ISN’T SHE LOVELY? - แพรวา ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์

21.11.18 1,183 views

จากบทบาทของขนมปัง นักเรียนหญิงที่ทำให้หลายคนหมั่นไส้ในซีรีส์เรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น เมื่อหลายปีก่อน วันนี้ ‘แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์’ กลับมาอีกครั้งในบท ‘โบโย่’ นักศึกษาจบใหม่ที่ชีวิตหน้าที่การงานยังไม่ลงตัว ยังต้องอยู่ในความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนที่เกิดจากเซ็กซ์ก่อนความรักมาให้เธอรับมือ ดูเหมือนว่าจะเผ็ดและแรงกว่าเดิมไม่น้อยเลยทีเดียว พบกับคำตอบและทัศนคติต่อเรื่องงาน ความรัก และเพื่อน ที่ทำให้เธอกล้าจะไปต่อในเส้นทางบันเทิงด้วยบทที่แรงและท้าทายคอมเมนต์ของสังคมใน Friend Zone เอาให้ชัด ซีรีส์ว่าด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนสุดฉาวส่งท้ายปี 

เราเคยพูดกับพี่เป็นก่อ (ชาคร ไชยปรีชา) ที่เคยมาช่วยทำตัดต่อ Hormones วัยว้าวุ่น มาก่อนว่าเราอยากได้บทที่เป็นคนเลว เลวมากกกดูบ้าง จนวันนึงไปเจอเขาที่คอนเสิร์ตแล้วเขาบอกว่ามีบทให้ลองอ่าน พออ่านแล้วก็อยากเล่นมาก


ย้อนกลับไปที่บทแจ้งเกิดอย่าง ‘ขนมปัง’ ก็เป็นบทที่คนหมั่นไส้กันครึ่งเมือง ยังแรงไม่พออีกเหรอ

ใช่ค่ะ หลังจากนั้นก็รับบทวัยรุ่นใสๆ มีรับงานพิธีกรบ้างประปราย 

คุณเป็นคนแบบไหนกันถึงชอบรับบทที่ชวนให้คนหมั่นไส้

หนูเป็นคนที่มีความเป็นขนมปังอยู่ในตัวนะคะ เพราะความจริงตอนออดิชั่นคนมาเล่น Hormones วัยว้าวุ่น เขาก็เลือกตัวละครที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งในตัวเราอยู่ หนูมีความสดใส เฮฮา เข้ากับคนง่าย ชอบอยู่ในสังคมนี่เป็นส่วนที่เป็นตัวหนู แต่ตัวตนอีกด้านเป็นคนคิดมากและซีเรียส 

รู้สึกอย่างไรกับการที่ผู้หญิงหลายคนถูกหมั่นไส้เพราะคำว่ามนุษยสัมพันธ์ดี 

อู้ยยย เยอะ! (หัวเราะ) ด้วยความที่เราเกิดมาเป็นลูกสาวคนเดียว มีพี่ชายน้องชาย เราโตมากับการที่เล่นอะไรกับผู้ชายได้หลายอย่าง แต่เราก็มีของเล่นเด็กผู้หญิงด้วย มีบาร์บี้ให้เล่น ไม่ได้ซนแบบเด็กผู้ชายอย่างเดียว มันเลยทำให้เราเข้ากับคนง่าย มีเพื่อนเยอะ อยู่กับเพื่อนผู้ชายก็ได้ ซึ่งมันอาจทำให้เพื่อนผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทเราเขาหมั่นไส้ได้ 

ถูกหมั่นไส้แรงเบอร์ไหน 

หูยยย ตอนช่วงมัธยมฯ มีรุ่นพี่มาจีบ แต่ทั้งแฟนเก่าและเพื่อนแฟนเก่าของรุ่นพี่คนนี้ตะโกนด่าเราตลอด ถ้าเขาเห็นเราเดินผ่านนะ...ก็น่ากลัวอยู่ค่ะ (ทำอย่างไร) ก็เฉยๆ ไม่ทำอะไร เดี๋ยวเขาก็จบ เราทำตัวให้ลอยอยู่เหนือปัญหาไปเลย ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขปัญหาตรงนั้น เพราะเราทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แล้ว และมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะทำให้คนทั้งโลกมาชอบเรา (สรุปว่าเขาจีบสำเร็จไหม) ไม่ค่ะ เพราะเขาไม่ใช่คนดี 

ครอบครัวรู้สึกอย่างไรในวันที่คุณเลือกทำงานในวงการบันเทิงและรับบทที่ค่อนข้างแรง 

ตอนที่ได้บทขนมปังเป็นช่วงที่หนูเรียน ม.6 ที่ต้องเลือกมหาวิทยาลัยพอดี เลยเลือกเรียนทางด้านมาร์เก็ตติ้งที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะน่าจะได้ไปช่วยธุรกิจที่บ้าน แต่พอไปเรียนจริงแล้วเราเกลียดคณิตศาสตร์มาก พอดีว่าได้ไปงานโอเพ่นเฮาส์ของคณะนิเทศฯ ทำให้รู้สึกว่าสนุก ก็ตัดสินใจซิ่วแล้วมาเรียนนิเทศฯ เพราะเราว่ามันช่วยซัพพอร์ตงานของเราด้วย และทำให้เราเรียนรู้งานเบื้องหลังที่เราสนใจอยู่แล้วด้วย แต่ไม่ได้พับเก็บงานที่บ้านนะคะ หนูแค่รู้สึกว่าเรามีเครื่องคิดเลข ถ้าเราทำงานที่บ้านก็ใช้เครื่องคิดเลขได้นี่ แต่ถ้าเจอเลขที่ยากกว่านั้นก็ให้น้องชายช่วยได้ 

ส่วนการรับบทเป็นสิ่งที่ทั้งพี่และน้องเป็นห่วงเราค่ะ แต่เขาไม่ค่อยพูด อาจจะมีน้องชายพูดถึงบ้าง แต่ช่วงแรกๆ พ่อกับแม่จะรู้สึกมากหน่อย เขาค่อนข้างรับไม่ได้ ลูกสาวโดนด่าเยอะ โดยเฉพาะคอมเมนต์ในโลกโซเชียลฯ เยอะมากกกก พ่อแม่เราชอบเล่นโซเชียลฯ อยู่แล้ว 

ผลงานเรื่องแรกก็โดนคอมเมนต์แรงๆ แล้ว มีวิธีรับมืออย่างไร

ตอนแรกดูคอมเมนต์เยอะมาก เฮ้ยยย ทำไมเขาต้องไม่ชอบเราด้วย มันไม่เหมือนการโดนด่าสมัยเรียนนะ อย่างน้อยตอนนั้นเราก็รู้ว่าคนที่มาด่าเราคือใคร แต่ในโลกโซเชียลฯ ยูเป็นใครก็ไม่รู้ เราเคยตามไปดูคนที่มาด่าเราว่าคือใคร ปรากฏว่าเป็นแอคฯ หลุม (บัญชีผู้ใช้งานโซเชียลฯ ที่สมัครโดยไม่ปรากฏข้อมูลระบุตัวตน) เขาไม่มีตัวตนเลย ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคือใคร เหมือนลมที่พัดผ่านมาแล้วผ่านไป ในทวิตเตอร์ยิ่งรุนแรงมาก แรงที่สุดน่าจะเป็นคนที่ด่าเราว่า ‘กะหรี่’ ต้องด่ากันขนาดนี้เลยเหรอวะ มันบั่นทอนจิตใจและทำให้เราร้องไห้ได้เลยค่ะ แต่ก็ไม่กล้าให้พ่อแม่รู้ เพราะเรารู้ว่าเราเจ็บแค่ไหน เขาเจ็บกว่าเราเยอะ เรารู้จากน้องชายว่าแม่แอบร้องไห้ 

มันเคยรู้สึกแย่จนรู้สึกว่าการเข้าวงการมันทุกข์มากขนาดนี้เลยเหรอ เราโทรไปหาเพื่อนที่ขอนแก่น เพื่อนก็บอกว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ มีคนมากมายที่อยากจะมายืนตรงนี้ จะถอดใจจริงเหรอ และก็ไปคุยกับผู้ใหญ่ทางนาดาวบางกอก เราไม่เข้าใจว่าการที่เราตั้งใจทำงาน แต่เรากลับโดนด่ามากมาย และก็ได้แง่คิดกลับมาว่าอะไรที่ไม่ดีเราไม่จำเป็นต้องไปเสพมัน การที่เราโดนด่าคือเราประสบความสำเร็จนะ มันมาจากการที่เราเข้าถึงบทบาทได้ดี หลังจากนั้นหนูก็เลยเลือกเสพแต่สิ่งดีๆ อะไรไม่ดีก็ปล่อยผ่าน 


จากวันนั้น กลับมารับบทที่แรงกว่าเดิมไปอีกในเรื่อง Friend Zone เรื่องราวมันเป็นอย่างไร 

หนูว่านี่เป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ที่ไม่เคยรับมาก่อน โบโย่คือเด็กจบใหม่ ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เปลี่ยนงานทุกๆ 3 เดือน ตรงนี้ใกล้เคียงกับตัวเราที่เรียนอยู่ปี 4 มาก เราเคยคิดว่าถ้าเราไม่มีงานจะทำยังไง จริงอยู่ว่าเรามีงานบันเทิง แต่มันก็เป็นงานที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ นอกจากเรื่องงานก็เป็นเส้นเรื่องความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อน ความบังเอิญที่ทำให้โบโย่ต้องมาอยู่กับกู๊ดในบ้านหลังเดียวกัน กับเพื่อนอีกคน แล้ววันนึงต่างฝ่ายต่างเมา คือแอลกอฮอล์ก็ทำให้ 2 คนมีอะไรกันจนได้ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ตกลงกันว่าเราจะเป็น Friend with Benefit คือเป็นเพื่อนกัน แต่มีอะไรกันได้ ซึ่งเวลาผ่านไปมันมีความเปลี่ยนแปลงของตัวละครที่เริ่มอยากให้เคลียร์ เอาให้ชัดว่าความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป 

เคยคิดไหมว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ในชีวิตจริง 

ไม่เคยเลย ในมุมผู้หญิงนะ การที่เราจะมอบสิ่งนั้นให้กับใครสักคนก็ควรเป็นคนที่รักเรารึเปล่าวะ หนูว่าเรื่องนี้สำคัญสำหรับหนู (แต่เรากำลังหมายถึงกรณีถ้าเราเมา) ถ้าเมาเราต้องคอนโทรลตัวเองก่อน แต่หนูไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่นอน อย่างแรกเลยคือเวลาเที่ยวเราเลือกกลุ่มเพื่อนนะ เพื่อนในกลุ่มดูแลกันดีในระดับหนึ่งเลย เราไม่มีทางเมาแล้วไปโผล่ห้องใครก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะเมาแค่ไหนเรากลับถึงบ้านตลอด

 โบโย่ห่างไกลจากตัวจริงพอสมควร ต้องทำการบ้านอย่างไร 

ไกลระดับนึงเลย คำว่า One Night Stand ก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง มันท้าทายมากกับการที่หนูต้องรู้สึกว่าเราคือคนที่โอเคกับเรื่องความสัมพันธ์เหล่านี้ เราต้องสร้างความเข้าใจและยอมรับเพื่อให้บทนี้ผ่านไปด้วยดี แต่อย่างโบโย่เองถึงเขาจะมี One Night Stand แต่เขาก็เลือกคน ไม่ได้ไปกับทุกคนได้หมด (แบบนี้เรียกว่าล่าแต้มหรือเปล่า) ไม่ค่ะ โบโย่ไม่ล่าแต้ม ไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเขารู้สึกพอใจกับใครก็โอเค ซึ่งในเรื่องมันแค่ One Night Stand หรือมากกว่า One Night อยากให้ทุกคนรอดูมากกว่า ไม่อยากสปอยล์ 

เรื่องแบบนี้มันก็พอมีอยู่รอบตัวเรา เวลาเที่ยวกลางคืนเราก็เคยเห็นผู้หญิงล่าแต้มของจริง มีคนรู้จักอยู่ในความสัมพันธ์ Friend with Benefit สุดท้ายมันเป็นอย่างนั้นไม่ได้จริง เราว่าสุดท้ายผู้หญิงรู้สึกมาก แบบมากกกกกกกกก ปากอาจจะพูดว่าไม่รู้สึก พยายามเก๊กหรือรักษาลุคเอาไว้ ไม่รู้สึก แต่หนูว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ว่ายังไงผู้หญิงก็รู้สึกมากกว่าตลอด

Friend with Benefit ในสายตาของเราเป็นอย่างไร 

ต้องสมมติก่อนว่าทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีแฟนนะ มันก็คงโอเคมั้ง เพราะว่าเราได้กับคนเดียวตลอดเวลา อาจจะรู้สึกว่ามันสะอาด เรารู้ว่าเขาเป็นใคร และไม่มั่ว มันไม่เปลืองตัวมาก (แต่ว่าอีกฝ่ายมีใครก็ได้) มันอาจจะไม่แฟร์สำหรับเรา ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ต้องมีใครก็ได้เหมือนกัน หนูว่ามันขึ้นอยู่กับว่าตกลงกันยังไง 

บทเลิฟซีนในเรื่องสร้างความกดดันไหม 

มีกังวลบ้างว่าควรจะทำยังไง เรามีเบอร์ที่เราคิดไว้ในใจ แล้วเอาไปคุยกับผู้กำกับเพื่อหาตรงกลางที่เชื่อมกันได้ ซึ่งทางกองเขาก็เซฟเราอยู่แล้ว เวลาถ่ายก็ไม่กี่คัต (ซีนที่แรงที่สุดในเรื่องคือซีนไหน) ก็น่าจะเลิฟซีนค่ะ ซีนแรกที่เปิดเรื่องเลย เปิดมาถึงก็ไซ้คอ ลูบหลังกันเลย 

ความรู้สึกขณะเล่นเลิฟซีนในฐานะของนักแสดงหญิงคนหนึ่งเป็นอย่างไร

เราก็ขนลุกอยู่ค่ะ เราเคยมีเลิฟซีนเล็กๆ มาก่อนตอนที่เล่นเป็นขนมปัง แต่ไม่เหมือนในเรื่องนี้ มันแซ่บระดับหนึ่งเลย แล้วมันดูว่าทั้งคู่ก็ต้องการกัน ซึ่งถ้าถามว่าเรารู้สึกยังไง ความรู้สึกทางกายเราแยกได้นะ มันจะมี 70% ที่เป็นโบโย่ไปแล้ว มีตัวเราอยู่อีกประมาณ 30% เรารู้ว่ามันคือการแสดงอยู่ แต่หลังจากคัตเราก็ขอเวลาแป๊บนึง อย่าเพิ่งให้ใครมาใกล้ ขอล้างอารมณ์ที่เล่นไปออกก่อน 


เซ็กซ์กับความสัมพันธ์ในความคิดเราเป็นอย่างไร

หนูคิดว่าถ้าเราจะยอมให้ใครก็ต้องเป็นคนที่เขารักเราแหละ หนูจะไม่มีทางให้ตัวเองอยู่ใน Friend Zone แน่นอน ไม่มีทางยอมให้เขามาเอาเปรียบเรา ความรักไม่ควรมีการเอาเปรียบกัน มันเป็นสิ่งที่เราต้องแชร์ไปด้วยกัน

ถ้าเป็นแฟนไม่ได้ จะยอมเป็นแค่เฟรนด์ไหม

ก็เป็นเฟรนด์เฉยๆ แล้วกัน ไม่ต้องเป็นแฟน

ในมุมกลับกันถ้าเราเป็นได้แค่เฟรนด์สำหรับใครสักคนจะทำอย่างไร

พูดตรงๆ เลยว่าไอไม่ได้ชอบยูนะ มันก็มีสิทธิ์ทำให้เสียเพื่อนในระดับหนึ่งเลยนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นดวงหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้ามาจีบ หรือคนที่เคยเป็นแฟนกับเรา สุดท้ายแล้วเขาจะกลับเข้ามาในชีวิตตลอด เรากลับมาเป็นเพื่อน พี่ หรือน้องกันได้ มันไม่มีทางเสียเพื่อน จากแฟนกลับมาเป็นเฟรนด์ได้ค่ะ แต่ว่าทุกคนไหม...แล้วแต่คนค่ะ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเพื่อนได้หมดนะคะ ส่วนตัวเราอาจจะรู้สึกว่าเขาเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ถึงขั้นแฟน ในที่นี้คือเรารู้สึกว่าอยากให้เขาไปเจออะไรดีๆ (ไม่หวั่นไหวบ้างเหรอ) ไม่มีค่ะ ในวันที่เลิกกันแล้ว ความรู้สึกที่มันหมดแล้วคือหมดจริงๆ  (ถามฝ่ายชายหรือยัง) ไม่เคย แล้วก็ไม่รู้จะถามไปทำไม (หัวเราะ) เราดูแลความรู้สึกของเราได้แล้ว ส่วนฝ่ายชายก็ปล่อยให้เขาจัดการเอาเองแล้วกัน จะให้ไปถามว่ามึงเลิกชอบกูหรือยัง (หัวเราะ) มันก็ยังไงๆ อยู่ ซึ่งการที่กลายมาเป็นเพื่อนกันได้มันดีนะคะ เขากลายเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับเรา

ความสัมพันธ์แบบไหนในเรื่อง Friend Zone ที่รู้สึกไม่ชอบที่สุด และความสัมพันธ์ไหนที่เรารับได้ 

ไม่มีวันที่จะเกิดกับเราแน่ๆ เหรอ น่าจะเป็นคู่เอิร์ธ สตั๊ด และแซมค่ะ ความสัมพันธ์แบบ 3 คนไม่มีทางเกิดกับคนอย่างเราแน่ๆ เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเป็นที่ 1 แต่เราว่ามันไม่ควรมีความสัมพันธ์ที่อยู่กัน 3 คน มันไม่ได้เป็นพ่อแม่ลูกกัน เราอยู่กัน 3 คนไม่ได้ มันควรเป็นความสัมพันธ์ 2 คน 

ถ้าพลาดพลั้งแล้วรับได้ที่สุด โห...ยากจังเลย ชีวิตจริงจะรับอะไรในซีรีส์เรื่องนี้ได้บ้างเนี่ย ถ้ารับได้มากที่สุดน่าจะเป็นคู่ของเคเบิ้ล-แอ้ม ค่ะ สิ่งที่เกิดกับฝ่ายหญิงของคู่นี้ น่าจะเป็นสิ่งที่เรารับได้มากที่สุดแล้ว 

ถ้าเราพูดเรื่องเพื่อนในแบบของแก๊งเพื่อนสาวบ้างล่ะ ชีวิตมีปัญหากับเพื่อนบ้างมั้ย

ปัญหาจากเรื่องแฟนอย่างเดียวเลยค่ะ ด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างเป็นเพื่อน ความรักเพื่อนมันมีมาก แล้วบางทีเราเห็นผู้ชายของเพื่อนมันแย่ เราก็อยากบอกเพื่อน หรือใครที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่มันไม่ชัดเจน บางคนเจอเรื่องอึดอัด แต่ไม่ยอมพูดไม่ยอมเคลียร์ เราจะคอยบอกให้เพื่อนพูดออกมา ไม่อยากให้เก็บเอาไว้ (คนกลางมักกลายเป็นหมาหัวเน่าเสมอ) ใช่ หนูเป็นตลอด แต่บางทีเพื่อนก็เป็นบ้าง (ยิ้ม) คือมันก็มีบ้างที่หนูเองก็ไม่ยอมฟังที่เพื่อนเตือน คือตอนนั้นเราเคยเลิกคุยกับคนคนนึงไป เพราะรู้สึกว่าอึดอัดจนมันเหนื่อยกับความสัมพันธ์ แต่ในใจยังอยากกลับไป มันค้างคา เราก็ปรึกษาเพื่อนว่าทำไงดี เราอยากคืนดี สุดท้ายก็แอบเพื่อนไปคืนดีกับคนนี้จนได้ 

ไปๆ มาๆ มันมีซีนเหมือนในละครเลย เราเห็นรายชื่อในโทรศัพท์เขา อีกชื่อที่ต่อจากเรา ชื่อที่ดูพิเศษกว่าคนอื่น เซนส์ของเรามันบอก การเมมฯ ชื่อที่น่ารักกว่าปกติ มีอีโมจิต่อท้าย นี่ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่พ่อแม่แน่เลย พอเราจับได้ เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะต้องฟังประโยคว่า “เธอเลิกกับเราเหอะ เราเหี้ยเอง” โอ้โห นี่มันแพตเทิร์นละคร ทำไมต้องมาเจอด้วยวะ เราว่าเราเลือกคบคนแล้วนะ ตอนนั้นเราไม่กล้าบอกเพื่อนที่เคยเตือนว่าผู้ชายคนนี้ไม่ดีเลย จนผ่านไปสักพักถึงค่อยเล่า แต่ด้วยความเป็นเพื่อนก็ไม่มีการมาทับถมกัน เวลาที่เราเปราะบาง เราต่างก็ช่วยกันปลอบใจ แต่พอหายเป็นปกติค่อยด่ากัน (ยิ้ม) 

ความรักในสายตาของเราคืออะไร 

การจะมีใครสักคนให้รัก มันควรต้องเป็นกำลังใจให้เราได้ทุกเรื่อง ไม่ควรต้องมาพะวงกับมันมากเกินไป ไม่ควรต้องอึดอัดใจ ความรักมันควรมีแต่ความสุข ตลก เฮฮา อาจจะมีดราม่าบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาผู้หญิงมีประจำเดือน ผู้หญิงจะคุมตัวเองไม่ได้ มันอาจจะมีดราม่าเกิดขึ้นได้ (ยิ้ม)