Editor's Talk - Family Issue

เลือดข้นกว่าน้ำจริงหรือ...ในทางวิทยาศาสตร์คงจะจริง แต่นี่เรากำลังพูดถึงคำเปรียบเปรยระหว่างคนสายเลือดเดียวกันกับคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง 

ผมเกิดในครอบครัวเดี่ยว มีเพียงพ่อแม่และพี่น้องอีกสองคน รวมเป็น 5 ชีวิต ญาติทางฝั่งพ่อนั้นอยู่ไกลกัน ไม่ค่อยได้สุงสิงกันเท่าไร มักจะไปเยี่ยมกันในช่วงวันสำคัญๆ อย่างสงกรานต์หรือวันปีใหม่เท่านั้น อาจเป็นเพราะพ่อของผมนั้นแยกตัวออกมาจากครอบครัวตั้งแต่หนุ่มๆ ก็เป็นได้ จำได้ว่าตอนเด็กสัก 10 ขวบปู่เสียชีวิต ผมไปงานศพปู่ ในตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ เหมือนไปเที่ยวเล่นงานที่มีคนเยอะๆ มากกว่า จำแม้กระทั่งหน้าปู่ไม่ได้ด้วยซ้ำไป

ส่วนครอบครัวฝั่งแม่ อาจจะคุ้นเคยกันมากหน่อย เพราะกว่าเราจะแยกบ้านออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยว เราเคยอาศัยอยู่ในบ้านตายาย ที่มีสมาชิกในครอบครัวเกือบ 20 คน ซึ่งนั่นทำให้ได้เรียนรู้ว่าคำว่าร้อยพ่อพันแม่ที่ใช้อธิบายถึงผู้คนซึ่งมีที่มาแตกต่างกัน แต่ต้องมารวมอยู่ด้วยกัน จึงมักจะเต็มไปด้วยปัญหา เพราะความแตกต่างนั้นไม่เป็นความจริงเสมอไป 

เพราะจากที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มีคนเยอะๆ - แม้จะไม่ได้มาจากพ่อแม่เดียวกันทั้งหมด แต่ถือว่าสืบสายเลือดมาจากตายายเดียวกัน ผมยังรู้สึกได้เลยว่าเต็มไปด้วยปัญหานานามากกว่าการอยู่ร่วมกับผู้คนร้อยพ่อพันแม่จริงๆ เสียอีก

อาจเป็นเพราะว่าเมื่อเราต้องอยู่ร่วมกับผู้คนที่มาจากร้อยพ่อพันแม่ ด้วยความที่ไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อกันนี่แหละที่ทำให้เราต้องวางตัวด้วยการมีระยะห่าง ผสมกับสิ่งที่เรียกว่ามารยาทและความเกรงใจ (แน่นอนว่าไม่ได้มีกันทุกคน) อีกทั้งยังมีกฎเกณฑ์หรือสิ่งที่ไม่ได้สร้างแต่เป็นที่รับรู้โดยกลายๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกัน นั่นเป็นสิ่งที่อาจจะช่วยให้การอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มากที่มาจากคนละทิศละทางนั้นมีปัญหาน้อยกว่าการอยู่ร่วมกันกับญาติมิตรในครอบครัวของตัวเองเสียอีก

เราเคยมีกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวไหม?

เชื่อว่ามีแหละ แต่มันเป็นกฎจริงจังที่รับรู้และยอมรับโดยทั่วกันหรือเปล่า? หรือว่าในความเป็นสายเลือดเดียวกันนั้น มันเป็นข้ออ้างเพียงพอในการยกเลิกกฎเหล่านั้นโดยปริยายหรือเปล่า? ยกตัวอย่างง่ายๆ แม่ ผู้ซึ่งใช้ความเป็นแม่เป็นกฎสูงสุดของบ้าน ก็มักจะทำในสิ่งที่อาจจะละเมิดกฎการอยู่ร่วมกันอื่นๆ เช่น เคลื่อนย้ายข้าวของของลูกโดยไม่บอกกล่าว แต่ให้เหตุผลว่าต้องจัดบ้านให้เป็นระเบียบ

ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่น่าจะเกิดขึ้นกับทุกบ้าน

แต่นั่นก็เป็นเรื่องหยุมหยิมเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราแค่กระฟัดกระเฟียดเท่านั้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ถึงกับ ‘มีใครตาย’ แต่ในบางกรณีก็ ‘มีคนตาย’ เหมือนดังเช่นละคร ‘เลือดข้นคนจาง’ ที่กำลังออนแอร์และเป็นกระแสสังคมอยู่ในตอนนี้ ซึ่งในโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์เรื่องราวและข่าวในอดีตที่อ้างกันว่าเป็นแรงบันดาลใจและพล็อตของละครเรื่องนี้ 

อะไรที่ทำให้คนสายเลือดเดียวกันฆ่ากันได้ คำว่าสายเลือดเดียวกันไม่ได้มีความพิเศษมากพอที่จะหยุดยั้งการกระทำเช่นนี้หรือ ไม่เพียงแค่ละครเรื่องนี้ หรือเหตุการณ์ที่ (เขาว่ากันว่า)นำมาสร้างเป็นละคร แต่ข่าวคราวที่เรามักจะได้อ่านอยู่เนืองๆ ทั้งลูกฆ่าแม่ฆ่าพ่อ พ่อแม่ฆ่าลูก ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าคำว่า ‘เลือดข้นกว่าน้ำ’ หรือคำว่า ‘สายเลือด’ ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นแต่อย่างใดในการกระทำระหว่างคนกับคน และมันก็คงขึ้นอยู่กับว่าเรายึดคำว่าสายเลือดเดียวกันในแบบไหน แบบที่ยิ่งต้องปฏิบัติดีต่อกัน หรือเรากลับใช้คำนั้นเรียกร้องเพื่อตัวเองมากเกินไป?

เพราะฉะนั้นถ้าบางครั้งแม่จะเก็บของของเราไปโดยไม่บอก หรือพี่น้องสักคนหยิบของเราไปใช้โดยไม่ขอ ก็แค่ทวงถามหรือไปเอาคืนมา เพราะนี่มันเรื่องจิ๊บจ๊อย — ‘ไม่มีใครตาย’


สันติชัย อาภรณ์ศรี

บรรณาธิการบริหาร