IT’S MY ROTSANIYOM - อ๊อฟ พงศ์ศักดิ์ กอบรัตนสุข

อ๊อฟ-พงศ์ศักดิ์ กอบรัตนสุข ดีไซเนอร์ และหนึ่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ Rotsaniyom (รสนิยม) เสื้อผ้าสตรีทแว์ที่เติบโตมากับวัยรุ่นยุค Fat Radio จากเสื้อยืดสกรีนลายตัวเรียบจนกลายมาเป็นเสื้อผ้าลูกไม้วินเทจที่บอกเล่าเรื่องราวมากมายอย่างไม่รู้จบ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ชุดสวยๆ หวานๆ สำหรับผู้หญิงเท่านั้น


สไตล์แบบไหนที่บ่งบอกความเป็นแบรนด์ Rotsaniyom

Rotsaniyom เกิดจากความชอบส่วนตัวของอ๊อฟกับกิ๊ฟ ซึ่งมันเกิดจากการที่เราอยากจะแชร์สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราสนใจให้กับคนอื่น แล้วก็เหมือนมีส่วนร่วมกันระหว่างเรากับลูกค้าและคนที่ชื่นชอบในแนวทางเดียวกัน


Rotsaniyom ทำมากี่ปีแล้ว

ถ้านับตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจริงๆ ตั้งแต่จตุจักรตอนนั้นเลยมาถึงตอนนี้ก็ประมาณ 10 ปีแล้วครับ


การเปลี่ยนแปลงของแบรนด์ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 10

มันเหมือนค่อนข้างโตไปแบบ step by step เราไม่ค่อยรีบร้อนที่จะก้าวกระโดด หรือให้มันหวือหวามากครับ เราเชื่อว่าเราทำผลงานไปอย่างตั้งใจ ให้มันพัฒนาตัวมันเอง แล้วพอมีโอกาสเข้ามา มันก็จะสร้างความเติบโตให้กับแบรนด์เองครับ


วิธีการเลือกนางแบบมาเดินบน Runway 

พวกนางแบบหรือนายแบบที่เราเลือกมาก็ค่อนข้างเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ จนบางทีเราไม่ได้ดูคอมการ์ดเค้าเลย เราดูตั้งแต่ที่เค้าแต่งตัวเข้ามาหาเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันบอกถึงแอดติจูด การที่นางแบบบางคนไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ใส่เสื้อผ้าของเรามันทำให้ลุคนั้นสมบูรณ์มากขึ้น แต่กับบางคนที่โพสต์แล้วโพสต์อีกมันก็ไม่ได้ ประเด็นมันอยู่ที่แอดติจูดของการเป็นนางแบบหรือนายแบบ มันจะมี code ที่เขียนขึ้นมาแปะอยู่ในห้องทำงานก่อนที่จะมาทำแฟชั่นโชว์ว่า คุณต้องรู้สึกว่าคุณเป็นนางแบบหรือนายแบบจริงๆ ไม่ใช่ว่าแค่คุณเดินบน Runway แล้ว จะเรียกว่าคุณว่านางแบบถ้าตัวตนจริงๆ มันไม่ใช่ เรารู้สึกว่าคนที่เราเลือกมาทั้งหมดมันใช่และเป็นจริงๆ


ทำไมคอลเล็กชั่น Fall / Winter ถึงเอานายแบบผู้ชายมาเดินทั้งๆ ที่เป็นชุดผู้หญิง

ตั้งแต่การทำแบรนด์มา เราไม่ได้แบ่งแยกว่ามันจะต้องเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย เหมือนกับเรื่องของสัญลักษณ์ที่เราพยายามจะเสนอมุมมองของสัญลักษณ์ใหม่ๆ เช่น เสื้อผ้าลูกไม้ บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเสื้อผู้หญิง มันดูเป็นเฟมินีนมาก ซึ่งเราก็พยายามนำเสนอในมุมมองอื่น ผู้ชายก็สามารถใส่ได้ เรามองว่าสิ่งเหล่านี้มันคือแฟชั่นมันไม่ใช่ตัวแทนของอะไรซักอย่าง


ยากไหม

ยากตรงที่การทำความเข้าใจกับคนมากกว่า อย่างเช่น พอเราบอกเขาว่าใส่ชุดผู้หญิงไหม บางคนเค้าจะมองว่าตัวเขาเองคือไม้แขวน เป็นอะไรก็ได้เพราะว่าเป็นนายแบบ มีหน้าที่พรีเซนต์ลุคให้กับดีไซเนอร์ ไม่ได้มีหน้าที่มาตัดสินว่าดีไซเนอร์คนนี้ออกแบบเสื้อผ้าดีหรือไม่ดี ซึ่งบางคนเข้าใจแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีในวงการเพราะทำให้สามารถสร้างอะไรใหม่ๆ ได้ แต่ก็จะมีบางคนที่เขามีกรอบว่าให้ไปใส่เสื้อผ้าผู้หญิงมันอาจจะไม่ดีกับภาพลักษณ์หรือเปล่า หรือว่ามันจะส่งผลอะไรหรือเปล่า ซึ่งเขาอาจจะมีกรอบของเขาที่มันครอบ เราเองก็มีกรอบเหมือนกัน ความยาก คือ จะทำยังไงให้กรอบพวกนี้หายไป แต่พอดีว่าเราเป็นคนง่ายๆ ก็ไปหาคนที่ได้แค่นั้น คือเราไม่ได้พยายามง้อ หรือว่าจะต้องมานะเพราะเราคิดว่ามันเจอกันครึ่งทาง เราก็ชอบเขา ถ้าเขาชอบเรา ก็มาทำงานร่วมกัน


เหมือน Rotsaniyom จะเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

จริงๆเคยทำคอลเล็กชั่นผู้ชายนะแต่ว่ามันก็นานมากแล้ว พอดีตอนนั้นทาง Siam Discovery ติดต่อมาและเน้นในเรื่องเสื้อผ้าผู้ชายเลยมีการสร้างโปรเจ็กต์นั้นขึ้นมา ซึ่งจริงๆ แล้วส่วนตัวเราชอบโปรเจ็กต์นี้มาก ก็ยังจะทำมันต่อไป เพียงแต่ว่าตอนนี้ด้วยกำลังคน เวลาที่มี ไม่พอจึงทำให้ต้องกลับมาโฟกัสเสื้อผ้าผู้หญิงเป็นหลักครับ เรื่องของความเป็น unisex เราเอาแนวคิดของผมกับกิ๊ฟที่เราแบ่งเสื้อผ้ากันใส่ สมัยก่อนตอนเป็นเด็กจตุจักรแล้วไปซื้อของ young designer brand เราก็คิดแล้วว่าซื้อตัวนี้เพื่อเอามาใส่ด้วยกันได้ ความเป็นผู้ชายที่เราพรีเซนต์ออกมาผ่านเสื้อผ้าแบรนด์ Rotsaniyom เลยอยากให้ผู้ชายของเราเป็นผู้ชายที่เหมือนมีความรักนะ แล้วก็แบ่งปันความรักความรู้สึกเหล่านี้กับคนรักคนรอบข้าง ส่วนเรื่องของ GENDER คือไม่ต้องมองเลยว่ามันคืออะไร มันแค่เป็นตัวบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของมนุษย์ แต่ว่ามันไม่ได้มีผลกับจิตใจที่จะทำให้เรารู้สึกว่ามันจะต้องแบ่งแยกกันขนาดนั้น


คิดยังไงกับคำว่าแฟชั่นไม่จำกัดเพศ

มันคือความสนุกรูปแบบหนึ่ง เหมือนเป็น choice หนึ่งของการสร้างความสนุกทางแฟชั่น แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วก็ยังมีความแบ่งเพศอยู่ไหม หรือว่าในกลุ่มที่เขามีความเป็นเฟมินินมากๆ หรือว่าในกลุ่มที่เขายึดความเป็นแบบมัสคิวลีนมากๆ มีอยู่ไหม มันก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นการไม่จำกัดเพศมันก็เลยเป็นเหมือนอีกหนึ่งสิ่งที่มันมีอยู่ มันเป็นทางเลือกให้กับคน จริงๆแล้วยิ่งมีมุมมอง ยิ่งมีการแข่งขันมากเท่าไหร่ คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือคนทั่วๆไปนั่นแหละ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับวงการแฟชั่นนะ ถ้าเกิดว่าทุกคนไม่ได้มีกรอบว่าจะต้องออกแบบเพื่อใครหรือว่าออกแบบเอาใจใครคนใดคนหนึ่ง เพศใด เพศหนึ่ง


มอง Trend เรื่องนี้ยังไง

โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า อาจจะเป็นความชอบเฉพาะกลุ่ม แต่เรากลับรู้สึกว่าความเฉพาะกลุ่มตรงนี้มันคือเสน่ห์