Kidnappers 101 - Kidnappers

Kidnappers น่าจะเป็นอีกหนึ่งวงที่มีอายุวงยาวนานและใช้นักร้องนำเยอะที่สุดวงหนึ่งเลยทีเดียว กับระยะเวลา 30 กว่าปีในวงการเพลง และการเปลี่ยนนักร้องนำมาแล้ว ถึง 3 คน การกลับมาครั้งนี้ในรอบ 10 ปีของ Kidnappers ยังคงอยู่ภายใต้ฝีมือการผลิตของ ‘อู่-ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์’ ‘เมย์-ภควัฒน์ ไววิทยะ’ และนักร้องนำคนใหม่อย่าง ‘ติว-ดิษยา กรกชมาศ’ ที่ยังคงความล้ำในซาวด์ดนตรี ที่แม้จะผ่านเวลาไปอีกนานแค่ไหนก็ยังคงผลิตผลงานออกมาให้โดนใจแฟนๆ ได้อยู่เสมอ

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวง Kidnappers ให้มากขึ้นพร้อมพูดคุยถึงบรรยากาศการทำเพลงในยุคนี้กับเมื่อ 20 ปีที่แล้วภายใต้บ้านหลังใหม่ที่คุ้นเคยอย่าง Spicy Disc  


ทำไมวง Kidnappers ถึงเปลี่ยนนักร้องนำบ่อย 

เมย์: ต้องเล่าอย่างนี้ก่อน Kidnappers ถ้าเป็นทางการจะมีทั้งหมด 3 เจเนเรชั่นนะครับ รุ่นแรกก็จะเป็นคุณปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน เป็นนักร้องนำ ต่อมาด้วยคุณนู๋-มนต์ทิพย์ ลิปิสุนทร แล้วก็คนที่ 3 ก็จะเป็นติว-ดิษยา กรกชมาศ ครับ ที่เราใช้นักร้องนำเยอะขนาดนี้สาเหตุมาจากผมกับอู่ เราเริ่มทำเพลงกันยาวนานมาก เริ่มทำอัลบั้มแรกเมื่อปี 1993 หลังจากนั้นอีก 10 ปี พวกเราถึงจะมีเวลากลับมาทำอัลบั้มที่ 2 เราก็เข้าใจว่าตัวนักร้องก็ต้องมีชีวิตส่วนตัวเหมือนกัน มีครอบครัวหรือทำอะไรที่เขาอยากทำ ก็ต้องเปลี่ยนนักร้องไป แล้วพอกลับมาทำอัลบั้มที่ 3 ก็เว้นมาอีก 10 ปี ทำให้เราต้องเปลี่ยนนักร้องนำอีก เหมือนว่าพอเราจะออกอัลบั้มใหม่ทุกครั้งก็เปลี่ยนนักร้องทุกอัลบั้ม

และที่ใช้นักร้องนำผู้หญิง เป็นการตกลงกันของทั้งผมและพี่อู่ เพราะเราไม่อยากให้คนดูคนฟังมาสนใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ อยากให้นักร้องหญิงข้างหน้าดึงความสนใจ เราก็เลยจะเลือกนักร้องที่มีบุคลิกดีหน่อย

ติว: สวยก็ได้นะคะ (หัวเราะทั้งวง) ไม่ต้องอ้อมก็ได้ 

เมย์: เราก็เลือกที่หน้าตาดี ร้องเพลงได้ เข้าใจเพลงของเราเพราะดนตรีของเรามันก็จะแปลกหูกว่าวงอื่นๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องมีคือเสน่ห์ ความดึงดูดใจในการทำให้คนเข้ามาฟังเพลงของเราครับ 


มีเกณฑ์การเลือกอย่างไร แล้วทำไมถึงต้องเป็น ‘ติว ดิษยา’

เมย์: ส่วนใหญ่ที่มาออดิชั่นก็จะร้องเพลงได้อยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่คนที่เราต้องการ นอกจากร้องเพลงเพราะแล้ว เสียงยังต้องเข้ากับดนตรีของเราด้วย แล้วเสียงของติวมันพอดีกับดนตรีของเราเลย รวมๆ แล้วทั้งลุค ทั้งเสียงผมโอเค ก็คุยกับพี่อู่ พี่อู่ก็โอเคเหมือนกัน เลยมาเป็นติว ดิษยา และอีกอย่างน่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ด้วย ร้องเพลงได้ แต่ไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกันนี่ไม่ได้เลย เพราะวงเราใช้เวลาการทำงานด้วยกันเยอะ ทั้งแต่งเพลง เที่ยว มันไม่ใช่แค่ฟังเพลงอย่างเดียว ช่วยกันคิดช่วยกันทำ บางคนเขาไม่พร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเราสองคนขนาดนั้น  แต่ติวเขาสะดวก 

ติว: สะดวกจนเดี๋ยวนี้พี่เมย์ พี่อู่เริ่มหนีไม่รับโทรศัพท์ติวแล้ว สงสัยอยู่ด้วยกันเยอะไปนิดหนึ่ง (หัวเราะทั้งวง)


ถามติวบ้าง พอมาใช้ชีวิตกับพี่อู่ พี่เมย์ เป็นอย่างไรบ้าง

ติว: สบายเลยค่ะ ตอนแรกก็มีกังวลเรื่องช่วงห่างระหว่างอายุเหมือนกัน แต่พออยู่ด้วยกันไปซักพัก กลายเป็นว่าไลฟ์สไตล์ของเราจะเอนเอียงไปทางช่วงวัยของพี่เขาเสียมากกว่าด้วย พี่อู่กับพี่เมย์ยังมีความเป็นวัยรุ่นอยู่มาก เห็นแบบนี้เจอได้ที่ T-Rex,De Commune หรือ Beam นะคะ แต่ก็จะมีในเรื่องของพวกภาษาดนตรี Synthesizer คำศัพท์แปลกๆ เพลงฮิตๆ ในช่วงของเขา ติว ก็จะตามไม่ทันบ้าง แต่โดยรวมไม่มีปัญหาเลยค่ะ สนุกมากที่ได้ทำงานร่วมกัน นับถือพี่ๆ ที่ได้ทำงานในแบบที่ตัวเองชอบ และก็ประสบความสำเร็จ ปาร์ตี้ก็เก่ง ประทับใจมาก พี่เราก็เก่งเหมือนกันนะ 


จุดเริ่มต้นของการเข้ามาเป็นสมาชิกในค่าย Spicy Disc 

เมย์: ผมกับพี่อู่รู้จักกับพี่เต้งมา 10 กว่าปีแล้ว จุดเริ่มต้นประมาณอัลบั้ม 2 พี่เต้งก็ชวนไปอยู่ค่าย เจอกันทีไรก็ชวนอยู่เรื่อยๆ จนมาลงตัวช่วงปลายปี 2557 ถึงได้มีโอกาสเข้ามาคุยกับทางค่ายก็เป็นปีที่ครบรอบ 10 ปีของอัลบั้มที่ 2 และครบ 20 ปีของอัลบั้มแรกพี่เต้งก็บอกว่าถึงเวลาแล้ว ต้องทำแล้ว การกลับมาทุก 10 ปี ก็เลยเริ่มทำงานกันเลย พอเราจัดการเรื่องนักร้องนำเสร็จก็เริ่มงานกับ Spicy Disc  


บรรยากาศวันแรกที่ก้าวเข้าสู่ค่าย Spicy Disc 

เมย์: ทุกคนยกมือไหว้ ไม่มีใครมากล้ารับน้องอะไรแล้วล่ะ บรรยากาศดีครับ อบอุ่น ได้เจอน้องๆ พี่ๆ ที่รู้จักกันมาก่อนด้วย ก็หายคิดถึง เป็นความรู้สึกดีๆ ครับ เรื่องของงานทางค่ายก็ตามใจเราเต็มที่  ทั้งในเรื่องความคิด แนวเพลง แต่เราก็จะเกรงใจค่ายนิดหนึ่งก็พยายามทำเพลงให้มันรู้เรื่องหน่อย ให้พอขายได้บ้าง จะเอาแต่ใจมากก็ไม่ได้ 

อู่: ก็ทำตามใจตลาดบ้าง และก็ทำในสิ่งที่เราชอบด้วย แต่ก็มีความเกรงใจค่าย เวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบนิดหนึ่ง อายุขนาดนี้แล้ว ไม่เสียความเป็นตัวตนแน่นอน


การทำเพลงในอัลบั้มที่ 3 กับค่าย Spicy Disc เป็นอย่างไรบ้าง

เมย์: ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าเราทำเพลงกันมานาน อายุของเราก็จะห่างจากเด็กๆ รุ่นนี้หลายปี แนวเพลงที่คนสมัยนี้ฟังก็เปลี่ยนไป เราก็ต้องทำการบ้านผ่านกระบวนการคิดหลายรอบ คิดเยอะมากจนบางครั้งก็รู้สึกเราว่าเยอะไปหรือเปล่า เราอยากทำเพลงที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง และตอบโจทย์ความต้องการของทางค่ายด้วย ต้องแฮปปี้กันทุกฝ่าย

อู่: คิดเยอะมาก ทำเพลงไว้ 12 เพลง ลงอัลบั้มจริง 6 เพลง 

เมย์: อีกอย่างเพลงของเราก็ไม่ใช่เพลงในกระแสหลักขนาดนั้นด้วย ก็เลยมีกระบวนการเยอะนิดหนึ่งเพื่อให้เข้าถึงได้หลากหลายมากขึ้น หลายคนบอกว่าเพลงของ Kidnappers จะฟังยากนะ แต่จริงๆ เพลงของเราเป็นเพลงป๊อปนะ อิเล็กทรอนิกส์ป๊อปด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกเราอาจจะไม่ได้อยู่ในกระแสหลักขนาดนั้น คนเลยคิดว่าฟังยาก 


คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของวง Kidnappers 

ติว: นักร้องนำสวยค่ะ (หัวเราะทั้งวง) หลักๆ น่าจะเป็นเรื่องของซาวด์ดนตรีค่ะ ถ้าเป็นแฟนคลับยุคแรก ติดตามกันมานาน เขาจะติดตามกันในด้านของซาวด์ดนตรีโดยเฉพาะเลย แล้วจะวิพากษ์วิจารณ์กันแบบลึกมากนะ แยกเสียงนู้นเสียงนี้ เรา 3 คนก็จะไปตามอ่านกันในคอมเมนต์ตามยูทูบ

เมย์: ด้วยอายุวงเราก็ไม่น้อยแล้ว ก็จะมีเรื่องแปลกๆ ให้เรารู้สึกสะท้อนใจบ้าง มีครั้งหนึ่งไปเล่นที่ The Circle เจอคุณแม่พาลูกสาว อายุ 17-18 ปีแล้วนะมาฟังเพลงเรา แล้วบอกว่าเป็นแฟนคลับเรา ลูกสาวก็ฟัง Kidnappers เหมือนกัน เราก็อยู่มานานแล้วเหมือนกันนะ แล้วสมัยก่อนที่คุณปิ่น เก็จมณี เป็นนักร้องนำ แฟนคลับส่งจดหมายมาหาเยอะมาก ส่วนใหญ่ก็เขียนถึงคุณปิ่น แต่มีฉบับหนึ่งผมจำขึ้นใจเลย เขาถามคุณปิ่นว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังสองคนนี่เป็นใครเหรอครับนั่งขำกับพี่อู่จนปวดท้อง

 

ทุกวันนี้ศิลปินหน้าใหม่สามารถแจ้งเกิดผ่านทางยูทูบหรือช่องทางอื่นๆ ได้แล้ว คิดว่าการอยู่กับค่ายเพลงมันมีเสน่ห์อย่างไรบ้าง 

เมย์: มันเหมือนการมีเครดิตนะ เหมือนมีการการันตีบางอย่างของตัวศิลปินเอง ยิ่งเป็น Spicy Disc แล้ว เพลงที่ปล่อยออกมาให้ผู้ฟังก็จะถูกคัดสรรมาแล้วว่าดีในระดับหนึ่งแน่ๆ สังเกตคนที่ฟังเพลงของ Spicy Disc ก็จะเป็นคนที่เสพดนตรีในระดับหนึ่ง ไม่ใช่แบบฟังอะไรก็ได้ และ
ที่สำคัญมันเป็นเรื่องของการพรีเซ็นต์เพลงด้วย การอยู่ Spicy Disc นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงเราเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นไปอีกนะ ถ้าทำกันเองคงเสี่ยงน่าดูเลยล่ะ