Interview - กว่าจะเป็นซุปตาร์ โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ

Written by
11.04.18 5,159 views

กว่าจะเป็นซุปตาร์ 

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ

คงไม่มีละครเรื่องไหนจะดังไปกว่า ‘บุพเพสันนิวาส’ อีกแล้วที่ปรากฏการณ์ออเจ้าระบาดไปทั่วประเทศ เช่นเดียวกันกับตัวนักแสดงในละครเรื่องนี้ที่ได้รับความนิยมถ้วนทั่วกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ‘คุณพี่หมื่น’ ซึ่งรับบทโดย โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกสุดฮอตในตอนนี้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและดวงตาขี้เล่นที่หลอมสาวๆ ให้ละลายม้วนต้วนราวกับตัวเองเป็นแม่หญิงการะเกด แต่กว่าที่เขาจะก้าวสู่ความสำเร็จในแบบทุกวันนี้ เราก็เกือบจะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงของหนุ่มที่ชื่อว่า โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เหมือนกัน

หลายคนคิดว่าผมเล่นบทนัทในเรื่องดอกส้มสีทองเป็นเรื่องแรก แต่ความจริงผมเข้าวงการมาตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีที่แล้วครับ ถ้าย้อนไปตั้งแต่ตอนนั้น ผมทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ให้กับบริษัทเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง แล้วก็มีโอกาสได้เข้าประกวดตามหาจะเด็ดทางของช่อง 9 เป็นการเฟ้นหาตัวผู้ที่จะมารับบทจะเด็ดในเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ผลปรากฏว่าผมได้ คนทั้งประเทศรับรู้ แต่ภายหลังโครงการล่มไป

ชัยชนะที่ได้มากลับมาไร้ความหมาย จนทุกวันนี้โป๊บก็ยังไม่เคยได้สัมผัสกับบทบาทจะเด็ดสักครั้ง แต่เขาก็ค้นพบว่าการทำงานประจำที่เขาทำอยู่ไม่ใช่หนทางที่เขารัก แม้จะเรียนจบคณะนิเทศศิลป์ด้านการออกแบบกราฟิกและสื่อสิ่งพิมพ์มาโดยตรง แต่เขากลับค้นพบความท้าทายในบทบาทใหม่ๆ ในวงการที่เรียกได้ว่ามีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก


ตอนเด็กที่สุดเลยนะครับ ผมเคยฝันอยากเป็นหมอ มันคือความคิดของผู้ใหญ่นั่นแหละ เขาอยากให้เป็น เราก็อยากเป็นตามเขา แต่พอโตมาหน่อย เริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ผมก็รู้ว่าไม่ใช่ ผมไม่ได้รักการอ่านหนังสือ ไม่ได้มีหัวไปทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ขนาดนั้น ก็เลยล้มเลิกความฝันไป ผมเป็นคนรักการเล่นฟุตบอลมาก เลยฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ ต่อมาก็ค้นพบว่าชอบงานศิลปะ หัวไปทางนั้นมากกว่า สุดท้ายผมเลยไปเข้าช่างศิลป์ตอนม.4 แล้วก็เอ็นทรานซ์ติดพระจอมเกล้าลาดกระบัง

ถามว่าชอบไหม ผมไม่ได้ชอบขนาดจะทำเป็นอาชีพที่รัก เหมือนผมวาดรูปเป็น เลยเรียนด้านนี้ แต่ถามว่าให้ใช้ชีวิตอยู่กับมันตลอด ก็ไม่คิดว่าจะมีความสุขกับมันขนาดนั้น ตอนทำอยู่ที่บริษัทห้าเดือน มันทำได้นะครับ แต่เหมือนเราไม่มีไฟกับมัน ไม่รู้สึกตื่นเต้น พอมีโมเดลลิ่งมาชวนไปแคสติ้งต่างๆ ผมก็ลองไปดู แล้วก็รู้สึกว่า เออ มันท้าทายดี ผมไม่ได้จะบอกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการแสดงอะไรขนาดนั้นนะครับ ช่วงแรกคือมีโมเดลลิ่งมาติดต่อ ผมก็แค่ลองดู ลองเข้าไปเทสต์  แต่ผมเป็นคนไม่มีโมเดลลิ่งประจำ ไม่เคยเซ็นสัญญากับใคร พูดได้ว่าไม่เคยเป็นเด็กโมเดลลิ่ง เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ที่ผมมาถึงจุดนี้ได้คือด้วยตัวผมเองจริงๆ

ในที่สุดโอกาสแสดงฝีมือครั้งแรกในชีวิตก็มาถึง เมื่อโป๊บได้รับมอบหมายให้รับบทขุนรามเดชะในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธนาวี โดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ซึ่งโป๊บได้สั่งสมประสบการณ์ด้านการแสดงจากนักแสดงมากฝีมือทั่วเมืองไทยและผู้กำกับชั้นครูอย่างท่านมุ้ย แต่เนื่องจากการถ่ายทำกินเวลายาวนาน ทั้งในส่วนของโปรดักชั่นและโพสต์โปรดักชั่น ภาพยนตร์เรื่องที่สองที่เขารับเล่น จึงได้เข้าฉายก่อนในปี 2552 และครั้งนี้เขาเป็นพระเอกเต็มตัว คู่กับก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ในเรื่อง October Sonata 

เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าการแสดงเป็นเรื่องง่าย ผมชอบดูหนังมาแต่ไหนแต่ไร ก็ชื่นชมนักแสดงอยู่หลายท่าน ทั้งเมล กิ๊บสัน จากเรื่อง Brave Heart  ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จากหลายเรื่องเลย ทอม แฮงค์ จากเรื่อง Saving Private Ryan แล้วก็แบรด พิตต์ ในบทดิบๆ หน่อยก็ชอบ ผมเคยคิดว่ามันน่าจะทำได้นะ แต่พอได้มาลองทำจริงๆ มันไม่ง่ายเลย แต่จะว่ายากเลยไหม ต้องบอกอย่างนี้ครับ จะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย 

มันเหมือนเป็นความเข้าใจแค่นิดเดียว ถ้าเราคลิกตรงนั้น นาทีที่เรากำลังแสดงอยู่ ถ้าเราเข้าใจว่าเราเป็นใคร เราเข้าถึงมัน เราเป็นคนๆนั้น เราจะไม่แสดง เราจะรู้สึกว่าเราทำอยู่จริงๆ คือเราต้องไม่คิดว่าเรากำลังแสดงอยู่ ต้องจริงใจกับบทบาทแล้วปล่อยให้ตัวเองเป็นไปเลย ผมอธิบายไม่ค่อยถูกนะครับ เพราะมันบอกเป็นคำพูดไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความเข้าใจ


ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ หม่อมน้อย พันธุ์เทวนพ เทวกุล ฯลฯ ล้วนคือครูสอนการแสดงที่โป๊บเคยปวารณาตนเป็นลูกศิษย์มาแล้ว เขาฝึกฝนฝีมือของตัวเองอยู่เสมอ กว่าจะได้มาแสดงให้ทุกคนประจักษ์ชัด และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจริงๆ จากบทบาทนัท ในละครเรื่องดอกส้มสีทอง

ผมเป็นคนเอาจริงครับ ถ้าไม่เอาจริงคงไม่มาถึงตรงนี้ ผมต้องบอกเลยว่าความสำเร็จทุกวันนี้ไม่ได้มาง่ายๆ กว่าจะได้เล่นดอกส้มสีทองแล้วคนรู้จัก ผมเรียนการแสดงมาเยอะมาก ฝึกมาก่อนห้าหกปี เรียนรู้ เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนพูดได้ว่าผมรักสิ่งที่ผมทำอยู่มาก

เสน่ห์ของการแสดงมันก็เหมือนเสน่ห์ของงานศิลปะนะครับ เหมือนการวาดรูป สมมติเราจะวาดภาพเหมือนของใครสักคน เราก็ต้องคิดแล้วว่ารูปทรงโดยรวมของมันเป็นอย่างไร เราจะเลือกใช้สีสันอย่างไร เพราะทุกอย่างมีผลกับอารมณ์ความรู้สึกคนดู เส้นแบบไหน แสงเงาเป็นอย่างไร เราต้องมีภาพในหัวก่อน การแสดงก็เช่นกัน เราต้องจินตนาการไว้ในหัวให้ได้ แต่ไม่ได้จินตนาการเป็นภาพนะครับ การแสดงจะใช้จินตนาการด้วยความรู้สึก ตัวละครตัวนี้ชีวิตเป็นอย่างไร ถูกกระทำมาอย่างไร เขาจะรู้สึกอย่างไร เราต้องจินตนาการสิ่งเหล่านี้ นั่นคือความสนุกของการแสดงครับ มันท้าทายเพราะเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เราใช้ตัวตนแค่บางด้านของเรา เข้าไปใส่ในการแสดง

ระยะกว่าสิบปีกว่าความสำเร็จจะมาเยือน หล่อหลอมความคิดอ่านของเขาจนอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่เกินวัย สิ่งที่คุณจะได้สัมผัสจากการพูดคุยเปิดใจกับผู้ชายคนนี้ คือความช่างคิด ความสงบ และความทะเยอทะยานภายใต้กรอบการมองโลกในแง่ความจริง บุคลิกเช่นนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความร่าเริง สดใส ขี้เล่น แบบที่คุณจะพบได้กับนักแสดงวัยรุ่นที่ยังเยาว์วัยในวงการบันเทิง 

โป๊บไม่ใช่หนุ่มรูปหล่อที่มีแรงผลักพิเศษจากใครบางคน เขาไม่ใช่ทายาทเศรษฐีที่มี Back Up ทุกอย่างเพียบพร้อม ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้อะไรมาโดยง่าย และตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่ามันควรจะต้องง่าย และนี่เองอาจเป็นเสน่ห์อย่างร้ายกาจของเขา

นอกจากเนื้องานการแสดงที่มีความยากแล้ว งานวงการนี้เป็นการทำงานกับคนเยอะครับ ร้อยพ่อพันแม่ จะให้เขาได้อย่างใจเราหมดคงเป็นไปไม่ได้ เวลาเจออะไรที่ไม่ถูกใจ เราต้องอดทนครับ อดทนอย่างเดียวเท่านั้น ทนกับคน กับกระบวนการทำงาน กับความรู้สึกต่างๆ ที่มากระทบเรา เราต้องยิ้ม เราต้องสู้ เรื่องบางเรื่องเรารู้ว่าไม่มีความยุติธรรมเลย แต่เราก็ต้องยิ้มสู้มัน นี่เป็นเรื่องยากมากนะครับ ถ้ามองจากข้างนอกวงการก็อาจนึกภาพไม่ออกว่าบางครั้งมันทำให้เรารู้สึกแย่ได้มากแค่ไหน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมว่าทุกอาชีพต้องเจอ ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็...นับเลขในใจไป (หัวเราะ

ผมไม่มีทางชินหรอกครับกับเรื่องแบบนี้ แต่ต้องทำใจสู้ไป เพราะถึงท้อแท้ ไม่ทำอาชีพนี้แล้ว ไปทำอาชีพอื่น เราก็ต้องเจอปัญหาของอาชีพอื่นอยู่ดี ไม่มีใครหนีปัญหาพ้นหรอกครับ ขึ้นอยู่กับเราจะรับมือกับมันอย่างไรมากกว่า ทุกคนต้องการความสุข แต่ไม่มีใครมีความสุขได้ตลอด จะอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำอะไร ก็คงมีเรื่องทุกข์ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น เลือกทำสิ่งที่เรารักดีกว่า เพราะเมื่อทุกข์ เราก็ทุกข์โดยที่รู้ว่ามีความสุขเป็นรางวัลรอเราอยู่ในอนาคต มันมีความหมายสำหรับผมครับ 


โป๊บมองย้อนกลับไปถึงตัวตนในอดีต และอมยิ้ม เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าในที่สุดความสำเร็จจะมาเยือนอย่างเช่นทุกวันนี้ เอาเข้าจริง เขายังไม่เรียกว่ามันเป็นความสำเร็จด้วยซ้ำ วันนี้ของโป๊บ คือก้าวแรกสำหรับเขาเท่านั้น

เมื่อก่อนผมก็เคยคิดครับ ว่าวันหนึ่งอยากจะทำอะไรสักอย่างที่จุดประกายให้ตัวเองเกิดเสียที แต่ผมก็ไม่ใช่คนประเภทวางแผนขั้นที่หนึ่งสองสาม ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง จะไปถึงจุดนั้น ผมก็แค่ทำทุกวันของผมให้มันดี ถามว่าฝันไหม ว่าจะประสบความสำเร็จ ฝันสิครับ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะต้องทำอะไรให้ฝันเป็นจริง รู้แต่ว่าผมต่อสู้ ต้องอดทน เพื่อให้ไปถึงจุดนั้นให้ได้

ในอนาคต ผมไม่ได้เห็นภาพตัวเองเป็นอย่างไร เพราะผมว่าชีวิตเรา อะไรเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้เสมอ อะไรๆ มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ผมประกวดจะเด็ดชนะมา ประกาศไปทั่วประเทศว่าผมได้แล้ว แต่ก็กลับไม่ได้เล่น มันก็ยังเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นผมเลยไม่นึกไม่ฝันกับอนาคตมากนัก แต่ผมจะใช้เวลาอยู่กับปัจจุบัน งานทุกชิ้นที่ผมได้รับ ผมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ทำให้คนอื่นได้สบายใจที่สุด ทำตัวไม่ให้เป็นปัญหาของใคร แค่นี้ผมว่าก็พอแล้ว

แม้เขาจะไม่พยายามวาดภาพอนาคตของตัวเอง แต่โป๊บก็ปลื้มใจทุกครั้งเมื่อพบว่า ภาพหลายภาพ คนหลายคนที่เป็นเสมือนฮีโร่ที่เขาได้เพียงเห็นในจอโทรทัศน์มาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันไม่ใช่แค่ร่วมงานกับเขา แต่ฮีโร่เหล่านั้นยังให้กำลังใจเขา มันคือรางวัลชีวิตที่คุ้มค่ากว่าความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดที่เขาเจอ

เหตุการณ์ที่ผมประทับใจไม่เคยลืม ส่วนใหญ่เป็นความรู้สึกที่นักแสดงรุ่นใหญ่ ซึ่งเราเห็นพวกเขามาตั้งแต่เด็ก เป็นคนเจ๋งสำหรับเรา ทั้งพี่นก-ฉัตรชัย พี่นก-สินจัย มี้-พิศมัย วิไลศักดิ์ คนเหล่านี้คือฮีโร่ของผม เขาเจอผมแล้วชม บอกว่าชอบที่ผมเล่น มันคือกำลังใจที่มีความหมายมากสำหรับนักแสดงรุ่นหลัง ผมเห็นเขาตั้งแต่เด็กๆ เอาเป็นตั้งแต่ผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เขาก็มีบทบาทโลดแล่นอยู่แล้ว 

เวลาอยู่กับนักแสดงรุ่นนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กมาก เป็นเพียงเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง และยิ่งเขามาพูดกับเรา มาให้กำลังใจเราอีก โอ้โห มันคือพลังที่มหาศาล มันเหลือเชื่อนะครับ วันหนึ่งผมได้มานั่งใกล้ๆ แล้วพวกเขาก็พูดกับเรา เฮ้ย! โป๊บ มึงเล่นดีนะ เฮ้ย! มันจริงเหรอ บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ มันจริงเหรอ เพราะมันเหมือนภาพที่ผมเคยฝัน (หัวเราะ)

ความสำเร็จที่ยืนระยะยาวนาน คือเป้าหมายที่โป๊บปรารถนามากกว่าความโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน แต่วูบดับไปอย่างรวดเร็ว เขาเฝ้าสังเกตปูชนียบุคคลที่เขานับถือ และค้นคว้าหาบทเรียนจากพวกเขาอย่างเงียบๆ 

ผมสังเกตได้ว่าคุณสมบัติสำคัญที่พวกเขามีร่วมกัน คือนิสัยครับ นิสัยสำคัญที่สุด มาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วรองลงมาคือฝีมือในการทำงาน แต่ผมว่านิสัยคือสิ่งที่ทำให้คนอยู่ได้นาน ไม่ว่าจะในวงการไหนก็ตาม พวกเขานิสัยดี ไม่ได้หมายถึงแค่นิสัยการทำงานนะครับ นิสัยส่วนตัว กับเพื่อนฝูง กับงาน กับครอบครัว คือเขาเป็นคนดีว่างั้นเถอะ คนดีไปอยู่วงการไหนก็จะอยู่นานเสมอครับ ถ้าผมจะหวังอะไรกับตัวเอง ผมหวังว่าผมจะเป็นคนดีได้อย่างพวกเขา 

*ภาพจากนิตสาร HAMBURGER Magazine Vol.9 NO.157 JULY 2011