I Was Born This Way - ว่าน ธนกฤต

          ย้อนเวลากลับไปสู่บ้านนักล่าฝัน ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ คือหนุ่มหล่อรอยยิ้มสดใส เคยไว้ผมยาวรากไทร และอวดลีลาร้องเพลงด้วยเสียงนุ่มละมุนในฐานะผู้เข้าร่วมประกวดรายการเรียลลิตี้ True Academy Fantasia ซีซั่น 2 (2548) หลังจากออกมาเป็นศิลปินอิสระอยู่สักพักเขาตัดสินใจเข้าสู่บ้านเป็นหลังใหม่ชื่อ Spicy Disc ที่ ‘ว่าน’ ก็ยังคงเป็นผู้มีความสุขกับการเล่นดนตรีและร้องเพลงในแบบตัวเอง

ก่อนหน้านี้ว่านเป็นศิลปินอิสระอยู่สักพัก ทำไมถึงตัดสินใจร่วมงานกับ Spicy Disc
          
ช่วงที่เป็นศิลปินอิสระอยู่ครึ่งปี ผมตามหาว่าที่ทำงานไหนน่าจะเหมาะกับชีวิตในช่วงอายุประมาณนั้น จนวนมาเจอกับทีมงานใน Spicy Disc เรารู้จักพี่เต้งอยู่บ้างแล้ว แกให้ลองมาคุยเรื่องวิธีการทำงาน เผื่อว่าเราจะชอบและมีโอกาสได้ร่วมงานกัน เราก็ลองดู ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลางมากกว่า แต่ละคนจะมีบทบาทชัดเจนว่าทำอะไรมากกว่าหนึ่งหน้าที่เสมอ พอทุกคนช่วยกันทำงาน มันจะเป็นทีมเวิร์กที่น่าสนใจ ซึ่งถ้านอกเหนือจากคำว่าค่ายเพลง ที่นี่ก็คงเป็นเหมือนเพื่อนของผมด้วย ทีมงานทุกคนที่ทำงานด้วยกัน ทุกวันนี้ผมก็นับเขาเป็นเพื่อน ไม่ได้คิดว่าเป็นคนทำงานด้วยกันสักเท่าไหร่ 

แล้วตัวตนของเราพอมาอยู่ในค่ายแล้ว เปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน
           ผมว่า Spicy Disc เป็นค่ายที่มีความยืดหยุ่นสูง แล้วก็เคารพในงานที่ศิลปินต่างๆ สร้างขึ้นมาอยากจะเป็นนักร้องแบบไหน คุณก็ทำเพลงแบบนั้นมา คุณอยากจะแต่งกายอย่างไรก็แต่งมา ดังนั้นคาแร็กเตอร์ของศิลปินแต่ละคนในค่ายจะแจ่มชัดมาก อย่างวง Helmetheads เขาก็จะมีการแต่งกายแปลกๆ ตามสไตล์ของเขา พี่วินก็จะมีความหล่อสุขุม ซึ่งคาแร็กเตอร์เหล่านี้สร้างมาจากตัวของพวกเขาเอง ค่ายไม่ได้มานั่งจับแต่งตัวหรือสร้างบุคลิกภาพใหม่ให้ ผมเองก็เช่นกัน ผมจะมีความหลุกหลิกของผมบ้าง มีความเป็นกันเองบ้าง ซึ่งผมก็เป็นอย่างนี้ ค่ายก็บอก “อยากเป็นแบบนี้เราก็เป็นไป” ก็ดี สบายใจดีครับผม

แล้วในเรื่องของการทำเพลงเป็นอย่างไร 
          ยิ่งสบายเลยครับ เราอยากจะทำเพลงแบบนี้ก็ทำ ได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ในค่ายหรือแจมกับวงอื่น อย่างเพลง โสดทัศนศึกษา ก็ได้ทำงานร่วมกับวง Mild เป็นครั้งแรกเลย ซึ่งบางทีกว่าจะหาคิวของทั้งวงได้ตรงกันก็ลำบากมาก แต่ก็เกิดเพลงนี้ขึ้นมาจนได้ สุดท้ายมันก็เป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมครับ

ร่วมงานกับวง Mild ครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง
          วุ่นวายทีเดียวครับ (หัวเราะ) เพราะว่า Mild เขาก็จะอยู่เป็นบ้านแล้วมีห้องซ้อมดนตรี มีห้องบันทึกเสียง เขาจะทำงานคนละแบบกับผมเลย ผมจะทำคนเดียว สร้างเพลงขึ้นมาจากโต๊ะทำงานเล็กๆ แต่ Mild สร้างเพลงจากห้องซ้อมดนตรีครับ ผมก็ไม่เคยขึ้นเดโม่หรือต้องไปนั่งในที่ที่มีชายฉกรรจ์ 6 คนที่บอกให้ “มึงเล่นอย่างนี้ มึงเล่นอันนี้นะ” แล้วก็ประกอบร่างเลย

ถ้านับจากวันที่เป็นว่าน AF สู่การเป็นว่าน Spicy Disc เห็นความแตกต่างอะไรบ้างในตัวเอง
          
ถ้าเราย้อนไปฟังเพลงเมื่อก่อน จะมีความเขินไมค์ เราไม่มีประสบการณ์หรือชั่วโมงในการทำงานในเส้นทางบันเทิงเลย ไปเล่นละครก็เก้ๆ กังๆ ทำมือไม่ถูกไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ความสนุกในแต่ละวันที่เกิดขึ้น คือการที่เราได้เจอทีมงานทั้งเก่าและใหม่ ผมว่านี่แหละคือความสุข การได้คุยกับคนที่ทั้งเคยทำงานด้วยหรือเพิ่งเจอกัน วันนี้ผมทำงานกลับไปผมก็มีความสุขแล้ว ซึ่งมันก็ต่างกับวันนั้นที่มีแต่ความเกร็งและตื่นเต้น แล้วก็ทำผมทรงยากๆ (หัวเราะ) 

พอมาอยู่ในค่าย ปลุกไฟในการทำงานของเราบ้างไหม
          มากเลยครับ อย่างตอนนั้นผมอายุ 30 ปีแล้ว เป็นศิลปินอิสระ เราเริ่มคิดถึงผลประกอบการจากเพลงของเรา ผมว่าผู้ชายอายุ 30 ปีก็ต้องเริ่มหาความมั่นคง สุดท้ายพอมาลองทำงานที่นี่แค่ 2-3 เดือนแรก เรารู้สึกว่ามันสดชื่น มีคนที่รับฟังสิ่งที่เราคิด แล้วก็ช่วยนำไปพัฒนาต่อ เหมือนเป็นสมรภูมิไอเดีย

อย่างที่บอกว่าผู้ชายวัย 30 ปีก็ต้องเริ่มหาความมั่นคง คิดว่าเราจะทำเพลงไปอีกนานแค่ไหน 
          ตอนนี้ผ่านมา 3 ปีจากที่อายุ 30 ปี ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมมั่นคงจังเลย หมายถึงว่าอาจจะโตขึ้นมั้งครับ เราเรียนดนตรีมาเพื่อประกอบอาชีพจากสิ่งที่เรียนมาไม่ใช่เหรอ ซึ่งวันนี้ผมก็ยังทำอาชีพนี้อยู่ วันนี้ตื่นมาไปร้องเพลง วันนี้มาสัมภาษณ์เรื่องค่ายเพลง แม่งดีชิบหายเลย ยอดเยี่ยม แล้วเรารู้สึกว่าเมื่อมองข้ามเรื่องรายได้ต่อเดือนว่ามันต้องได้เท่านี้เท่านั้น โห มีความสุขมากเลยครับ

คิดจะกลับมาเป็นศิลปินอิสระโดยที่ไม่ได้อยู่ค่ายอีกไหม
          ทุกวันนี้ก็แทบจะอิสระแล้วนะ หมายถึงว่าแค่มีชื่อค่ายมาแปะเวลาทำอะไรแค่นั้นเอง ผมบอกกับเพื่อน พี่ และน้องทุกคนที่เป็นศิลปินด้วยกัน ถ้าทำงานกับค่าย Spicy Disc ไม่ได้เนี่ยก็ทำงานกับค่ายอื่นไม่ได้แล้วนะ มันไม่มีค่ายไหนที่ยืดหยุ่นขนาดนี้อีกต่อไปแล้วในประเทศไทยของเรา