Camera Roll - ALL ALRIGHT

Written by
26.02.18 44 views

ตลอดปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นอีกปีที่สร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับผมเยอะมาก เหมือนอะไรๆ มันเริ่มกระจ่างชัดในใจเรา ว่าเราคือใคร และจะเดินต่อไปอย่างไรในอนาคต จนหน้าปฏิทินก็เปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่จนได้

ปีที่แล้วผมยังคงรับงานโฆษณาอย่างต่อเนื่อง แถมด้วยการรับงานแสดงในบทบาทที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งภาพยนตร์และละครเวที จนหลายคนชอบแซวว่าผมเป็นเป็นดาราไปแล้วเหรอ ในเฟซบุ๊กก็มักมีเพื่อนๆ มาทักทาย... ไม่สิ ส่วนใหญ่ก็มาแซวนั่นแหละครับ “ว่ายังไงดารา” บางคนสนิทหน่อยก็เอาลิงค์งานแสดงผมมาโพสต์แปะหน้าวอล “ดังใหญ่แล้วนะ” ความจริงต้องบอกว่าผมรับงานโฆษณามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ เลยนะ แต่มันนานมากจนหลายคนอาจจะจำไม่ได้ พอโตมาก็กลับมารับอีกครั้ง และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ได้คิดหรอกครับว่าเราแสดงดีหรือไม่ดี หล่อหรือไม่หล่อ ผมมองว่ามันคือโอกาส เมื่อมีโอกาสอะไรเข้ามา และผมมองว่ามันน่าสนใจ ท้าทายตัวเอง ผมก็ลองทำมันก็เท่านั้น ชีวิตเราต้องการสีสันและการได้ทดลอง

อย่างช่วงปลายปีที่ผ่านมา อยู่ๆ ผมก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Sleepwalkers’ ละครเวทีเรื่องแรกของผม งานนี้ได้พี่ อ้น-นพพันธุ์ บุญใหญ่ ที่ฝากผลงานละครเวทีไว้มากมาย มีหรือผมจะไม่รับโอกาสนี้ไว้ ผมต้องเวิร์คช็อป ต้องฝึกฝนทักษะการแสดงเพิ่มมากกว่าเดิมมาก ถือว่าเป็นการทุ่มเทสุดตัวที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของผมเหมือนกัน กระทั่งวันก่อนแสดงจริงหนึ่งวัน ผมดันป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ โอ้โห... ชีวิตคนเรามันจะซวยอะไรได้ขนาดนั้น สุดท้ายก็ต้องแบกร่างตัวเองไปแสดงจนได้ทั้ง 3 วัน ก่อนจะหยุดพักยาวๆ หลังจากนั้นก็มีผลงานเป็นภาพยนตร์ เรื่อง ‘เปรมิกาวิ่งป่าราบ’ (ที่ได้น้องจีน่า ดี แสดงนำ) ที่เพิ่งฉายเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ก็ถ่ายไว้นานแล้วล่ะ 

กระทั่งช่วงที่หนังกำลังฉาย ก็เป็นช่วงที่ผมเริ่มซ้อม ‘Christmas Story’ ละครเวทีเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิดการแสดงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เรื่องนี้ได้ผู้กำกับชาวญี่ปุ่น (Tanikawa Shogo) มาดูแล ผมว่ามันน่าท้าทายดี ก็เลยรับเล่นแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำให้คนเห็นผมในบทบาทอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนคงอดถามไม่ได้ แต่บางทีหลายคนก็แซวว่าผมไม่เป็นนักดนตรีแล้วหรอ... เฮ้ย! ผมยังเป็นมือกลองอยู่นี่ครับ 

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมเป็นมือกลองให้วง Desktop Error อย่างไร วันนี้ผมก็ยังคงเป็นมือกลองคนนั้นอยู่ การที่ผมหันไปรับงานแสดงหรืองานอื่นๆ ไม่ได้หมายความว่าผมจะเลิกเป็นมือกลอง และไม่ได้หมายความว่าผมจะเลิกเรียนรู้ ฝึกฝนและฟังเพลงใหม่ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและทำให้วงของผมและเพื่อนพัฒนามันต่อไป เรายังคงทำเพลงใหม่ออกมา เรายังคงไปเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ผมยังเล่นดนตรี และมีความสุขกับมัน พวกคุณยังเห็น Desktop Error อยู่ในเทศกาลดนตรีบ้านเราอยู่ ยังเห็นผมตีกลองเหมือนคนบ้าในงาน Cat Expo ยังคงเห็นผมและเพื่อนในงาน Big Mountain ผมไม่ได้หายไปจากวงการดนตรี ที่สำคัญปีที่แล้ว Desktop Error 10th Anniversary มีคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเราตั้งแต่ตนปีที่แล้วด้วยซ้ำ 


เห็นไหมล่ะครับว่าปีที่แล้วชีวิตของผมเดินเร็วมากแค่ไหน มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังยืนยันว่าผมยังไม่ได้วางไม้กลอง ผมยังเป็นนักดนตรีที่แค่อยากมีทักษะอื่นๆ ในชีวิต เหมือนที่แบรต พิตต์เป็นนักแสดงก็จริง แต่เขาก็ทำหลายอย่างได้ คล้ายกันแหละ แค่ผมอาจจะไม่หล่อเท่าเขา ฮ่าๆ... 

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ มันเลยทำให้ผมได้นั่งทบทวนเรื่องราวในชีวิตตลอดช่วงการเป็นนักดนตรีที่ผ่านมา ผมไม่ได้บอกว่า Desktop Error คือวง Post Rock ที่โคตรเจ๋งเลยว่ะ และไม่ได้บอกว่าวงเราดังมากนะ แต่ผมก็รักและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวง ทำให้ผมนึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ได้ไปทัวร์คอนเสิร์ต One Music Camp ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ความประทับใจไม่ได้เกิดจากการที่เราได้ไปทัวร์ต่างประเทศ เพราะก่อนหน้างานนั้น เราเคยไปเล่นคอนเสิร์ตในต่างประเทศกันมาบ้างแล้ว แต่นี่เราได้ไปเฟสติวัลที่เจ๋งมากนะ (จริงๆ Summer Sonic ก็เคยเกือบได้ไป แต่เวลาไม่ลงตัว เลยไม่ได้ไปเสียที แอบเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับมัน) การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล มันคือความประทับใจไม่รู้ลืมเลย เพราะหลายคนคงทราบดีว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คือคนที่ทำอะไรแล้วเขาเต็มที่มาก เขารู้ว่ามาดูเทศกาลดนตรี เขาก็เตรียมตัวมาเพื่อเสพดนตรีจริงๆ แต่ในความฟินกับเสียงเพลง เขาก็ยังมีความเป็นระเบียบ 

ภาพประทับใจเกิดขึ้นตลอดเวลา อย่างภาพหนึ่งที่นึกขึ้นมาทีไรก็อบอุ่นหัวใจขึ้นมาทุกที ก็ตอนที่เห็นครอบครัวหนึ่งเดินจูงมือกันมาดูคอนเสิร์ตกันพ่อแม่ลูก ที่น่ารักกว่านั้นคือบ้านนี้พกถุงขยะใบโตมาด้วย กินอะไรเสร็จ ก็ทิ้งใส่ถุงนี้ ในขณะที่มองไปโซนขายอาหาร ขายเครื่องดื่มก็เห็นบางคนเดินแก้ผ้าเต้นไปทั่วงาน.. ในใจคิดว่าคนนี้แม่งมันสุดๆ เลยว่ะ! แต่นอนนว่าภาพที่ตรึงใจเรามากๆ คือ ตอนที่เราแสดงบนเวที แล้วมองลงมา เห็นกลุ่มวัยรุ่นยืนดูพวกเราตั้งแต่ต้นจนจบ โยกหัวไปตามจังหวะเพลงของเรา กู่ร้อง ปรบมือตามโดยไม่เดินไปไหน มันตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก จนกระทั่งมารู้ตอนหลังว่าทางค่ายเพลงของเรา (So-On Dry Flower) ได้ส่งซีดีมาขายสักพักก่อนหน้าที่เราจะมาแสดงคอนเสิร์ต และซีดีก็ขายหมด แถมเพลงก็ติดชาร์ตของคลื่นวิทยุในบ้านเขาด้วย 

เราโตมากับวัฒนธรรมญี่ปุ่นหลายอย่าง และเรารู้ว่าคนญี่ปุ่นเวลาบ้าดนตรีเขาคลั่งมากแค่ไหน แล้วการที่เขามีฟี้ดแบคที่ดีกับเรา เขาชื่นชอบเพลงเรา ทั้งที่ตั้งใจมาดู หรือไม่ได้ตั้งใจมาดู แต่ก็ดูแล้วสนุกไปกับ Desktop Error ตั้งแต่ต้นจนจบได้ มันโคตรฟินเลยครับ

เมื่อนึกย้อนไปถึงคอนเสิร์ตนั้นทีไร ก็อดมีความสุขสุดๆ ไม่ได้เสียที และยังตั้งมั่นตั้งใจว่าเราจะทำเพลงกันต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆ เพราะมันคืออีกความสุขนับตั้งแต่ตั้งวงดนตรีมา ไปเรื่อยๆ กว่าสิบปีที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ และจะยังเป็นอย่างนี้ต่อไปครับ สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน 


ภัทรพล ทองสุขา

มือกลอง Desktop Error 

หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เม้ง จากโฆษณาหลายต่อหลายชิ้น ด้วยคาแร็กเตอร์ที่ไม่ซ้ำใคร เลยทำให้เขาเป็นที่จดจำได้ไม่ยาก กระทั่งเม้งก้าวสู่นักแสดงทั้งละครเวที หรือแม้แต่วงการภาพยนตร์ที่ดูจะมีผลงานต่อเนื่องไม่ขาดสายมากขึ้นทุกที แต่ทุกครั้งที่พูดถึงดนตรี แววตาและรอยยิ้มของเขาก็แสดงออกมาทันที แม้ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า ละครเวทีเรื่อง Christmas Story ที่มีเขาร่วมแสดงด้วยกำลังจะเกิดขึ้น แต่เม้งยืนยันว่าเขาและเพื่อนๆ ในวง ก็ยังเดินหน้าทำเพลงใหม่อยู่ และไม่นานเกินรอ แฟนเพลง Desktop Error จะได้ฟังอัลบั้มใหม่ของพวกเขาแน่นอน