CANDYMAN - มาร์ค มรุวุตม์ บูรณศิลปิน

มาร์ค-มรุวุตม์ บูรณศิลปิน เจ้าแม่แฟชั่นแห่งบล็อก MM Candy มาในลุค Pajamas จาก Fendi ทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวขนเฟอร์ลายเสือของไทยดีไซเนอร์จากแบรนด์ Takarawong ในวันนั่งสัมภาษณ์เบาๆ คงไม่ต้องบอกแล้วว่า มาร์ค ชอบการแต่งตัวมากแค่ไหน


เริ่มสนใจแฟชั่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่

เริ่มสนใจตั้งแต่ตอนเด็กๆ ด้วยความที่เราสนิทกับคุณแม่ เมื่อก่อนท่านจะมารับที่โรงเรียนแล้วก็จะพาไปร้านตัดเสื้อแถวสุขุมวิทที่ใกล้กับโรงเรียน ซึ่งในร้านเสื้อผ้าก็มีพวกหนังสือ นิตยสารแฟชั่นต่างๆ ทำให้เวลารอคุณแม่อยู่เราก็จะชอบเปิดไปเปิดดูคิดว่าตรงนั้นน่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ชอบเสื้อผ้าและรักแฟชั่นจนถึงวันนี้


เห็นพี่มาร์คจากใน Instagram ส่วนใหญ่ชอบใส่เสื้อออกแนวเเฟมินีน

ใช่ครับก็อย่างที่บอกว่าเป็นคนที่สนุกกับแฟชั่นแล้วก็ไม่ค่อยปิดกั้นตัวเองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่าไหร่ ชอบในการแต่งตัว ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอารมณ์นั้นช่วงนั้นๆ บางทีจะแต่งตัวเป็นแนวพั้งค์ สีสัน หรือคลุมโทน เราก็จะเลือกชุดที่เราใส่แล้วเราสบายใจ เราสนุกกับตรงนั้น


ไอเท็มแรกของผู้หญิงที่เริ่มเอามา Mix and Match ให้กับตัวเอง

น่าจะเป็นชุดเดรสเลย ( หัวเราะ ) แต่ก็ไม่ได้ใส่ตัวเดียวนะ เราเอาไปแมตร์กับกางเกง แล้วก็มีเสื้อเชิ้ตใส่ไว้ข้างใน จริงๆ มานั่งดูตัวเองแต่งตัวตอนนั้นเราก็ตลกเหมือนกันว่า ตัวเองทำไปได้ยังไง แต่ก็อย่างที่บอกมันเหมือนข้อผิดพลาดในอดีต แต่ก็ทำให้เราเห็นว่าเราชอบการแต่งตัวมากขนาดไหน


แฟชั่น กับ สไตล์

พี่รู้สึกว่าคำว่า แฟชั่น กับ สไตล์ เป็นสองคำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คำว่าแฟชั่นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นเพราะคนจำนวนมากเขาใส่กันมากมันถึงเกิดคำว่าแฟชั่นขึ้นมา แต่สไตล์หรือคำว่า Personal Style มันจะไม่ค่อยเปลี่ยน เพราะฉะนั้นสไตล์ของพี่ที่เป็นคนชอบแต่งตัวเป็นคนชอบทดลองกับอะไร มันก็จะเป็นสไตล์แบบเหมือนใน IG ของพี่


ล้วฟีดแบ็กตอนที่เราแต่งตัวเป็นยังไงบ้าง

มีทั้งชอบและไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา อาจจะไม่ได้ถูกกระทำหรือไม่ได้มาจากคำพูด แต่จะโดนเรื่องสายตามากกว่า คนอื่นที่เขามองมาก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องประหลาด สังคมส่วนใหญ่ผู้ชายคงไม่กล้าที่จะเอาเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ มันเป็นธรรมดาอยู่แล้วเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ยอมรับได้เพราะว่าเราอยู่ในสังคมหมู่มาก เราจะมาแต่งตัวตามใจเราทั้งหมดทุกวันมันก็ไม่ได้ ด้วยงานต่างๆ เราอาจจะต้องมีวันที่ต้องฝืนใจบ้าง แต่เราจะต้องแต่งตัวให้เกียรติกับงานนั้น ดูโอกาสที่เราใส่ด้วยนะบางทีงานเขามี Theme หรือว่ามี Dress Code เราก็พยายามแต่งตาม Dress Code นั้นๆ หรือถ้าเป็นงานที่พิธีการมากจะมาลุกขึ้นมาใส่เดรสเป็นผู้หญิงที่แหกแหวกแนวอะไรมากเกินไปมันก็คงไม่เหมาะ


คิดยังไงกับแฟชั่นไม่จำกัดเพศ

พี่ว่าจริงๆสมัยนี้มันไม่มีคำว่า Ungendered แล้วนะ เสื้อผ้ามันก็คือเสื้อผ้า อย่างบางคนเป็นผู้ชายแต่ใส่ชุดเดรสพี่ว่าเค้าไม่ได้แต่งหญิง แต่พี่ว่าเขารู้สึก Appreciate แล้ว Enjoy ในเสื้อผ้าชิ้นนั้น ชอบดีไซน์ หรือเป็นดีไซเนอร์ที่เขาชื่นชอบมากกว่าการที่จะเอาเสื้อผ้ามาแบ่งแยกว่า ฉันใส่แล้วดูเป็นผู้หญิงอะไรแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดอะไรก็ตามสุดท้ายมันก็คือเป็นสไตล์ของเรา ไม่มีผิดไม่มีถูก


ไอท็มที่ชอบ

ชิ้นที่ชอบมากก็จะเป็นเสื้อแขนยาวผ้าชีฟองสีขาววินเทจของผู้หญิงจาก Givenchy กับสูท Armani ที่เป็นของผู้ชาย คือเราซื้อหมดถ้าดูแล้วเนื้อผ้าดี เราถูกใจ ชอบดีไซน์ ชอบสี เราก็จะซื้อไม่ต้องมาคิดว่าอันนี้ชุดสำหรับผู้หญิงหรือผู้ชาย ยิ่งพวก กระเป๋าที่เป็นทรงผู้หญิงใบเล็กๆ เราจะชอบอย่างมากเป็นพิเศษ เช่น กระเป๋าของ FENDI จะปักเลื่อมเป็นงานมือหมดเลยตัดต่อด้วยขนเฟอร์ ส่วนหนึ่งเราเคยเป็นสไตลิสต์มาก่อน ทำให้เรามีเครื่องประดับของผู้หญิงเยอะมากทั้งรองเท้าส้นสูง สร้อย ต่างหู ซึ่งที่สำคัญเราสามารถใส่มันได้ด้วย


ความสนุกของการ Mix and Match

ความสุขแหละ เพราะว่าถ้าเราแต่งตัวแล้วเรามีความมั่นใจ เราก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ ถ้าเราใส่เสื้อผ้าอะไรที่มันไม่เป็นตัวเรา แล้วเรารู้สึกอึดอัดมันวันนั้นเราจะคิดอะไรไม่ออกทำอะไรก็จะหงุดหงิดไปทั้งวัน เคยนะที่แต่งตัวออกมาแล้วประมาณครึ่งทางเรารู้สึกว่าชุดวันนี้ไม่ใช่ (หัวเราะ) ก็ขับรถกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องชุดขนาดนั้นเลย


เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนอื่นเค้าจะมองเรายังไงจุดยืนสำคัญของเรา คือ

จุดยืนคือเป็นตัวเราดีที่สุด เราเชื่อมั่นในตัวเรา ทำในสิ่งอะไรที่มันเหมาะ หัดส่องกระจก แล้วตัดสินใจเอง ว่าอันไหนดูดีสำหรับเรา พอเรารู้สึกดีพี่ว่ามันทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ทำอะไรก็สะดวกขึ้น