Editor's Talk - The Reminiscence of 1997 Happy Together

ตอนที่ ‘เด่น-นิรามย์ วัฒนสิทธิ์’ เริ่มทำร้าน Eden’s และค่อยๆ บอกเล่าถึงที่มาของแต่ละสิ่งในร้าน ซุ้มประตูระหว่างห้องครัว และพื้นที่สำหรับแขกในร้านที่ช่างกำลังทุบเพื่อทำให้สวยงาม แต่สุดท้ายภาพที่เห็นในทุกวันนี้คือปูนเปลือยที่ล่อนจนเผยเห็นอิฐจนดูเหมือนสร้างไม่เสร็จหรือทุบไม่เสร็จ แต่ทว่ามันเป็นความจงใจของเจ้าของร้านเองที่บอกให้ช่างหยุดทำเพราะพอใจแล้ว และเห็นว่านั่นคือความสวยงามในสายตาของเขา เช่นเดียวกันกับผนังของร้านที่คงความเก่าแก่บอกอายุและภาพดั้งเดิมของตึกในย่านหลานหลวงไว้ 

ครั้งแรกที่เห็นร้านของเด่นเสร็จ ผมคิดภาพในหัวไว้ว่าถ้าจะถ่ายแฟชั่นที่นี่ ผมจะถ่ายแบบในหนังเรื่อง ‘Happy Together’ ของหว่อง การ์-ไว 

กว่าหนึ่งปี หลายครั้งที่ผมเพียรโทรมาขอความช่วยเหลือเด่น เจ้าของร้าน Eden’s ในการถ่ายแฟชั่น มักเกิดความไม่ลงตัวเสียที แต่จู่ๆ ในความรวดเร็วของคิวการถ่ายปกฉบับนี้ ซึ่งตรงกับวันจันทร์ วันที่ร้านปิดพอดี เด่นว่าง ร้านว่าง และสองหนุ่มบนปกของเรา แม็กซ์กับตุลย์ ซึ่งเป็นนักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง ‘Together with Me’ ก็ว่าง ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ มันทำให้ทุกอย่างลงตัวอย่างเหมาะเหม็ง และสิ่งที่เคยคิดไว้เมื่อปีที่แล้วก็เกิดขึ้น

“เด็กสมัยนี้จะรู้จัก Happy Together เหรอวะ” ตูน เจ้าของร้าน Alex & Beth ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ร้าน Eden’s เพื่อนอีกคนที่ผันตัวจากคนทำนิตยสารมาเปิดร้านอาหารเอ่ยถาม เออ…จริงสิ 

ผมเองก็มักพูดกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ว่าทำไมคนนั้นคนนี้ยังติดอยู่ในโลกเก่าของตัวเอง สิ่งที่ตัวเองเติบโตมา สิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและหลงใหลในอดีต และมักกลับไปทำซ้ำจนเสมือนว่าโลก
ที่หมุนไปจากวันนั้น หรือความเป็นปัจจุบันไม่มีความหมายกับพวกเขาเลย และกลับกลายเป็นว่าผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะทั้งอารมณ์ ภาพสีเหลืองซีด ความเปลี่ยวเหงา ในหนังเรื่อง Happy Together หรือสิ่งที่เราเรียกว่า ‘ความหว่อง’ คือความชื่นชอบหลงใหลส่วนตัวของผม 

ว่าแต่เด็กเจนฯ ปัจจุบันหรือที่เราเรียกว่า ‘สาววาย’ ที่ตามกรี๊ดซีรีส์เรื่อง Together with Me จะเคยดูหนังเรื่อง Happy Together ไหม (อย่าว่าแต่แฟนคลับเลย แม็กซ์และตุลย์เองก็ไม่รู้จัก) เขาจะเก็ตไหมถ้าเรานำนักแสดงสองคนที่เขารักและชื่นชอบมาสร้างสรรค์ในอารมณ์แห่งยุคของอดีตที่ตัวเราเองชื่นชอบและโหยหาอาลัย ทำไมเราไม่ถ่ายภาพในแบบที่สาววายซึ่งเป็นแฟนคลับกลุ่มใหญ่ของสองนักแสดงและซีรีส์เรื่องนี้อยากดู ภาพที่แสดงอารมณ์ความจิ้น ความจิกหมอน เหมือนบางซีนในเรื่องที่ทำให้ซีรีส์นี้โด่งดังจนมีภาคสอง และกำลังจะออนแอร์ในไม่ช้านี้ หากว่ากันตามหลักการตลาด เรากำลังทำถูกหรือเปล่า เราคิดมากไปไหม หรือเรายังติดอยู่แต่กับอดีตและสิ่งที่เราคิดว่ามันสวยงาม โดยอ้างอิงมาจากอดีตและความหลงใหลส่วนตัวของเรา 

นั่นเป็นสิ่งที่ผมนำกลับมาคิดหลังจากได้ยินคำถามจากตูน และไม่ได้ตอบไปตรงๆ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ตัดสินใจทำในแบบที่ตั้งใจไว้แต่ต้น เพราะคิดว่าไม่ว่าจะมีคนรู้จักหรือเคยดูหนังเรื่อง Happy Together หรือไม่ สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่แค่การทำให้เหมือนกับภาพที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์มากที่สุด แต่มันคือการทำให้สวยที่สุดในสไตล์ของเรา ในแบบที่เราคิดและยึดมั่นว่านี่คือความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา 

มันก็คงเหมือนกับอีกหลายๆ เรื่องที่เรามักจะใช้ประสบการณ์ส่วนตัว รสนิยม ฉันทาคติ แม้กระทั่งอคติอื่นๆ ในการเข้าถึงคอนเทนต์นั้นๆ “มันไม่ใช่การติดอยู่กับอดีตหรอก ตราบใดที่แกไม่ได้เอาเลสลี่ จาง กับเหลียงเฉาเหว่ย กลับมาถ่าย ไม่แน่นะอาจจะมีเด็กรุ่นใหม่สนใจอยากดูหนังเรื่อง Happy Together จากภาพแฟชั่นในฉบับนี้ก็ได้” เพื่อนอีกคนบอก 

ก่อนที่ผมจะตอบไปว่าถ้ายังหาแผ่นหนังมาดูได้นะ เพราะร้านเฟมที่ท่าพระจันทร์ก็ปิดตัวลงแล้ว

สันติชัย อาภรณ์ศรี

บรรณาธิการบริหาร