การรอคอยกว่า 8 ปีของ electric.neon.lamp กับแสง 'ณีอร' ที่เปลี่ยนไปตามเวลา

นับจากอัลบั้ม Bright Side ที่พวกเขาทำกันเองในปี พ.ศ. 2552 หรือจะนับตั้งแต่ผลงานเพลงยอดนิยมอย่าง ‘Life in a neon’ ‘เธอที่ร้าย’ ‘ภาวินี’ ‘โทรจิต’ ‘นางรอง' ของวง electric.neon.lamp ถูกปล่อยออกมาให้เรารู้จัก ถึงเวลาแล้ว (ซะที!) ที่วงดนตรีป็อบร็อกจากเชียงใหม่จะลุกขึ้นมาทำอัลบั้มเพลงชุดเต็มออกมาทักทายกันอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานถึง 8 ปี พวกเขากลับมาพร้อมกับอัลบั้มล่าสุดที่มีชื่อว่า ‘How to Disappoint Your Parents’ ซึ่งดูเหมือนคราวนี้แสงสีของ 'ณีอร' จะแตกต่างออกไปจากหลายเพลงที่พวกเขาเคยมีมา

จากวันนั้นจนวันนี้..ความเปลี่ยนแปลงของ ‘electric.neon.lamp’ เป็นอย่างไร

“พวกเราเป็นวงที่ทำเพลงตามความชอบมาตลอด ขึ้นอยู่กับความอินของเพลงแนวใดแนวหนึ่งในช่วงเวลานั้น ถ้าสังเกตตั้งแต่ Bright Side (2552) อัลบั้มที่พวกเราทำกันเอง เพลงจะค่อนข้างวาไรตี้-ป็อบมากๆ เลย หลังจากนั้นเราได้มาอยู่กับ BEC Tero Music เราออกมาเล่นดนตรีสดบ่อยขึ้น เลยอยากทำเพลงจังหวะสนุกๆ ออกมาอย่าง ‘เธอที่ร้าย’ ‘โทรจิต’ ‘นางรอง' และพอมาเป็นอัลบั้ม How to Disappoint Your Parents พวกเรากำลังชอบดนตรีกรูฟ R&B เลยหยิบสไตล์เพลงนี้มาเข้ากับความเป็น electric.neon.lamp อาจจะไม่ได้โป๊งชึ่งหรือโฉ่งฉ่างเหมือนเมื่อก่อน ดนตรีจะออกหนึบๆ หน่อย”

ตัวตนของชาว ‘ณีอร’ ผ่านบทเพลงในแต่ละช่วง

Life in a neon

“เพลงนี้เรียกว่าเป็น electric.neon.lamp จริงๆ เพลงแรกของวงคือ เพลง ‘เธอที่ร้าย’ ตอนนั้นมีต้น (ณวัฒน์ จิรบุญเรือง) มือกีตาร์คนเก่าทำคนเดียว แต่เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ทุกคนมีส่วนร่วมทำมาด้วยกัน เพลงจะเล่าถึงชีวิตนักศึกษาที่ใช้เวลาตอนกลางคืนเป็นหลัก กลางวันเรียนหนังสือ ส่วนกลางคืนจะออกไปเที่ยวหรือนั่งคุยกันถึงเช้า ยุคนั้นของเราจะเพลงเป็นฟังสบายๆ กีตาร์ลอยๆ ซึ่งสามารถแทนช่วงเวลาของวง ได้ดี วงของพวกเราก็เพิ่งตั้งกัน กำลังเกเรเลยล่ะ”

รถไฟแห่งความฝัน

“ต่อมาเป็นเพลง รถไฟแห่งความฝัน วงเราเริ่มอินกับดนตรี Post-rock มากๆ กีตาร์จะต้องดุ ซาวด์มันๆ รถไฟจะก้ำกึ่งกับความเป็น Post-rock กับทูดอร์ ก็บอกเลย ไม่ว่ากัน (หัวเราะ) เป็นช่วงเวลาของวงที่เปลี่ยนจาก ‘ป็อบ’ สู่ ‘ร็อก’ มากขึ้น เต้นรำกันหน่อยๆ ด้วยเนื้อหาที่โตขึ้นด้วย เราเริ่มทำเพลงกันอย่างจริงจัง ไม่ได้เป็นนักศึกษาที่ทำเพลงกันสนุกๆ แล้ว กำลังเดินทางไปตามหาความฝัน เหมือนนั่งรถไฟไปยังจุดหมาย เหนื่อยก็พัก แต่จะยังนั่งต่อเพื่อไปให้ถึงปลายทาง โดยเพลงนี้เป็นเพลงที่เราทำกันมานานแล้ว แต่ไม่เคยถูกอัดออกมา เคยแต่เล่นสดอย่างเดียว เลยนำมาอยู่ในอัลบั้มใหม่ How to Disappoint Your Parents ด้วย” 

อัลบั้ม How to Disappoint Your Parents ‘กว่าจะกล้าขัดใจแม่’

“ใครที่รู้จักพวกเราจะรู้ว่า วงเราตลกและกวนตีน แล้วชื่อ How to Disappoint Your Parents นี่มาจากชีวิตจริงเลย ตลอดเวลาที่เล่นดนตรี พ่อแม่ก็อยากให้เรางานประจำ คอยถามว่าจะเล่นดนตรีอีกนานไหม พ่อแม่เราเป็นคนหัวสมัยใหม่ เขาก็อยากให้เราหางานอะไรที่มั่นคงกว่านี้ทำแหละ ถามว่าเมื่อไหร่เราจะดัง ก็เจ็บอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) เลยตั้งประชดตัวเองไปเลย ก่อนหน้านี้วงก็วินัยไม่ค่อยดีแหละ ทำเพลงมั่งไม่ทำมั่ง อัลบั้มนี้ใช้เวลา 2 ปีกว่าก็ทำเสร็จ อาจจะดูไม่นาน แต่เราทุ่มเทและให้ความเข้มข้นกับมันมาก”

อีกหนึ่งพาร์ทในชีวิต นอกเหนือไปจากงานดนตรีต่างคนก็ต่างมีงานของตัวเองที่ทำอยู่ เจนเป็น Event Director เต้ทำคอนเทนต์ให้กับค่ายเพลง Microwave แป๊กเป็นฟรีแลนซ์ทำเพลงโฆษณา อุณเป็นนักดนตรี Backup ให้ศิลปิน ส่วนแทนเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ (ติดต่องานมาได้เลย!)

แล้วแต่ละคนมีเรื่องไหนที่ขัดใจพ่อแม่บ้าง?

อุณ: “เรื่องที่ขัดใจพ่อแม่ น่าจะเอารถที่บ้านออกไปพัง (หัวเราะ) ชนบ้าง โดนทุบบ้าง”

เต้: “ตอนมหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่เพิ่งแต่งตัว ตอนนั้นอินกับดนตรีแนวเมทัล-อีโม ก็ไปกัดผม ทั้งสีเหลือง สีแดง ออกแว้นๆ หน่อย ญาติพ่อแม่พี่น้องก็จะไม่ค่อยปลื้ม มองว่าเราเป็นผีบ้า แต่พอได้มาฝึกงานในบริษัทที่แม่ทำ ก็ต้องไว้หน้าแม่หน่อย”

แป๊ก: “การสัก สักไปเรื่อยๆ ทั้งตัว เขาก็ไม่ค่อยโอเคที่ผมทำ เวลาสักเสร็จผมก็จะให้เขาดู แล้วก็จะร้องวู้วว! (หัวเราะ)”

แทน: “เรื่องที่ขัดใจมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการเล่นดนตรีนี่แหละ ผมไม่ค่อยดื้อกับพ่อแม่ เป็นคนเรียบร้อย แต่สมัยเรียนคณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ ผมไว้ผมยาวถึงตูด พ่อแม่เขาก็จะมองว่าผมเป็นเด็กไม่ดี”

เจน: “สมัยเรียนมหา’ลัยจะเกเรมาก ไม่เรียนหนังสือหนังหา แต่พอโตมาก็เลิกแล้ว เจนคนนั้นตายไปแล้ว (หัวเราะ) นานๆ จะกลับมาที”

มีอะไรอยากเล่าถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘พ่อซึม แม่เซ็ง’ มาอุ่นเครื่องให้ฟังกันหน่อย

“คอนเสิร์ตในครั้งนี้แฟนเพลงจะได้ฟังเพลงใหม่และเพลง B Side ที่แฟนๆ อยากฟัง พร้อมการกลับมาของ ‘ต้น’ อดีตมือกีตาร์ของวง นอกจากนี้ยังมีพี่น้องศิลปินจากค่าย Microwave วงเปิดมี 2 วงคือ YENTED กับ The Whitest Crow อย่างวง YENTED เรารู้จักกันเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว รู้สึกว่าเพลงเพราะและชอบน้องๆ มานานแล้ว เราเห็นภาพตัวเองสมัยก่อน สภาพแต่ละคนเมื่อเล่นเสร็จจะเละเทะ เหมือนเห็นภาพซ้ำของวงที่เมื่อก่อนเวลาเราได้ไปเล่นที่ไหน คงจะดีถ้าได้มาเล่นด้วยกัน ส่วน The Whitest Crow ไม่มีอะไรอยากจะพูดถึงครับ เขียนไปด้วยนะ (หัวเราะ) จริงๆ วงนี้เป็นวงพี่วงน้องมาตลอด เขาเห็นวงเรามาตั้งแต่ทำเพลงช่วงแรก คอยช่วยเหลือกันมาตลอด ถ้าจะมาจบที่คอนเสิร์ตนี้ วง The Whitest Crow ก็น่าจะมาเล่นด้วยกัน”

**บัตรหน้างานราคา 1,200 บาท งานจัดที่ The Circus Studio (G Village Bangkok) ซอยลาดพร้าว 18 เวลา 16.00 น. ในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่ คอนเสิร์ต พ่อซึม แม่เซ็ง

สมาชิก
เจน–เจนศักดิ์ดา จาระณะ (ร้องนำ)
แทน–แทนพันธุ์ คณะเจริญ (กีตาร์)
เต้–วทัญญู สุริยวงศ์ (เบส)
แป๊ก–รัชชา วัฒนจิตรานนท์ (กลอง)
อุณ–คีตา วังขจรวุฒิศักดิ์ (กีตาร์) 

ติดตามผลงานเพลงของพวกเขาได้ที่ electric.neon.lamp.band

ภาพ: รวินทร์ สุจฉายา