จากเรื่องราวแอนิเมชันเรื่อง AKB0048 สู่ความฝันที่เป็นจริงของ 'จ๋า BNK48'

Written by
25.05.18 1,934 views

จุดเริ่มต้นความฝันการเป็นไอดอลของจ๋า เริ่มจากการดูแอนิเมชันเรื่อง AKB0048 จนเริ่มติดตามผลงานของวง AKB48 ฝันที่อยากเป็นไอดอลผลักดันให้สาวหน้าหวานน่ารักสมวัย จ๋า-ณปภัช วรพฤทธานนท์ ต้องตั้งใจทำงานเพื่อพิสูจน์ให้ครอบครัวและแฟนคลับที่เธอรักเห็น และด้วยความพยายามนี้เองที่ทำให้เธอเริ่มเปล่งประกาย

ยังจำวันแรกของการเข้ามาเป็น BNK48 ได้ไหม เป็นอย่างไรบ้าง
    “จ๋าชอบ AKB48 มาก่อน ตอนป.5 เจอแอนิเมชันเรื่องหนึ่งชื่อว่า AKB0048 ค่ะ เราก็ชอบดู และค้นพบว่ามีวงนี้อยู่จริงในชื่อ AKB48 หลังจากนั้นเลยติดตามผลงานของวงนี้มาตลอด พอรู้ว่ามี BNK48 ที่ไทย เราเลยไม่พลาดที่จะสมัคร รู้สึกดีใจมาก ตอนออดิชั่นหนูเป่าฟลุตจนได้เข้ามาเป็น BNK48 รู้สึกกดดันอยู่เหมือนกัน เพราะหนูไม่ได้บอกคุณพ่อ หนูมาสมัครด้วยตัวเอง พอผ่านรอบแรกถึงบอกคุณแม่ บอกแม่ว่า “อย่าเพิ่งไปบอกคุณพ่อน้า” ก็ไม่รู้ว่าจะบอกที่บ้านอย่างไรดี เพราะคุณพ่อก็อยากให้หนูเป็นหมอ เน้นเรียน คิดว่าต้องโกรธแน่ๆ เลย แต่มันก็ติดแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งสองอย่างเป็นความฝันของหนู ทั้งเรื่องนี้และเรื่องเรียน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปบอกกับคุณพ่อว่า หนูติด BNK48 นะ”

***นอกจากร้องและเต้น ความสามารถอีกอย่างของจ๋า คือการเล่นดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเป่า “ฟลุต” โดยในการออดิชั่นของ BNKจ๋าเลือกเป่าเป็นเพลง "Heavy Rotation" ซึ่งนอกจากนี้ยังยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีไทยอย่าง “โปงลาง” ได้อีกด้วย

หลังจากเข้ามาเป็นสมาชิกของ BNK48 ตอนนี้มีปฏิกิริยาของพ่อเปลี่ยนไปบ้างไหม
    “เคยมีช่วงที่ทะเลาะกับคุณพ่อ เขากลัวเราเสียการเรียน กลัวร่างกายสุขภาพไม่ไหว เขาก็เป็นห่วง ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องห้ามเราด้วย เราก็เลยยังยืนยันที่จะเป็น BNK48 แล้วบอกกับคุณพ่อว่า หนูจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดและจะทำงานนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้พ่อแม่ก็โอเคแล้ว ค่อนข้างไปทางเห่อๆ ว่าตอนนี้ลูกเราก็เป็น BNK48 นะ (หัวเราะ)”

แบ่งเวลาการเรียนและการเป็นไอดอลอย่างไร
    “ฝั่งไอดอลก็ต้องเต้น ต้องซ้อม และออกกำลังกาย ช่วงปิดเทอมเราจะซ้อมทุกวันพฤหัสบดี วันศุกร์ ยิ่งช่วงวันเสาร์ และอาทิตย์ ซ้อมหนักมาก วันละ 8-9 ชั่วโมง แล้วก็จะมีร้องเพลงด้วย แต่พอถึงช่วงเปิดเทอมก็จะซ้อมหลังเลิกเรียน ตั้งแต่ 6 โมง-3 ทุ่มค่ะ เราก็ต้องตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวความรู้ที่ครูสอนให้ได้มากที่สุด ตอนเรียนถ้าไม่ทันก็ต้องรีบถามครู บางทีมาทำงาน ถ้าว่างๆ ก็เอาหนังสือมาอ่าน บางทีก็เอาการบ้านมาทำที่ BNK48 นี่แหละค่ะ บางทีนั่งรอเพื่อนก็เอามาทำ ส่วนการเตรียมตัวของ BNK48 ช่วงแรกที่มาเป็นครูเขาจะบอกว่าหนูเต้นไม่แข็งแรง ครูก็เลยจะเน้นให้ทำ T25 เพื่อให้เรามีกล้ามเนื้อ ตอนนี้ก็ยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าเดิมนิดนึงแล้วค่ะ
    การมาเป็น BNK48 ทำให้เรามีความรับผิดชอบเยอะขึ้นมาก ก่อนหน้านี้อาจจะมีการบริหารเวลาไม่ดี ทำการบ้าน ไม่ให้การเรียนตก ทำตัวให้เหมาะสม ต้องมีความผิดชอบ ต้องเป็นตัวอย่างให้ทุกคน”

จ๋าเป็นเด็กแบบไหนในห้องเรียน
    “เป็นหมดเลยได้ไหม (หัวเราะ) มีแค่อย่างเดียวที่ไม่เป็นคือเด็กหลังห้อง ถามว่าเรียนไหม หนูก็ตั้งใจเรียน พยายามนั่งด้านหน้า และค่อนข้างกิจกรรม มีอะไรก็ไปทำหมด มีอะไรในโรงเรียนก็ไปทำ จิตอาสาก็ทำค่ะ”

แล้วเป็นใครในงานกีฬาสีของโรงเรียน

    “กีฬาสีส่วนใหญ่เราก็ขึ้นสแตนด์ เดินขบวนพาเหรด”

จ๋าเลือกสายวิทย์คณิตเป็นอันดับแรก คุณพ่อเองก็อยากให้เป็นหมอ เราจะได้เห็นจ๋าเป็นหมอหรือเปล่า
    “อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน (หัวเราะ) จริงๆ แล้วพอมาคุยกับพ่อ พ่อก็ไม่ได้จะเจาะจงให้เราขนาดนั้น เอาที่เราชอบดีกว่า หนูก็เลือกวิทย์คณิต (EP) เป็นอันดับแรก ต่อด้วยวิทย์คณิตปกติ และสายศิลป์ภาษาญี่ปุ่นค่ะ”

พอเรามาเป็น BNK48 ความรู้สึกของเด็กธรรมดาๆ ที่ตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักเป็นอย่างไร ชีวิตเปลี่ยนไปแค่ไหน
       “ก่อนหน้านี้เราก็เป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง เดินไปไหนก็ไม่มีใครรู้จัก อยู่ๆ วันนี้กลายเป็นคนที่มีแต่คนจับตามองเรา มันก็รู้สึกแปลกบ้างเหมือนกัน เราได้เข้ามาเป็นในสิ่งที่เราอยากเป็นจริงๆแล้ว และก็ไม่ได้ทิ้งความตั้งใจของพ่อแม่ที่อยากเห็นเราตั้งใจเรียนหนังสือ พอเราเข้ามาอยู่ในนี้เราก็อยากจะทำให้ดีที่สุด มันไม่ใช่แค่หนูคนเดียว แฟนๆก็คอยช่วยลุ้นช่วยเชียร์กันอยู่ตลอด หนูก็เลยอยากจะทำให้เขาเห็นและภูมิใจว่าเราทำได้”
    “ช่วงแรกอาจจะยังไม่สังเกตเห็นถึงความแตกต่าง ช่วงเข้าวงมาก็ยังไม่มีทิศทางแน่นอน เรายังไม่ดัง และไม่มีคนติดตาม แต่ช่วงหลังพอคนเริ่มให้ความสนใจ เราก็ต้องวางตัวมากขึ้น เพราะเราถูกมองว่าเป็นไอดอล เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมแล้ว เราก็ต้องทำตัวให้เหมาะสมเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทุกคนค่ะ แต่ก็ต้องเสียสละเวลาส่วนตัว บางทีต้องทำงานจนดึกดื่น”
     “หนูไม่คิดว่า ทุกอย่างจะเร็วขนาดนี้ ตอนเล่นคอนเสิร์ตมีแฟนล้นหลามมาก เป็นความฝันหนึ่งของเราที่พอเข้ามาเป็น BNK48 แล้ว มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองได้จริงๆ แล้ว ทุกคนมอบความรักให้เรา ก็รู้สึกภูมิใจและดีใจมากเลยค่ะ”

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้มาถึงจุดนี้ อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง
    “จุดแข็งของหนูน่าจะเป็นความร่าเริงและสมวัยมั้งคะ (หัวเราะ) ความเป็นเด็ก เวลาแฟนคลับเรียกจะเห็นหนูว่าเป็นลูกหรือน้องสาว เอ็นดู จุดอ่อนเราก็เป็นได้แค่คาแร็กเตอร์นั้นซ้ำๆ เขาอาจจะอยากเห็นลุคที่เราโตเป็นสาวขึ้น”

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นเครื่องดื่มสักเมนู คิดว่าเมนูอะไรเหมาะกับตัวเองมากที่สุด
    “เป็นโกโก้เย็นได้ไหม เพราะหนูชอบกิน (หัวเราะ) โกโก้มีทั้งความขมและความหวานก็เหมือนกับชีวิตของเราที่มาอยู่ใน BNK48 ที่มีทั้งตอนมีความสุขและมีความเศร้าค่ะ”

ความหมายของการเป็น BNK
    “BNK48 เป็นความฝันในวัยเด็กของเรา เราอยากทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หนูอยากให้ BNK48 ดังต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ตอนนี้แล้วก็หยุด อยากให้สานต่อเป็นรุ่นกันต่อไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นเหมือนสิ่งที่เรามอบความสุขให้กับผู้คน อยากให้คนที่มาอยู่ใน BNK48 สานต่อไปเรื่อยๆ”

Tags :