญและบริการของ LINE MOBILE สะท้อนความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ปกติคุณวีติด ‘สมาร์ทโฟน’ มากน้อยแค่ไหน

วีก็เป็นเหมือนคนอื่นนี่แหละค่ะ ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทและเข้ามาทำให้ชีวิตเรามีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เราใช้สมาร์ทโฟนจัดการทุกอย่างในชีวิตเรา เหมือนอย่างเช่นทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้นาฬิกาปลุกกันแล้ว เราใช้โทรศัพท์ปลุก เมื่อก่อนพอตื่นแล้ว เราอาจลุกไปล้างหน้า แปรงฟัน แต่เดี๋ยวนี้ตื่นมาแล้ว เราเลือกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กอีเมลก่อน เช็กโซเชียลมีเดีย เช็กไลน์ ตลอดจนธุรกรรมต่างๆ หรือเรียกว่าใช้ตลอดเวลาเลยก็ได้ ทั้งกับเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ยิ่งเราทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็ไม่แปลกที่โทรศัพท์จะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เพราะเราจะต้อง Stay Ahead of Trends อยู่เสมอ

เรื่องไหนในชีวิตที่ชอบหยิบมาลงบนโซเชียลมีเดีย

ก็จะมีทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว อย่างเรื่องงาน เราเป็นมาร์เก็ตติ้ง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีการโปรโมตแบรนด์เราบ้าง แชร์ Content ที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจทั้งในมุม Business และ Marketing  ส่วนเรื่องส่วนตัวก็จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างเป็นสิ่งที่เราสนใจ เช่น เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย น้องหมาที่เลี้ยงอยู่

แล้วงานอดิเรกที่ไม่มีสมาร์ทโฟนมาข้องเกี่ยวของคุณคืออะไร

วีชอบออกกำลังกาย โดยเฉพาะพิลาทีสกับครอสฟิต อย่างพิลาทีสก็ช่วยสร้างความยืดหยุ่น การควบคุมกล้ามเนื้อ และฝึกสมาธิ ในขณะที่ครอสฟิตช่วยให้ความแข็งแรง และท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาตัวเองไปเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และไม่หยุดที่จะ Challenge ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมไปถึงใจเราด้วยค่ะ เพราะวีเชื่อว่าการดูแลตัวเองในระยะยาวเป็นการประสบความสำเร็จในชีวิตแง่หนึ่ง เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่เราต้องทำเอง ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินค่ะ

บอกเคล็ดลับวิธีบริหารชีวิตให้สมดุลแบบ ‘ปวริศา’ ให้ฟังหน่อย

วีค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่อง Work-Life Balance ในระดับหนึ่งเลยเหมือนกัน เพราะการมี Work-Life Balance ที่ดีจะทำให้เรามีความสุขทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ถ้าหากทางใดทางหนึ่งหนักเกินไป มันออกมาไม่ดีอยู่แล้ว ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถจัดสรรและจัดการเวลาให้สมดุลได้มากน้อยแค่ไหน อย่างการทำงาน เราเน้นที่ Result เป็นสำคัญ ถ้าเรามีความรับผิดชอบและจัดการได้ บางวันเราอาจจะเข้างานสายหน่อย หรือตอนเย็นจะไปออกกำลังกาย แล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ ทุกอย่างยืดหยุ่นได้ แต่ก็ต้องจัดการกับงานให้เสร็จ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะทำให้เราสามารถมีความสุขในระยะยาวได้ ตัววีเองก็จะ Encourage น้องๆ แบบนี้เหมือนกัน เพราะเราเชื่อว่าทีมจะดี ทุกคนในทีมต้องมี Work-Life Balance และมีความสุข

อะไรคือความท้าทายของผู้บริหารหญิงในแพลตฟอร์มการทำงานด้านเทคโนโลยี

เวลาเราพูดถึง Tech หรือ IT หลายคนก็มักคิดว่าเป็นงานของผู้ชาย แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้หญิงก็ทำได้ ยิ่งคนบอกผู้หญิงทำไม่ได้ ยิ่งรู้สึกว่าไม่จริงหรอก มนุษย์ยังเคยเหยียบดวงจันทร์มาแล้วเลย ไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้ วีมองว่ามันขึ้นอยู่กับแอตติจูดของคนเรามากกว่า ถามว่าเคยถูก Challenge จากผู้ชายไหม ก็เคย ดังนั้นก็ต้องทำการบ้านให้หนัก เพื่อพัฒนาตัวเองและพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำได้ วีว่ามันเป็นอะไรที่สนุกด้วยซ้ำไป วงการนี้มันเร็ว มันมีอะไรใหม่ๆ มาตลอด มันไม่น่าเบื่อ ตัวเราเองก็มีนิสัยชอบอะไรที่ไม่จำเจอยู่แล้ว ซึ่งการได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทาย ทำให้เราเก่งขึ้น ประสบการณ์เยอะขึ้น เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว มีแต่ความสนุกของโจทย์ใหม่ๆ ที่รอเท่านั้นเอง

เช่นเดียวกับความท้าทายของ LINE MOBILE ที่คุณวีเล่าต่อว่า “เราเป็นซิมมือถือ โทร แชต เล่นเน็ต ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัลรายแรกของประเทศไทยด้วยบริการในรูปแบบออนไลน์ 100% ในวงการผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังไม่มีเจ้าไหนเลยที่เป็นดิจิทัลแท้ๆ แบบ LINE MOBILE แต่เดิมทุกคนจะคุ้นกับการไปใช้บริการที่ Shop แต่เรากำลังจะเปลี่ยนความเคยชินของพวกเขา ทำให้ชีวิตเขาง่ายและสะดวกสบายขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนเนี่ยก็ต้องใช้เวลา และถือเป็นอีกเรื่องที่ท้าทายและเราต้องทำให้ได้ ยกตัวอย่าง Mobile-Banking หรือ QR Code ที่มีมานานแล้ว แต่วันนี้กลับเพิ่งบูม เราเองก็เชื่อว่า LINE MOBILE จะผ่านจุดนั้นไปได้เหมือนกัน

ในฐานะที่เป็นผู้ใช้งานคนหนึ่ง ปัญหาที่พบจากการใช้บริการโทรศัพท์มือถือของคุณคืออะไร

Paint Point หลักๆ ของผู้ใช้บริการคือ ‘สัญญาผูกมัด’ บางทีเราเห็นว่าแพ็กเกจนี้ดี เราก็ตัดสินใจซื้อไปใช้งาน ผ่านไป 3 เดือน อยู่ๆ มีแพ็กเกจใหม่ที่ดีกว่า แต่พออยากเปลี่ยน เรากลับเปลี่ยนไม่ได้เพราะว่าติดสัญญา อีกปัญหาเลยคือความวุ่นวายเสียเวลาที่ต้องไปที่ Shop หรือต้องรอรับบริการจาก Call Center ซึ่งเอาจริงๆ ยุคนี้มันควรทำอะไรได้เองผ่านทางมือถือหมดแล้ว ไม่ควรต้องฝ่ารถติดไปรอคิวที่ Shop หรือโทรไปรอสาย Call Center นานๆ นี่จึงเป็นจุดที่ LINE MOBILE เห็นโอกาสและเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ สำหรับเรา หากคุณใช้วันนี้แล้วไม่พอใจ จะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ หรืออยากเปลี่ยนแพ็กเกจเราไม่มีสัญญาผูกมัด แถมสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองผ่าน App, Web หรือ LINE Official Account ของเรา ไม่ต้องเสียเวลาไป Shop หรือรอ Call Center อีกแล้ว แถมหากอยากได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานของเราก็สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชม. เรียกได้ว่า LINE MOBILE มีเป้าหมายในการ Turn Consumer’s Frustration into Delight เพราะ LINE MOBILE จะไม่ Compromise กับสิ่งนี้ เราจะพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการของเราให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความต้องการใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวันไปเรื่อยๆ เพราะเราตั้งใจจะเป็น Digital Mobile Service We Can All Love ตามที่ Positioning ที่วางไว้  

อย่างแคมเปญล่าสุดที่ไอซ์ พาริส ออกมาสร้างความสงสัยว่า ‘ใต้ผมน้องไอซ์มีอะไรซ่อนอยู่’ แคมเปญนี้น่าสนใจอย่างไร 

ทุกๆ โจทย์เริ่มคิดจากเราอยากให้คนรู้จัก LINE MOBILE มากขึ้น ทำอย่างไรให้ LINE MOBILE เป็นที่จดจำในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยความที่เรากล้าทำอะไรใหม่ๆ กล้าคิดนอกกรอบ เราเลยลองมองหาเทรนด์และไอเดียจนมาลงตัวที่การใช้สื่อโฆษณาบนตัวคน (Human Media) ซึ่งเราเป็นแบรนด์แรกในไทยที่ใช้สื่อแบบนี้ จะเห็นว่าแคมเปญที่เราทำไม่ได้สร้างแค่ปรากฏการณ์และ Disrupt แค่เฉพาะวงการ Telco เท่านั้น แต่รวมถึงวงการโฆษณาในประเทศไทยในวงกว้างด้วย เราอยากให้วงการโฆษณาเมืองไทยมีสีสัน ด้วยการลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เราเลือก ‘น้องฉี’ หรือไอซ์ พาริส จากละคร เลือดข้นคนจาง มาช่วยเพิ่มสีสันและความสนุกให้กับแคมเปญนี้เนื่องจากภาพจำของน้องในละครจะมีผมปิดหน้าผากด้านซ้ายตลอดเวลา จึงเป็นจังหวะที่ใช่ ที่เราจะเล่นพื้นที่บริเวณหน้าผากของน้องไอซ์ ในช่วงแรกเราได้ปล่อยทีเซอร์ออนไลน์ เป็นกระแสก่อนว่าใต้ผมน้องไอซ์มีอะไรซ่อนอยู่ แล้วถึงเปิดพื้นที่ใต้ผมน้องไอซ์ว่ามีอะไรอยู่ไปพร้อมๆ กับการเปิดตัวแคมเปญ ซึ่งการเปิดพื้นที่ใต้ผมจะคล้องไปกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า ‘ลองเปิดใจ แล้วคุณจะรักซิมมือถือ LINE MOBILE’ เพื่อสร้างความสนใจ กระตุ้นความสงสัยของผู้บริโภค เลยเป็นเหตุผลที่น้องไอซ์มาเป็น ‘Human Media’ ของ LINE MOBILE

เทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไวมาก มีกลยุทธ์ในการคิดแคมเปญออกมาครองใจผู้บริโภคอย่างไร

ทุกวันนี้โลกไม่เคยหยุดนิ่ง พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปทุกวัน นั่นแปลว่าเราจะไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นให้แบรนด์เป็นที่จดจำรวมถึงสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคตลอดเวลา นอกจากทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไรแล้ว เรายังต้องชัดเจนในเป้าหมายที่อยากส่งต่อไปให้ถึงผู้บริโภค เราไม่ได้ทำธุรกิจโดยยึดตัวเราเองเป็นหลัก แต่เราเลือกที่จะยึดผู้บริโภคเป็นหัวใจ อย่างแคมเปญโฆษณา LINE MOBILE The Most Exclusive Ad Space ก็เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่เราผสมผสานความแปลกใหม่ลงไป โดยใช้สื่อโฆษณาบนตัวคนครั้งแรกในไทย และเลือกคนที่เหมาะสม อยู่ในกระแสมาเพิ่มสีสันเลยทำให้แคมเปญนี้มีฟีดแบ็กดีจนเป็นที่น่าพอใจ

กลัวไหมกับการเกิดขึ้นของผู้เล่นเจ้าใหม่ที่เข้ามาเป็นคู่แข่งในตลาดอยู่ตลอดเวลา

เราไม่กลัว การที่มีผู้เล่นเจ้าใหม่ๆ เกิดขึ้นในตลาดเรามองว่าเป็นสัจธรรมที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แค่คุณก็ต้องทำของคุณให้ดีที่สุด เรารู้สึกดีที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ทุกคนต้องพยายามสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค ไม่ว่าจะมีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นมาอีกกี่ราย ผลดีก็จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคทั้งนั้น เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้น เพื่อสร้างรูปแบบบริการที่ดีที่สุด และเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์ที่มากที่สุด

ในปีที่ผ่านมา LINE MOBILE ได้รับ 3 รางวัลใหญ่การันตีความสำเร็จ ทั้งเวทีไทยและเวทีระดับอินเตอร์ นอกเหนือจากรางวัล สิ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของคุณคืออะไร

สิ่งชี้วัดความสำเร็จที่ดีที่สุดคือผู้บริโภคใช้ของของเรา รางวัลก็เป็นสิ่งที่ดีและสร้างกำลังใจให้คนทำงานว่ามาในทิศทางที่ดี แต่ถ้าได้รางวัลมา แล้วคนไม่ใช้ของของเรา สำหรับเราก็คิดว่าไม่ใช่ อย่างตอนที่ทำงานอยู่บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด เราเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรีแบรนดิ้งของเว็บไซต์ Sanook.com เป็นผู้บุกเบิก WeChat และ JOOX Music Application รวมไปถึงเราเคยบุกเบิก GRAB มาก่อน อย่างวันนี้ทุกคนรู้จักแบรนด์เหล่านี้ และยังมีการใช้งานต่อเนื่อง ยังเข้าเว็บฯ Sanook ฟังเพลงผ่าน Joox หรือใช้ GRAB ในการเดินทาง เรานับว่ามันเป็นความสำเร็จที่สุดของแบรนด์แล้ว

สรุปบทเรียนที่ ‘ปวริศา’ ได้เรียนรู้จากการทำงาน

หากให้สรุปก็ขอสรุปเป็นข้อคิด 3 ข้อใหญ่ที่อยากจะแนะนำและส่งต่อให้ทุกๆ คนลองไปปรับใช้ดู ดังนี้

Stay Hungry, Stay Foolish: โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปมาก เราทุกคนควรเป็นคนเปิดกว้างและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ     

Never be Satisfied in What You Do: อย่ายึดติดกับความสำเร็จในอดีต ไม่มีอะไรที่เพอร์เฟ็กต์ ทุกอย่างสามารถทำให้ดีขึ้นไปกว่าเดิมได้เสมอ เมื่อไหร่ที่เราพอใจเเล้วเราจะหยุดคิด หยุดทำ หยุดทุกอย่างไว้ตรงจุดนั้น

Can Do Attitude: สำคัญมาก หากเราคิดว่าทุกสิ่งยาก หรือไม่น่าจะทำได้กับสิ่งที่ไม่เคยลองทำมาก่อนก็จบ เพราะชุดความคิดของคุณผิดตั้งแต่แรก และหากเป็นเช่นนั้น วันนี้คงไม่มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น รวมถึง LINE MOBILE ด้วย