Editor's Talk - A Song That Changed My Life

หนึ่งในเพลงที่กลายเป็นเพลงประจำตัวของใครหลายๆ คนน่าจะมีชื่อของ ‘Live and Learn’ เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพลงซึ่งร้องโดยคุณกมลา สุโกศล แคลปป์ แต่งโดยบอย โกสิยพงษ์ เนื้อร้องที่กลั่นมาจากช่วงชีวิตที่ผิดพลาดของเขา ใช่...ใครจะไปคิด บอย โกสิยพงษ์ ผู้ที่ดูอบอุ่น ใจดี มีความสุข จะมีช่วงชีวิตที่หนักหนาจนสามารถกลั่นออกมาเป็นเพลงที่จับจิตจับใจผู้คนได้ดังเช่นเพลงนี้ และเพลงนี้เองที่ถ่ายทอดความหมายและพลังสู่ชีวิตของอุ๋ย-นที เอกวิจิตร หรือ ‘อุ๋ย Buddha Bless’ ในยามที่ชีวิตเต็มไปด้วยบททดสอบจนแทบจะเกินต้านทาน

ในขณะเดียวกัน น้อย-กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ ‘น้อย วง Pru’ ก็มีเพลงที่เป็นตัวแทนของเขาและวง Pru เช่นเดียวกัน เพลงที่มีชื่อเดียวกันกับวง อันมาจากเด็กขายพวงมาลัยคนหนึ่งที่เขามีโอกาสได้พบเจอ และเรียกเด็กน้อยคนนั้นว่า ‘พรู’ แม้ว่ามันจะไม่ใช่เพลงที่โด่งดังเหมือนกับ ‘แค่’ หรือ ‘ทุกสิ่ง’ แต่เป็นเพลงที่ขับเคลื่อนให้ Pru สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ออกมา

ไม่นานมานี้ อะเดลเพิ่งจะลงภาพในอินสตาแกรมเป็นรูปปกอัลบั้ม The Miseducation of Lauryn Hill ของลอรีน ฮิลล์ จาก ปี 1998 ซึ่งครบรอบ 20 ปีพอดีในปีนี้ พร้อมเขียนแคปชั่นว่านี่คือ “My Favourite Record of All Time.” ที่มีส่วนก่อรูปก่อร่างแนวทางเพลงของเธอที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ความรัก และชีวิต เช่นเดียวกันกับเพลงในอัลบั้มนี้ของลอรีน ฮิลล์ เพียงแต่แนวเพลงนั้นต่างกัน คนหนึ่งทำเพลงฮิปฮอป อีกคนทำเพลงป๊อป 

ผมจำได้ว่าผมมีเทปคาสเซ็ตต์อัลบั้มนี้ของลอรีน ฮิลล์ ในช่วงเรียนชั้น ม.3 หรือ ม.4 นี่แหละ ซิงเกิ้ลแรก ‘Doo Wop (That Thing)’ ขึ้นอันดับหนึ่งบิลบอร์ดชาร์ต ด้วยท่วงทำนองความโจ๊ะของฮิปฮอปโอลด์สคูล แต่สิ่งที่ทำให้ผมรีบไปร้านขายเพลงก็คือซิงเกิ้ลต่อมา ‘Ex-Factor’ บอกตามตรงในวัยนั้นผมยังไม่เข้าใจหรอกกับความเจ็บปวดในความรักแทบเจียนตายที่เธอบรรยายไว้ในบทเพลง แต่เสียงของลอรีน ฮิลล์ นั้นทำให้เราเข้าใจอารมณ์ของเธอได้ แม้จะไม่เข้าใจเนื้อร้องร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม วันแรกที่ได้อัลบั้มนี้มา ผมเปิดฟังวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายเพลงแทบจะไม่เข้าใจเลย เพราะฟังไม่ออกว่าเธอแร็ปว่าอะไร อีกทั้งศัพท์สแลงของคนผิวสีก็ไม่คุ้นหู อย่างเพลง ‘To Zion’ ที่เธอกล่าวถึงลูกชายของตัวเอง เวลานั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต การจะรู้เรื่องราวชีวิตหรือข่าวคราวของบุคคลผู้มีชื่อเสียงสักคน เราต้องรออ่านจากนิตยสารเพียงเท่านั้น ผมเปิดดิกชันนารีทุกเล่มที่มี คำว่า Zion ก็ล้วนเป็นชื่อของเทือกเขาในเยรูซาเล็ม กว่าจะรู้ว่าลูกชายของเธอชื่อ Zion ก็หลงเข้าใจมาตั้งนานว่าเธอร้องเพลงเกี่ยวกับเทือกเขาไซออนในเยรูซาเล็ม แต่เพลงนี้เองที่ให้ผมเข้าใจถึงความสวยงามของบทเพลงและท่วงทำนองมากกว่าคำร้อง โดยเฉพาะเสียงกีตาร์ของวง Santana ที่มาร่วมฟีเจอริ่งในซิงเกิ้ลนี้ 

หลายคนน่าจะชอบเพลง ‘Can’t Take My Eyes off of You’ ในเวอร์ชั่นลอรีน ฮิลล์ ซึ่งเป็น Hidden Track ในอัลบั้มนี้ ซึ่งเท่และมีกรูฟกว่าเวอร์ชั่นไหนๆ (และอาจจะเป็นเพียงเพลงเดียวในอัลบั้มที่ผมร้องตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ) ส่วนผมชอบ Hidden Track อีกเพลงมากกว่า คือ ‘Tell Him’ (แม้ตอนนั้นจะยังไม่เข้าใจว่า Him ที่เธอกล่าวถึงคือ ‘พระเจ้า’ ก็ตาม)

วันหนึ่ง (ตอนเด็ก) แม่เดินเข้ามาหาในห้องนอน แล้วถามผมว่าชอบฟังอะไรนักหนากับเพลงของ **** (คำพูดของแม่อาจจะฟังดู Racism มากไปนิดหนึ่ง) ผมก็ตอบแม่ไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงเปิดอัลบั้มนี้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และกลายเป็นอัลบั้มที่ฟังบ่อยที่สุดโดยไม่ข้ามแม้แต่แทร็กเดียว แม้จะไม่เข้าใจทุกคำที่เธอร้องก็ตามที จนถึงปัจจุบันนี้หากจะมีอัลบั้มไหนที่ผมจะเปิดฟังจากยูทูบไปเรื่อยๆ โดยไม่ข้ามแทร็กไปจนจบอัลบั้ม The Miseducation of Lauryn Hill ของลอรีน ฮิลล์ ยังคงเป็นหนึ่งในท็อปทรีสำหรับผมเสมอ

ผมไม่แน่ใจว่าอัลบั้มของลอรีน ฮิลล์ ได้เปลี่ยนชีวิตของผมเหมือนกับอะเดล หรือเหมือนกับเพลง Live and Learn ที่มีอิทธิพลในชีวิตของอุ๋ย Buddha Bless ขนาดนั้นหรือเปล่า แต่ที่เปลี่ยนแน่ๆ คือตอนนี้เทปคาสเซ็ตต์กลายเป็นของสะสมหายาก (เหมือนดังมารายห์ แครีย์ ที่เพิ่งออกอัลบั้มใหม่ล่าสุดในรูปแบบเทปคาสเซ็ตต์) และในตลาดซื้อขายของสะสม มันมีมูลค่ามากกว่าที่เคยซื้อมาในราคา 199 บาทแน่นอน!

สันติชัย อาภรณ์ศรี

บรรณาธิการบริหาร