GIRL ON THE RISE - อ้าย สรัลชนา อภิสมัยมงคล

21.11.18 1,373 views

นักแสดงสาวดาวรุ่งอีกคนในเรื่อง อ้าย-สรัลชนา อภิสมัยมงคล ที่ผ่านมาเธอรับแต่บทสมวัย วันนี้เธอเป็นหนึ่งในนักแสดง ‘Friend Zone เอา ให้ ชัด’ ซีรีส์ว่าด้วยความสัมพันธ์ที่ร้อนร่วมสมัย แม้ว่าบทของ ‘แอ้ม’ จะไม่ร้อนแรงเท่าบทของคนอื่นในเรื่อง แต่ก็เป็นบทที่อ้ายบอกว่าท้าทายเธอมากที่สุดบทบาทหนึ่งในชีวิต ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นอีกบทบาทที่ทำให้คนรู้จักและรักเธอมากขึ้นด้วยเช่นกัน 


วันที่เรานัดถ่ายทำกัน อ้ายเป็นคนที่เดียวที่ตามมาสมทบนักแสดงคนอื่น ด้วยชุดนิสิตชั้นปีที่ 1 เราจึงถามไถ่เรื่องการเรียนและการทำงานของเธอเสียหน่อย 

อ้ายเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ อ้ายเลือกเรียนเพราะเป็นสิ่งที่สนใจจริงๆ  และอ้ายสนุกกับการเรียนรู้อะไรเหล่านี้ เพราะเป็นคนชอบดูหนัง ดูซีรีส์มาตั้งแต่เด็ก เราอยากรู้กระบวนการผลิต งานเบื้องหลังของงานชิ้นหนึ่งๆ ด้วย ไม่ว่าจะเรื่องจัดแสง เบื้องหลังการถ่ายภาพ มันไม่ได้เกิดจากการที่อ้ายชอบการแสดงแค่อย่างเดียว

อ้ายเริ่มเข้าสู่วงการด้วยการประกวด Young Model Contest 2013 (ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1) หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเล่นละครเรื่องแรกคือ ‘สุดแค้นแสนรัก’ รับบทเป็นรพีพรรณ ลูกสาวของพี่เบนซ์ พรชิตา ถือเป็นบทที่ทำให้คนรู้จักเรา ตอนนั้นเราอายุประมาณ 14-15 ปี เป็นอายุที่ไม่ไกลจากบทที่รับ ซึ่งเป็นวัยเรียนอยู่แล้ว แต่พอมาเรื่อง Friend Zone อันนี้อ้ายว่ายากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเล่นมา

บทยากในความหมายของคุณคืออะไร 

เพราะเราต้องเล่นเป็นคนวัยทำงาน อายุยี่สิบปลายๆ แล้วเราเพิ่งอายุ 18 เอง มันต้องมีความสัมพันธ์หลายด้านมากกว่าวัยเรียน เราต้องหาแล้วว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาคิดกันมีอะไร เขาคิดแบบไหน ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ ซึ่งอ้ายเป็นตัวละครที่ค่อนข้างเครียด เพราะมีปัญหารอบตัวเยอะ บางทีเวลาเรามาถ่าย เราก็ต้องพยายามรักษาคาแร็กเตอร์ตัวเองไว้ ด้วยความนิ่งๆ เครียดๆ จนบางวันเรานิ่งจนถึงตอนกลับบ้านก็มี 

ทำไมรับบทที่วัยห่างไกลตัวอย่างนี้ 

เวลารับบทเราก็ให้คุณพ่อคุณแม่ดูว่าโอเคมั้ย และเราก็ดูว่าถ้าบทมันท้าทายเราดี และไม่เกินวัยเราจนเกินไปมันก็โอเค สำหรับเราบทที่ท้าทายคือบทแปลกใหม่จากที่เราเคยทำ อย่างเรื่องนี้เป็นบทที่เราไม่เคยรับ เราไม่เคยรับบทคนวัยทำงาน แถมยังเป็นดราม่าด้วย มีเรื่องความสัมพันธ์ของหลายคนเข้ามา เป็นอะไรที่วัยเรายังไม่ได้เจอ (ตัดสินใจยากไหมกว่าจะรับ) จริงๆ มันยากตั้งแต่อ่านบทแล้ว เพราะว่ามันโตมากในเรื่อง บทของแอ้มโตรองลงมาจากเคเบิ้ล นอกนั้นก็คือเราโตกว่าทุกคู่ในเรื่อง ทุกคนต้องเรียกเราว่าพี่ แต่ในชีวิตจริงทุกคนโตกว่าอ้ายหมดเลย เราจะทำยังไงให้เราโตกว่าคนอื่น  ส่วนเรื่องความรุนแรง คาแร็กเตอร์แอ้มนั้นไม่แรงเท่าคนอื่นในเรื่อง จะถามว่าแรงไหม เนื้อเรื่องมันก็แรงค่ะ แต่บทที่อ้ายเล่นมันมีปัญหาชีวิตก็จริง แต่ไม่แรงเหมือนคนอื่น ถือว่าเรียบร้อยที่สุดในเรื่องเลย 

ทัศนคติความรักของคุณเป็นอย่างไร 

อ้ายว่าคนที่จะมาเป็นคนรักของเรา เขาต้องไม่ได้เข้ามาเพื่อรักเราคนเดียว แต่ต้องรักคนในครอบครัวของเรา และเราเองก็ต้องรักครอบครัวของเราด้วย ต้องใส่ใจเราและคนรอบข้างของเราด้วย ส่วนความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนที่เป็นเรื่องหลักของเรื่อง ส่วนตัวอ้ายในมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่ง อ้ายว่าความไม่ชัดเจนเพราะผู้ชายกั๊ก เราเป็นผู้หญิงเราเสียเปรียบกว่า ถ้าผู้หญิงคุยหลายคนกลายเป็นเรื่องผิด แต่ผู้ชายไม่ผิด เพราะฉะนั้นถ้าเจอผู้ชายคุยหลายคนก็ตัดทิ้งเลยดีกว่า แล้วหาใหม่ค่ะ (ยิ้ม) 

ถ้ามองในมุมกลับกัน เคยมีสถานการณ์ที่มีคนมาชอบคุณ แต่ยังเป็นได้แค่เพื่อนบ้างไหม

ไม่นะ เพราะถ้าอ้ายรู้สึกดีกับใครก็จะบอกเขาไปเลยว่าเรารู้สึกดีและคุยกับเขา แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ชอบใคร หรือรู้สึกว่าไม่น่าจะเข้ากันได้ก็ต้องบอกไปตรงๆ 


ถ้าเลิกกันยังเป็นเพื่อนกันได้ไหม

ได้ค่ะ แต่แอ้มไม่เคยบอกเลิกใครค่ะ ไม่เคยเลิกกับใคร เพราะไม่เคยมีแฟนค่ะ ถามว่าเลือกเยอะไหม...อย่าพูดว่าเลือกเยอะดีกว่า เรียกว่ามันยังไม่ถึงขั้นทีเราอยากมีแฟนขนาดนั้น เราอยากเจอคนที่เข้ากับเรา น้องชาย และครอบครัวเราได้ เพราะฉะนั้นก็ค่อยๆ ดูกันไปค่ะ (พ่อแม่หวงไหม) หวงแล้วกันค่ะ เพราะเราเป็นลูกสาวคนเดียว 

ที่ผ่านมาก็มีคนคุยบ้าง (อย่างนี้ไม่ถือว่ากั๊กฝ่ายชายเหรอ) ไม่ เพราะเวลาเราคุยเราคุยคนเดียว และถ้าเราเลือกคุยกับใครแล้ว แสดงว่าเราชอบเขาแล้ว เรารู้สึกดี ก็เลยเปิดโอกาสลองศึกษากัน แต่ถ้าไม่ชอบเราไม่คุยเลย 

ความสัมพันธ์ของแอ้มและเคเบิ้ล 

ความท้าทายแรกของตัวแอ้มคือการเป็นผู้หญิงที่เหมือนเสาหลักของครอบครัว มีแม่และน้องชายที่ต้องดูแล เพราะว่าพ่อไม่อยู่แล้ว เราเลยเป็นคนที่ต้องหาเงินทั้งหมด ในขณะที่แอ้มมีเคเบิ้ลเป็นแฟน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่มาจีบเราตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็คบกันตั้งแต่ตอนนั้นจนแอ้มเรียนจบแล้ว แต่เคเบิ้ลยังเรียนไม่จบ ไม่มีหน้าที่การงานที่มั่นคงเสียที ขณะที่เรามีอาชีพมั่นคง หาเงินได้ มีเงินมาผ่อนค่าห้องของเราและเคเบิ้ล จ่ายนู่นจ่ายนี่ได้ แต่ว่าเขาไม่สามารถช่วยเราได้ ถามว่ามันเลวร้ายถึงขั้นว่าเป็นสไตล์ผู้ชายเกาะผู้หญิงไหม ก็ไม่ถึงขนาดนั้น มันเป็นอารมณ์ของผู้หญิงเวลารักใคร เราก็อยู่กับเขา แต่สุดท้ายแล้ววันหนึ่งเราแบกรับภาระทั้งหมด ปัญหามันเลยเกิดขึ้น มันเกินกว่าเรื่องความรักแล้ว มันคือเราจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปให้รอดไปได้ เพราะเราไม่ได้มีแค่แฟนที่ต้องดูแล เราต้องหาเลี้ยงครอบครัว แต่ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นว่ามีแฟนมาเพิ่มภาระอีก แล้วเราจะทำยังไงต่อไป 

ในเรื่องเราแยกกันอยู่ แต่ก็ยังต้องอยู่ร่วมห้องกัน เพราะเราซื้อคอนโดและช่วยกันผ่อน มันเหมือนเป็นสมบัติของเราทั้งคู่ เรามองว่าเราผ่อน เบิ้ลมองว่าตัวเองดาวน์ แล้วเขาก็ไม่ยอมออก ก็ยังอยู่ร่วมห้อง ซึ่งพอเลิกกันแล้วก็กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างมีคนอื่นได้ ปัญหามันเกิดขึ้นอยู่แล้วเวลาที่พาคนอื่นมาที่ห้อง 

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตจริง คุณจะอยู่ร่วมห้องกับแฟนเก่าได้ไหม

คงไม่อยู่ค่ะ กลับไปอยู่บ้านกับแม่ดีกว่า ส่วนเรื่องค่าผ่อนห้องที่เสียไป ไม่ว่ายังไงเราก็จะให้เขาผ่อนคืนเรา (หัวเราะ)  

ฉากที่ยากที่สุดสำหรับคุณ

จริงๆ ยากหลายซีนมาก (ยิ้ม) แต่อยากที่สุดเลยคือตอนตัดสินใจเลิกกับเคเบิ้ล เพราะในใจเรา 2 คนยังรักกันอยู่ แต่แค่ว่ามันไม่เวิร์กแล้วที่จะอยู่ต่อ อารมณ์มันพาให้เลิกกัน เราอินกับบท ในความรู้สึกคือเรารักเขา แต่เราต้องตัดสินใจพูดคำนั้นออกไป มันยากที่จะต้องคิดออกมาจากข้างใน ต้องเข้มแข็งมากพอที่จะบอกเลิกทั้งที่ยังรัก 

ส่วนฉากที่อินกว่า เราชอบตอนเข้าฉากกับแม่ แม่มาปลอบเราหลังเลิกกับเคเบิ้ล ที่ผ่านมาแม่และตัวแอ้มรักกันก็จริง แต่ก็ทะเลาะกันตลอด ซึ่งฉากนี้มันคือการแสดงความรักความห่วงใยของแม่ ต่อให้ทะเลาะกันแต่แม่ก็ยังรักและห่วงใยเราเหมือนเดิม มันค่อนข้างทำให้เรารู้สึกอินมาก  

ความสัมพันธ์ในเรื่องของคู่ไหนที่คุณรับได้มากที่สุด 

คู่ของตัวเองค่ะ แอ้มกับเคเบิ้ล เราว่าปัญหามันไม่ได้เกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง ปัญหามันมาจากปัจจัยรอบข้างมากกว่า เราไม่ได้เลิกรักกัน แต่เราไปด้วยกันไม่ได้ (เป็นคนที่เอาความรักเป็นที่ตั้งไหม) ก็ประมาณหนึ่งค่ะ อ้ายรู้สึกว่าถ้าเรารักใครและเขาก็รักเรา รวมทั้งเข้ากับคนรอบตัวที่เรารัก เข้ากับครอบครัวเราได้ เราอยากรักษาคนแบบนี้ไว้ เพราะอ้ายว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอคนแบบนี้ได้ อ้ายเป็นคนให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก อ้ายติดบ้าน ติดคนในครอบครัว ปกติไม่ค่อยไปเที่ยวกับเพื่อนอยู่แล้ว ชอบอยู่กับที่บ้าน ถ้าโดนมองว่าเป็นลูกแหง่ไหม อ้ายเฉยๆ นะถ้าใครมาว่าเรา มันก็ต้องมีคนที่ติดครอบครัว กับคนที่ไม่ติดแล้วติดเพื่อนแทน อ้ายว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่โตมาไม่เหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน 


แล้วความสัมพันธ์ของคู่ไหนที่คุณรับไม่ได้ 

คู่ของกู๊ดและโบโย่ที่เป็น Friend with Benefit ยิ่งดูไปเรื่อยๆ เราจะยิ่งไม่ชอบกับสิ่งที่กู๊ดทำต่อโบโย่ ทำเหมือนผู้หญิงเป็นของตาย เวลากลับมาหาก็เพราะไม่มีใครเอาเขาแล้ว 

คุณให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมระหว่างผู้ชายและผู้หญิงเหรอ

ใช่ค่ะ อ้ายว่าผู้หญิงและผู้ชายมีอะไรเหมือนกัน เราทำงานได้เหมือนกัน หาเงินได้เหมือนกัน ทุกอย่างเราทำได้เหมือนกันหมด แต่ว่าก็มักจะมีอะไรที่ผู้หญิงทำแล้วผิดผู้ชายทำแล้วไม่ผิด อ้ายไม่ได้ถึงขั้นเป็นเฟมินิสต์นะ แต่แค่รู้สึกว่ามีบางอย่างที่เราเท่ากันได้ 

รู้สึกอย่างไรเมื่อการรับบทแรงๆ ในฐานะนักแสดงหญิงมักถูกจับตามองมากกว่านักแสดงชาย 

จริงๆ อ้ายว่าถ้าเขาดูผลงานชิ้นนั้นที่เราอาจจะรับบทที่รุนแรง เขาอาจจะมองว่าเราแรงตามบท แต่ถ้าคนที่ติดตามเราเขาจะรู้ว่าจริงๆ เราเป็นคนยังไง ผลงานแต่ละเรื่องมันอาจจะต่างกันออกไป เวลาเราลงรูปหรือไลฟ์สไตล์ของเราจะรู้ว่ามันคือการแสดง ส่วนเรื่องนี้มันไม่ได้มีผลอะไรกับอ้ายมาก อย่างที่บอกว่าบทไม่ได้แรง

ส่วนความสัมพันธ์กับเพื่อนเพศเดียวกัน มีปัญหาบ้างไหม

อ้ายมีเพื่อนสนิทน้อย การที่เรียกคนนี้ว่าเพื่อนสนิทแสดงว่าเป็นคนที่เราไว้ใจ คุยได้ทุกเรื่องจริงๆ ซึ่งอ้ายคิดว่ามีคนเดียวหรือสองคนก็สบายใจแล้ว และทำให้ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน เพราะเราคบกันมาจนสนิทกับได้ แสดงว่าเราเข้าใจกัน เราอาจจะมีข้อเสีย เขาก็มีข้อเสียเหมือนกัน แต่ถ้าเอามาเทียบกันกับสิ่งที่เราเข้ากันได้ มันทำให้มองข้ามข้อเสียไปได้ และทำให้เราคบกันได้ยาวค่ะ 

Friend Zone ในความหมายของคุณเป็นอย่างไร

Friend Zone ที่ดีสำหรับอ้ายคือโซนที่เราสามารถเข้าหาได้ทั้งในยามที่เราสบายใจและไม่สบายใจค่ะ เรามีความสุขก็แชร์กันได้ เรามีเรื่องทุกข์ก็แชร์กันได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นโซนที่ไม่สามารถเข้าสู่ไพรเวตโซนได้ เพราะว่าเราก็ยังมีเรื่องส่วนตัวที่ยังอยากเก็บไว้คนเดียว อันนี้อ้ายมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะรู้ขอบเขตของกันและกัน ส่วน Friend Zone สำหรับเพื่อนผู้ชาย อ้ายว่ามันก็ดูแลยาก เพราะการสนิทกับเพื่อนผู้ชายมากเกินไปทั้งเราและเพื่อนไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่ในมุมมองคนนอกเขาอาจจะคิดไปไกลว่ามันมีอะไร แต่เราก็ไม่สามารถไปห้ามความคิดคนนอกได้