Exclusive Interview - ความแตกต่างอย่างลงตัว

Written by
26.02.18 74 views

ถ้าไม่มีใครบอกเอาไว้ก่อนว่า สองนักร้องชื่อดังต่างแนวเพลงอย่าง สิงโต นำโชค และ ก้อง ห้วยไร่ เพิ่งเคยร่วมงานกันเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์ ‘นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด’ เราคงคิดว่าพวกเขารู้จักกันมาหลายปีแล้ว เพราะทั้งสองคนมีเคมีเข้ากันดีมาก จังหวะรับ-ส่งมุขก็เนียนกริบจนน่าแปลกใจ และยังได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะปล่อยซิงเกิลพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างแนวเพลงของคนทั้งสอง ออกมาให้แฟนเพลงฟังกันในเร็วๆ นี้อีกด้วย


เข้าใจว่าทั้งสองคนเพิ่งรู้จักกัน แต่ทำไมดูเหมือนสนิทกันมานานขนาดนี้

ก้อง “ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเราเป็นคนบ้านเดียวกัน เป็นคนอีสานเหมือนกัน แต่ตอนแรกผมเข้าใจผิดคิดว่าพี่สิงโตเป็นคนใต้เสียอีก พอเป็นคนอีสานเหมือนกันก็ทำให้มีเรื่องให้คุยกันเยอะ แล้วไหนเราจะเป็นนักร้อง นักดนตรีเหมือนกันอีก แค่นี้ก็มีเรื่องให้คุยกันได้ไม่จบไม่สิ้นแล้วครับ”

สิงโต “ผมก็คิดเหมือนก้องเลยนะ ว่าน่าจะเป็นเพราะเราคุยด้วยภาษาเดียวกันและเล่นดนตรีเหมือนกัน อย่างเวลาว่างๆ นอกจากนั่งอ่านบท เตรียมตัวถ่ายฉากต่อไปแล้ว เราก็จะคุยกันเรื่องดนตรี แลกเปลี่ยนความรู้กัน ใช้กีตาร์รุ่นไหน ยี่ห้ออะไร หยิบกีตาร์มาเล่น มาร้องเพลงด้วยกัน ตรงนี้ช่วยให้เราสนิทกันเร็วมาก”

มีกำแพงอะไรในการแลกเปลี่ยนทางดนตรีระหว่างทั้งสองคนไหม

สิงโต “ดนตรีไม่มีกำแพงหรอกครับ ไม่ว่าจะชอบดนตรีแนวไหนก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เสมอ อย่างผมเป็นนักร้องแนวสตริง ก็สามารถเรียนรู้เทคนิคการแต่งเพลงจากก้องที่เป็นนักร้องลูกทุ่งได้ แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้กับงานหรือแนวเพลงของเราอีกที”

ก้อง “ดนตรีไม่ว่าจะถูกเล่นด้วยเครื่องดนตรีชนิดไหนก็ตาม สุดท้ายก็ต้องใช้โน้ตโด เร มี ฟา ซอล ลา ที เหมือนกันอยู่ดี ผมจึงคิดว่าดนตรีแนวไหนก็ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก จุดที่ต่างกันจริงๆ คงจะเป็นเรื่องของสำเนียงในการร้องและเล่น ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเพลงนั้นคือเพลงลูกทุ่ง หรือเพลงนี้คือเพลงสตริง”

หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งสองคนมีแผนทำเพลงร่วมกันไหม

สิงโต “จริงๆ ต้องบอกว่าทำกันไปแล้วครับ ถ้าไม่นับเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้พี่บ๊อบบี้ 3.50 บาทแต่งแล้ว ระหว่างช่วงว่างๆ ในกองถ่าย เราสองคนก็ช่วยกันแต่งเพลงร่วมกันอยู่หนึ่งเพลง เป็นโปรเจ็กท์ส่วนตัวที่ใกล้เสร็จแล้ว คิดว่าอีกสักพักก็คงจะได้ฟังกัน (พูดเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงตัวอย่างให้ฟัง)”

ก้อง “เพลงก็เหมือนกับอาหารนั่นแหละครับ ถึงอาหารของแต่ละภาคจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเอามาจัดวางอยู่ในจานเดียวกันดีๆ ปรับส่วนผสมทานเข้ากันได้ อาหารจานนั้นก็จะมีความกลมกล่อมไปอีกแบบ เหมือนเพลงที่ทำร่วมกับพี่สิงโตครับ เป็นการเอาความชอบของทั้งสองคนมาผสมกัน จนออกมาเป็นเพลงที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคนน่าจะชอบ”

กลับมาคุยเรื่องภาพยนตร์กันบ้าง นายไข่เจียวฯ เล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร

ก้อง “นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด เป็นเรื่องราวของมะลิพ่อค้าไข่เจียวรถเข็น ที่มีพรสวรรค์ในการคิดค้นเมนูไข่ระดับเทพ ที่ตัดสินใจลงแข่งขันประกวดไข่เจียว AEC เพื่อให้ได้เป็นจ้าวแห่งไข่เจียวและพาไข่ไทยไปไข่โลก โดยมีเพื่อนๆ ที่ต่างกันทั้งฐานะและอาชีพคอยผลักดันอยู่ด้านหลังครับ”

ใครรับบทอะไรกันบ้าง

สิงโต “ผมรับบทเป็น ปรินซ์ อาจารย์มหาวิทยาลัย รูปหล่อ พ่อรวย ขับรถสปอร์ตครับ ซึ่งต่างกับชีวิตจริงมาก (หัวเราะ) เหมือนผมกับก้องสลับตัวกัน เพราะนอกบท (ก้องแทรกเข้ามาว่า “ผมหล่อมาก”) ก้องที่รับบทเป็นพ่อค้าไข่เจียวรถเข็น เขาขับรถสปอร์ตกลับบ้าน ส่วนผมนี่โบกมอเตอร์ไซค์วิน ชีวิตต่างกันมากจนบางทีผมก็แอบไปร้องไห้นะ ดราม่ากับฐานะตัวเองจริงๆ (หัวเราะ)”

ก้อง “ส่วนผมรับบท มะลิ พ่อค้าไข่เจียวรถเข็นครับ ถ้าไม่มองกันถึงตัวอาชีพ ผมรู้สึกว่าตัวมะลิในเรื่องคล้ายกับผมมาก โดยเฉพาะความมุ่งมั่น อย่างก้อง ห้วยไร่ ก็ทำเพลงเพราะด้วยแนวคิดที่ต้องการให้เพลงลูกทุ่งหมอลำธรรมดา กลายเป็นเพลงที่คนทั่วประเทศชื่นชอบ ส่วนมะลิก็ต้องการทำให้เมนูไข่เจียวธรรมดาๆ โด่งดังและเป็นที่กล่าวขวัญให้ได้”

สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการนำเสนอคืออะไร

ก้อง “มิตรภาพครับ นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโดต้องการบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า ถึงคนเราจะมีความแตกต่างกันเรื่องชนชั้นวรรณะ ฐานะ หรืออาชีพ แต่ที่สุดแล้วเราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน พยายามเดินไปด้วยกันให้ได้อย่างที่ต้องเป็น ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถสปอร์ตหรือคนขายของรถเข็นก็ตาม นั่นคือสิ่งที่ต้องการจะบอก แต่ถ้าได้มากกว่านั้นก็ถือเป็นกำไรครับ”

คาดหวังกับงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกไว้แค่ไหน

สิงโต “ความคาดหวังหลังจากนี้เป็นเรื่องของนายทุนแล้ว (หัวเราะ) ส่วนความคาดหวังของเราเกิดขึ้นแค่ช่วงที่ได้รับบทและแสดงต่อหน้ากล้องให้เต็มที่ พยายามทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ผู้กำกับพอใจและเพื่อให้ภาพยนตร์ออกมาดีที่อย่างที่ควรจะเป็น ความคาดหวังของพวกเราอยู่แค่ตรงนั้นครับ”