Editor's Talk - The ขุนพันธ์ Day

ไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิง หรือช่วงนั้นอินอะไรอยู่ เมื่อได้คิวสามนักแสดงนำจากหนังเรื่อง‘ขุนพันธ์ 2’ ผมก็ดำริอยากจะถ่ายที่โกดังรถไฟ!

​เรานัดกันช่วงบ่ายแก่ๆ ที่โรงรถจักรธนบุรี ย่านบางกอกน้อย เนื่องด้วยต้องรอผู้พันเบิร์ดเลิกราชการ ทางเข้าโรงรถจักรนั้นซับซ้อนนัก กว่าที่ผมเองจะไปถึงก็ต้องโทรหาผู้ช่วยถึงสามสี่รอบด้วยความหงุดหงิด ไม่เพียงแค่ผม แต่ทุกคนที่ยังมาไม่ถึงล้วนประสบเหตุการณ์เดียวกัน...คือหาสถานที่นั้นไม่เจอ ได้ยินแต่เสียงรถไฟ

​สี่โมงเย็น ผู้พันเบิร์ดโทรมาบอกว่าอยู่แถวๆ ศิริราช แต่ไม่รู้จะไปยังไงต่อ หลังจากพยายามบอกเส้นทางกันทางโทรศัพท์ ที่ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่อง ผมจึงบอกผู้พันเบิร์ดว่าทำยังไงก็ได้ ขับมาให้เจอวงเวียนตึกปิยมหาราชการุณย์ ผมเดินไปรอผู้พันเบิร์ดที่นั่น แต่ลืมถามไปว่าแล้วผู้พันเบิร์ดขับรถสีอะไรมา ไม่นานก็มีรถจิ๊ปทหารสีเขียวขับออกมาจากศิริราช เอ...ใช่ไหมนะ ผมชั่งใจ แต่คงไม่มีใครขับรถทหารมาแถวนี้หรอก ว่าแล้วก็ตัดสินใจโบกไม้โบกมือกระโดดเหยงๆ ซึ่งก็ใช่ผู้พันเบิร์ดจริงๆ

​ไม่นานอนันดาก็มาถึง “ทำไมหาทางเข้าเจอล่ะ” ผมถาม “เคยมาแล้ว เคยถ่ายหนังที่นี่” อนันดาตอบ ซึ่งเขาเป็นคนเดียวที่ไม่โทรถามเส้นทางจากใครเลย จากนั้นผมก็ได้รู้ว่าที่นี่เคยเป็นฉากในหนังเรื่อง ขุนพันธ์ ภาคแรกมาก่อน อะไรจะบังเอิญเช่นนี้! (ขอสารภาพว่าผมไม่ได้ดู ขุนพันธ์ ภาคแรกเลย)

​เวลาผ่านไปสองชั่วโมง...ในขณะที่ผมกำลังยืนซื้อข้าวมันไก่อยู่ที่ศิริราช เป้ อารักษ์ ก็โทรมา “พี่ๆ ผมหลง” ด้วยความที่หลงไปไกลและมาช้าหลายชั่วโมง ทำให้เป้กัดตัวเองตลอดเวลา พร้อมปวารณาตัวว่า “ผมถ่ายได้ถึงเที่ยงคืนเลยครับ” แต่บอกเลย ไม่มีใครโกรธเป้สักนิด เพราะระหว่างที่รอนั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่จนเรากลัวว่าจะไม่ได้ถ่ายเสียแล้ว

​“เป้ ถอดเสื้อได้ไหม” ยังไม่ทันจบคำถามดี เป้ก็ตอบมาว่า “ได้หมดแหละครับ ผมมาสายแล้วนี่ ให้ผมทำอะไรก็ได้ กระโดดลงจากรถไฟก็ได้” เห็นไหมล่ะว่าเป้น่ารักแค่ไหน สองหนุ่มทั้งอนันดาและเป้แข่งกันวิดพื้นเพื่อปั๊มกล้าม โดยมีสาวๆ ในกองถ่ายยืนเป็นกองเชียร์ ให้กำลังใจ ช่วยนับหนึ่งสองสาม

​แม้ว่าฝนจะเพิ่งหยุด แต่ในโรงซ่อมรถจักรนั้นร้อนอบอ้าวสิ้นดี ประกอบกับไฟถ่ายหนังขนาดหลายพันวัตต์ร้อนแทบไหม้ ทั้งกลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นกำมะถันจากพลุควันที่จุดประกอบการถ่ายคละคลุ้งจนแทบจะหายใจไม่ออก แต่ไม่มีใครบ่นสักคำ ผู้พันเบิร์ดเดินมาถามมู้ดแอนด์โทนในการถ่าย บอกไปสองประโยคผู้พันก็เข้าคาแร็กเตอร์ได้ทันที เป้ อารักษ์ เองทั้งปีนรถไฟ ลงไปในหลุมบ่อที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ก็ยังคงร่าเริงได้ตลอด ส่วนอนันดานั้นไม่ต้องพูดถึง เขาคือขวัญใจคนในกองที่มีแต่เสียงโห่ฮิ้วตลอดการถ่ายรูป

​ก่อนจะถ่ายปกครั้งนี้ เราพูดคุยกันนานพอสมควร ทั้งคอนเซ็ปต์การถ่าย สถานที่ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบ เป้และอนันดาเองก่อนจะมาถ่ายแฟชั่นกับเราก็ตระเวนเดินสายโปรโมตกับสื่อทั้งวัน ผู้พันเบิร์ดก็ต้องทำงานตามเวลาราชการ และพรุ่งนี้เช้าทุกคนมีนัดถ่ายเพิ่มเติมอีกตอนเจ็ดโมงเช้า แต่ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่เราทำและยินยอมที่จะทำไปด้วยกัน แม้ว่าจะเหนื่อยหนักมาทั้งวัน แม้ว่าจะร้อนและลำบากขนาดไหน แม้ว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน และพรุ่งนี้ต้องทำงานตอนเจ็ดโมงเช้า แต่ที่มากกว่าความเข้าใจ คือความชื่นชอบและชื่นชมในผลงานที่ออกมา

​ในยามที่ค่าตัวการออกอีเวนต์ของดารามีราคาชั่วโมงนับแสน ภาพถ่ายดาราหาดูได้ในอินสตาแกรมส่วนตัว การถ่ายแฟชั่นที่กินเวลาครึ่งค่อนวันในสถานที่ที่ไม่สะดวกสบายนัก คงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่เราก็พยายามทำให้มันเกิดขึ้น และหวังว่าทุกคนจะชื่นชอบและชื่นชมไม่ต่างจากเรา

สันติชัย อาภรณ์ศรี

บรรณาธิการบริหาร