Interview - Judgment ปริม กรวรรณ

Written by
11.05.18 78 views

จากลูกทีม #TeamMarsha ของเมนเทอร์มาช่า ใน The Face Thailand ซีซั่น 3 ที่กลับมาอีกครั้งใน The Face All Stars กับการเป็นลูกทีม #TeamPloySonia ของ 2 เมนเทอร์สุดเซ็กซี่พลอยและซอนย่า แม้จะพลาดไปในครั้งที่แล้วตั้งแต่ช่วงกลางๆ ของการแข่งขัน แต่ครั้งนี้เธอสามารถเข้าสู่รอบลึกที่สุดอย่าง Final Walk จนได้ 


ทำไมจึงกลับมาแข่งอีกครั้ง 

“ปริมผ่านการประกวดมาแล้ว และมีนามสกุล The Face พ่วงท้ายที่ทำให้ใครๆ ก็รู้จักเรามากขึ้น มีโอกาสในการทำงานในวงการบันเทิงที่หลากหลายมากขึ้นก็จริง แต่สำหรับตัวปริมยังรู้สึกว่ามันไม่พอ ตอนที่ถูกชวนมาแข่งใน The Face All Stars อีกครั้ง ก็ไม่คิดเลย ตัดสินใจมาทันที เพราะนี่คือโอกาสที่สำคัญอีกครั้ง ปริมอยากให้ทุกคนเห็นว่าปริมทำได้มากกว่าการเดินแบบจริงๆ”

ไม่อยากลองประกวดเวทีอื่นบ้างหรือ

“อืม...เราเป็นครอบครัว The Face แล้ว เวทีนี้น่าจะเหมาะกับเราที่สุด ถ้าจะไปเวทีอื่น เช่น เวทีนางงามก็ไม่ใช่ คาแร็กเตอร์เราไม่เหมาะกับการเป็นนางงาม ถามว่าเราชอบมั้ย เราชอบนางงามนะคะ แต่เรารู้สึกว่าเราเหมาะกับนางแบบมากกว่า”

รู้ไหมว่ามีผู้ชายมาแข่งกับเราด้วย

“ไม่รู้ค่ะ มารู้ตอนเขาบอกกติกาเราก็อ้าว...งง คือยังไง ผู้ชายมาแข่งกับผู้หญิงยังไงล่ะ เราคิดว่าผลิตภัณฑ์หลายอย่างมันน่าจะเหมาะสำหรับผู้หญิงในการทำแคมเปญมากกว่าอีก ตอนนั้นเราก็คิดว่ามาเรามีภาษีมากกว่าผู้ชายแน่ๆ แต่พอได้เริ่มแข่งขันจริงๆ มันกลับไม่ใช่เลย ผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็น All Stars ได้ กลายเป็นว่าทุกคนน่ากลัวมาก” 

คู่แข่งผู้ชายแตกต่างจากคู่แข่งผู้หญิงไหม 

“แตกต่างค่ะ ผู้ชายก็มีรูปแบบการพรีเซ็นต์แบบผู้ชาย ผู้หญิงก็เป็นแบบผู้หญิง แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้คือทุกคนเตรียมความพร้อมมาดีมาก ทุกคนมีพลังที่น่ากลัวจริงๆ”

เตรียมตัวไป Final Walk อย่างไรบ้าง

“เตรียมความพร้อมเต็มที่ค่ะ พร้อมรบครั้งสุดท้าย ต้องใช้คำว่า ‘รบ’ จริงๆ อยากชนะให้พี่ๆ เมนเทอร์บ้างสักครั้ง”


ที่ผ่านมาไม่เคยชนะแคมเปญสักครั้งเลยเหรอ

“ไม่เคยชนะเลย ถ้าถามว่าปริมมีดราม่าอะไรในรายการไหม...ไม่มีนะคะ คงมีแต่เรื่องที่ไม่เคยชนะแคมแปญสักครั้งเลยนี่แหละ แต่ปริมไม่กดดันนะ แต่มันมีอารมณ์ท้อบ้าง นอยด์บ้าง ทำไมเราทำไม่ได้ ครั้งนี้เราว่าเราทำดีแต่ทำไมเราไม่ชนะ มีน้อยใจบ้างที่เราไม่เคยได้ เราพยายามปรับปรุงแก้ไข แต่หลายครั้งมันไม่ตรงโจทย์ลูกค้า ไม่ตรงสเป๊ก ซึ่งปริมรู้ตัวว่าปริมทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และทุกคนได้เห็นมันก็พอแล้วค่ะ (ยิ้ม)”

คราวที่แล้วเข้ารอบไม่ลึก ครั้งนี้ไม่เคยชนะแคมเปญเลย แล้วตลอดระยะเวลาที่ประกวดมา ไม่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีพัฒนาการบ้างหรือ

“รู้สึกนอยด์บ้างเล็กน้อยค่ะ มันจะมีความคิดแวบเข้ามาในหัวแป๊บนึง ตอนแข่งที่ถ่ายทำมามันไม่รู้หรอก แต่พอเราได้มาดูตอนออนแอร์เหมือนทุกๆ คน เราเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง เห็นจุดที่โดนติมา ซึ่งเราก็ทำไม่ได้จริงๆ และปริมว่าปริมพัฒนานะ อย่างน้อยๆ การฝ่าฟันมาจนถึงตอนนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่าเราทำได้นะ เลยทำให้ฮึดสู้ และทำให้ดีที่สุด”

เตรียมใจกับผลการแข่งขันไว้อย่างไรบ้าง

“ถ้าชนะขึ้นมา เราคงรู้สึกว่าเฮ้ย...เราทำได้! เราชนะให้พี่พิม พี่พลอยได้แล้ว ส่วนเรื่องเงินรางวัลเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราตั้งความหวังกับการชนะอยู่ลึกๆ เงินรางวัลครั้งนี้เยอะมาก ถ้าชนะเราจะเอาเงิน 2 ล้านบาทนี้ให้พ่อแม่ อยากเลี้ยงครอบครัว อยากให้พ่อแม่สบาย ในส่วนของหน้าที่การงานมันคือสิ่งที่ทำให้คนอื่นได้เห็นว่าเรามีศักยภาพในด้านอื่นๆ ด้วย เพราะการเดินทางมาถึงตรงนี้ทุกคนก็เห็นแล้วว่าเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง แต่ถ้าไม่ได้ก็คงไม่เสียใจมาก เพราะเรามาถึงจุดนี้ได้คือที่สุดแล้ว ได้เข้า Final Walk คือที่สุดของเราแล้วจริงๆ”

ถ้าโอกาสหน้ามี The Face All Stars อีก คิดว่าตนเองจะกลับมาแข่งอีกไหม

“โอยไม่ได้แล้วค่ะ (ยิ้ม) นี่คือสุดของเราแล้ว กลับไปประกวดอีกไม่ได้แล้ว มันเป็นโอกาสของน้องๆ รุ่นต่อไปบ้างแล้ว” 

ความรู้สึกที่แตกต่างกันจากการแข่งขันครั้งที่แล้ว และการแข่งขันครั้งนี้

“คราวที่แล้วปริมออกเร็วมาก รู้สึกว่าเรายังไม่ได้โชว์ศักยภาพอะไรอีกหลายอย่าง คนมีภาพจำแค่เพียงว่าปริมเดินแบบได้ หลังจากนั้นก็มีแต่งานเดินแบบเป็นหลัก ซึ่งปริมอยากลองงานด้านอื่นๆ บ้าง เช่น เล่นละคร พอมาซีซั่นนี้การผ่านแต่ละรอบได้นั้น ปริมเชื่อว่าต้องมีคนที่เห็นว่าปริมทำอย่างอื่นได้ ปริมพัฒนาตัวเองได้”