I believe I could so I can - นิ้ง SWEAT16!

26.07.18 540 views

ใครว่าการเป็นไอดอลเป็นเรื่องง่าย สำหรับ ‘นิ้ง พิชชาภา กันตพิชญาธร’ แล้ว การเป็นไอดอลไม่ใช่แค่ร้องและเต้นบนเวทีเท่านั้น แต่การเป็นไอดอลสำหรับนิ้งคือต้องเป็นแบบอย่างทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง สาวนิ้งแอบกระซิบกับเราว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเป็นไอดอลด้านการเรียนให้กับทุกคน แถมเธอยังยืนยันว่าการเป็นไอดอลไม่ทำให้การเรียนเสียแน่นอน


ก่อนมาเป็น SWEAT16! ทำอะไรบ้าง

ค่ะ ตอนแรกนิ้งก็เป็นนิ้งธรรมดานี่แหละค่ะ วันๆ ก็จะเรียนหนังสือ เพราะนิ้งเป็นสายเรียนเลย แต่ลึกๆ เป็นคนชอบร้องเพลง ชอบเล่นกีตาร์อยู่แล้ว ตอนแรกก็ร้องเป็นงานอดิเรก แต่หลังๆ เราก็เริ่มจริงจังขึ้น เพราะเรารู้สึกว่าการร้องเพลงมันสามารถควบคู่กับการเรียนไปได้ ทำให้มันเครียดด้วย พอมาเจอโครงการผ่านเฟซบุ๊กก็ลองสมัครดู แล้วพอสมัครก็ไม่คิดว่าจะได้ เพราะตัวเองไม่ได้เต้นเก่ง เป็นคนเต้นไม่แข็งแรง แค่ชอบร้องเพลง พอติดเข้ามาก็รู้สึกดีมากๆ


ในวงต้องซ้อมเต้นหนักมาก นิ้งกดดันไหม

ตอนแรกนิ้งคิดว่าวงไอดอลมันอาจจะแค่แบบร้องเพลง เต้นเบาๆ แต่จริงๆ คือต้องเต้นแข็งแรงมาก นิ้งต้องปรับตัวเยอะมาก ตอนเต้นนิ้งก็จะโดนคุณครูดุตลอดเลยว่าทำไมเต้นไม่แข็งแรงสักที ทำไมแขนไม่แข็งแรงเลย ตอนนั้นคือกดดันมาก กลับไปเครียดที่บ้านทุกวันเลย เพราะรู้สึกว่าเราไม่อยากเป็นตัวถ่วงเพื่อน ไม่อยากทำให้ทุกคนต้องไปช้าเพราะเรา


ต้องซ้อมหนักกว่าคนอื่นเลยรึเปล่า

ก็หนักนะคะ หนักเพราะว่าพอซ้อมเสร็จกลับไปบ้านนิ้งก็ต้องแบ่งเวลาให้การเรียนด้วย เพราะการบ้านที่โรงเรียนก็หนักมากๆอยู่แล้ว ตอนมาซ้อมนิ้งต้องโดนมัดถุงทรายที่แขนขาแล้วก็เต้นไปด้วย ช่วงแรกจะเป็นลมเลยเพราะมันหนักมาก คือปกติมันก็หนักอยู่แล้วแต่พอมีถุงทรายมามันก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก ตอนนี้เริ่มชินแล้ว โห แต่เคยร้องไห้เพราะมันหนักมาก แบบมันไม่ไหวแล้ว แต่ถ้าเราไม่ทำ เราก็จะไม่พัฒนาก็เลยต้องยอม


แล้วทำไมถึงไม่ยอมแพ้ ทำไมถึงสู้ต่อ

นิ้งไม่อยากทรยศความฝันตัวเองค่ะ เพราะรู้สึกว่าเราเดินมาถึงจุดนี้แล้ว เราก็อยากไปให้ถึงเส้นชัยที่เราตั้งเป้าไว้ แล้วนิ้งก็ไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจด้วย เพราะว่านิ้งเคยบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าขอเลือกมาทางนี้นะ แต่ก็สัญญาไว้ว่าการเรียนจะไม่ตก คือตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้คิดว่าจะให้นิ้งมาทางนี้ แต่พอเขารู้ว่านิ้งชอบเขาก็สนับสนุน เขาเป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆของนิ้ง อีกอย่างคือแฟนคลับค่ะ เวลานิ้งเหนื่อย นิ้งมองไปที่เขาแล้วนิ้งรู้สึกเขาส่งพลังให้เราตลอดเวลา แล้วเขาชอบบอกว่าเป็นกำลังใจนิ้ง นิ้งก็มีกำลังใจอยากเป็นไอดอลตัวอย่างให้ทุกๆคน


ชอบเรียนเหรอ เนิร์ดรึเปล่า

ไม่เนิร์ดค่ะ ก็มีเล่นสนุกกับเพื่อนคนอื่นเหมือนเด็กทั่วไป แต่แค่ชีวิตประจำวันวันธรรมดาทั่วไปก็มีเรียนพิเศษตอนเย็นบ้าง แล้วก็เสาร์อาทิตย์ก็มีเรียนภาษาบ้าง


คำว่า ‘ไอดอล’ สำหรับนิ้งคืออะไร

ตอนแรกนิ้งไม่เข้าใจคำว่าไอดอลเลยค่ะ แบบไม่เข้าใจเลยว่าไอดอลต้องทำตัวยังไงบ้าง ต้องเป็นแบบอย่างด้านไหน แต่สำหรับนิ้ง นิ้งอยากเป็นไอดอลด้านการเรียนค่ะ นิ้งอยากให้เด็กสมัยใหม่ที่เขาอยากมาด้านนี้รู้ว่าเราตั้งใจเรียนควบคู่ไปด้วยได้นะ เราสามารถเรียนควบคู่ไปกับการทำสิ่งที่เราชอบได้ ไม่จำเป็นต้องให้การทำงานมากระทบการเรียน เราสามารถแบ่งเวลาได้ แยกแยะได้ ขอแค่เรามีความตั้งใจ


นิ้งมีใครเป็นไอดอล

ถ้าเป็นทุกเรื่องรวมกันคือคุณพ่อค่ะ คุณพ่อสอนให้ช่วยเหลือแบ่งปันคน คือถ้าเป็นนิ้ง นิชาภา ธรรมดาก็จะช่วยเหลือคนได้ตามกำลัง แต่ถ้าเป็นนิ้ง SWEAT16! นิ้งจะสามารถรวบรวมคนหลายๆ คนให้มาช่วยกันเปลี่ยนแปลงสังคมในหลายๆเรื่องได


คิดยังไงที่คนอาจไปสนใจไอดอลแนวญี่ปุ่นวงอื่นมากกว่า

รุ้สึกดีใจนะคะ มันเหมือนกับว่าคนไทยช่วยกันผลักดันวงการไอดอลญี่ปุ่น เพราะจริงๆ มันหายไปจากประเทศไทยนานมากแล้ว นิ้งก็ติดตามญี่ปุ่นมาบ้าง แต่พอรู้ว่ามีวงไอดอลแนวญี่ปุ่นเกิดขึ้นมาก็ดีใจ พอคนเริ่มรู้จักวงหนึ่ง คนก็จะเริ่มรู้จักอีกวงหนึ่ง แล้วทุกคนก็จะรู้ว่าพวกเราไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร


เป็น SWEAT16! ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เยอะค่ะ มีทั้งเรื่องสุขและทุกข์ หลายเรื่องมากๆ มีท้อบ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะถอยออกไปจากที่นี่เลย มันสอนให้เรารู้ว่าการเป็นทีมมันสำคัญแค่ไหน ถ้าเราไม่เป็นทีม ไม่ว่าจะซ้อมเยอะแค่ไหนมันก็จะไม่มีทางสำเร็จ


เวลาท้อทำยังไง

ช่วงแรกๆ เวลานิ้งท้อนิ้งจะไม่กล้าพูดค่ะ เพราะนิ้งไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจเรารึเปล่า มันก็จะเก็บอยู่ในหัว มันก็จะเครียดมาก บางทีก็ออกมาทางสีหน้า คนอื่นก็จะดูออกว่านิ้งเป็นอะไร ทำไมหน้าบูดหน้านิ่งจังเลย แต่พอนิ้งได้ลองคุย ได้เปิดใจกับพี่ๆในวงมากขึ้น เราก็รู้ว่าที่จริงเราคิดไปเองว่าเขาไม่เข้าใจเรา แต่จริงๆ เขาเข้าใจแล้วก็พร้อมช่วยเราเสมอ ก็สบายใจค่ะ


เรื่องไหนที่ทำให้เสียน้ำตา

คือนิ้งเป็นคนร้องไห้ง่ายอยู่แล้วค่ะ นิ้งจะชอบซึ้งเวลาเจอแฟนคลับมากกว่า เพราะบางทีเราเห็นเขาเหนื่อย เขาพยายามจะมาหาเรา บางคนก็มาจากต่างจังหวัดเลย แล้วเขาก็บอกว่าตั้งใจมาหาเลยนะ มาจากเชียงใหม่ จากภูเก็ตเลย จนนิ้งรู้สึกว่าเขาพยายามมาหาเราขนาดนี้ แล้วทำไมเราต้องหยุดตัวเอง นิ้งก็ต้องพัฒนาตัวเองต่อไปให้พวกเขามีความสุข นี่ก็เป็นเรื่องที่นิ้งร้องไห้บ่อยมากๆ เพราะแฟนคลับน่ารักมากๆ


อยากให้ SWEAT16! ไปถึงจุดไหน

นิ้งไม่อยากให้ความพยายามของพวกเรา 13 คนมันสูญเปล่า หรือไม่มีใครเห็น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ SWEAT16! เนี่ยไปไกลถึงระดับเอเชีย ดังไปทั่วโลกเลย เพราะว่าพวกเราตั้งใจมากจริงๆ แล้วก็ฝึกซ้อมหนักมากจริงๆ ก็อยากให้ทุกคนเปิดใจให้กับวงอย่างพวกเราด้วย


ความทรงจำที่สวยงามในชีวิตนิ้งคืออะไร

จริงๆ มันก็เยอะมากเลยนะคะ แต่สิ่งที่นิ้งภูมิใจมากที่สุดคือการได้เข้ามาเป็น SWEAT16! ค่ะ มันทำให้นิ้งเปิดใจในหลายๆ เรื่อง มันมีตอนแรกที่นิ้งกังวลว่าการเรียนกับการเป็นไอดอลควบคู่กันมันจะทำได้เหรอ เพราะแค่เรียนมันก็หนักอยู่แล้ว ไหนจะการบ้าน ไหนจะซ้อมอีก (ใจสู้ก็ทำได้) ทำให้เห็นว่าเป็นไอดอลก็เรียนดีได้


อยากทำอะไรในอนาคต

นอกจากการเป็นไอดอล นิ้งอยากเป็นนักจิตวิทยาค่ะ นิ้งอยากเข้าใจความรู้สึกทุกคน คือนิ้งจะชอบเวลาที่มีคนมาปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่โรงเรียนหรือใครก็ตาม เราจะรู้สึกดีว่าเขาไว้ใจเรานะ เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากช่วยคนอื่นด้วย แบบช่วยให้ได้เยอะๆ เพราะนิ้งเชื่อว่าการเป็น นิ้ง SWEAT16! มันสามารถช่วยคนอื่นได้เยอะ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้แน่นอน


Tags :