Business Talk - RAD by sheranut

Written by
26.02.18 68 views

เครื่องสำองาคเพราะเป็นคนใช้เงินเก่งและชื่นชอบลักเซอรี่ไลฟ์สไตล์ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ จึงต้องพยายามหาเงินให้เก่งยิ่งกว่าการใช้เงิน นั่นคือเหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้เธอตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มเงินในกระเป๋าและสร้างฐานชีวิตให้มั่นคงกว่าอาชีพ ‘ศิลปิน’ ที่รัก โดยเริ่มจากแบรนด์เสื้อผ้า Sheranut เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อนจะมาเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอางค์ RAD ในปัจจุบัน



ทำไมถึงเลือกทำแบรนด์เครื่องสำอางค์เป็นธุรกิจที่ 2 ของตัวเอง

“จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากการอยากลองขายเล่นๆ ใน IG มากกว่าค่ะ ตอนแรกคิดแค่ขายสนุกๆ เท่านั้น แต่พอทำไปได้สักพักก็อยากมีลิปสติกเป็นของตัวเอง เพราะน้ำชาเป็นคนชอบทาลิปสติกอยู่แล้ว ประกอบกับเพื่อนมาชวนทำแบรนด์ลิปสติก ก็เลยตอบตกลงและก็แบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยน้ำชาจะคอยดูเครื่องอิมเมจกับด้านครีเอทีฟของแบรนด์ทั้งหมด ทั้งชื่อสีของลิปสติก โลโก้แบรนด์ เทรนด์การแต่งหน้า ชื่อแบรนด์ก็เป็นน้ำชาที่คิดขึ้นมา”

ตั้งชื่อแบรนด์ว่า RAD มีนัยอะไรไหม เพราะถ้าออกเสียงในภาษาไทยแล้วแรงมากเลย

“น้ำชาตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ ส่วนตัวอยากมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อ RAD อยู่แล้ว เวลาออกเสียงเป็นภาษาไทยก็ช่วยสร้างแระแสได้เหมือนกันนะ ประมาณว่าน้ำชาออกลิปสติกยี่ห้อชื่อ ... แล้วนะ หรือน้ำชากล้าตั้งชื่อแบรนด์คอสเมติกแบบนั้นได้ยังไง (หัวเราะ) แต่จริงๆ RAD มาจากคำว่า Radical ที่แปลว่าผู้หญิงซ่า สนุก ซน มีความเกเรเล็กๆ”

นอกจากลิปสติกแล้วจะมีอย่างอื่นตามออกมาหรือเปล่า

“มีอยู่แล้วค่ะ น้ำชาต้องการให้ RAD เป็นแบรนด์คอสเมติก ไม่ใช่แค่แบรนด์ลิปสติกอย่างเดียว แต่คิดว่าสินค้าหลักหรือตัวชูโรงของ RAD ยังไงก็ต้องเป็นลิปสติก ส่วนโปรดักท์อื่นๆ ตอนนี้ก็มีผลิตภัณฑ์รองพื้นออกมาแล้ว ส่วนในอนาคตยังไงก็จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาแน่ เพราะน้ำชาอยากขายให้ครบทั้งหน้า เวลาผู้หญิงเดินเข้ามาในเคาน์เตอร์ของ RAD ก็อยากให้สวยจบได้ทั้งหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ของเราไปเลย อย่าหยุดแค่ลิปสติกเพียงแท่งเดียว”

ได้ความรู้ในการทำเครื่องสำอางมาจากไหน

“น้ำชากับเพื่อนฃ่วยกันตะเวนหาห้องแลปผลิตเครื่องสำอางค์ จนได้ไปเจอกับแลปที่ผลิตเครื่องสำอางค์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย จากนั้นก็บรีฟสูตรตามความต้องการของเราให้แลปนำไปพัฒนาต่อ ซึ่งทั้งหมดก็อิงจากความชอบของน้ำชาและเพื่อนล้วนๆ  อย่างเนื้อลิปสติกก็ต้องเป็นเนื้อแมท แต่ทาแล้วต้องไม่แห้งหรือลอก สีต้องติดทนนานและกันน้ำด้วย สำคัญที่สุดคือสีลิปสติกของ RAD เลือกทำออกมาให้เข้าได้กับผู้หญิงทุกสีผิว ทาแล้วไม่ทำให้ดร็อปหรือดูคล้ำลงไป”

ปกติคลั่งลิปสติกขนาดไหน

“มากเลยค่ะ น้ำชาเป็นคนชอบสะสมลิปสิก ถ้าไปที่บ้านน้ำชาก็จะเจอลิปติกวางเอาไว้เยอะมาก ซึ่งจริงๆ ก็ใช้แค่ไม่กี่แท่งหรอก ก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ หรอกนะ เพราะน้ำชาคิดว่าน่าจะเป็นโรคที่รักษไม่หายของผู้หญิง (หัวเราะ) เวลาเห็นลิปสติกสวยๆ จัดดิสเพลย์ดีๆ แล้วห้ามใจให้ซื้อไม่ได้ เหมือนกับบรยากาศตอนนั้นพาไป แต่บอกก่อนนะคะว่ามีไม่ครบทุกสีทุกแบรนด์ หลักๆ ก็จะมีแค่แบรนด์กับสีที่ชอบเท่านั้นเอง ซึ่งก็ยังเยอะอยู่ดี น่าจะเกินร้อยแท่งแน่ๆ (ยิ้ม)”

ทำธุรกิจมา 2 อย่างในช่าง 4 ปี ตอนนี้มุมมองด้านธุรกิจเปลี่ยนไปแค่ไหน

“มุมมองต่อธุรกิจของน้ำชาเปลี่ยนไปตลอดเลย เพราะในแต่ละปีก็จะมีเรื่องใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอด ทั้งเรื่องการเพิ่มยอดขาย การวิ่งตามกระแส ต้องอัพเดตเทรนด์โลกตลอดเวลา มีอุปสรรคปัญหาให้แก้อยู่ตลอด และต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งต่างจากตัวน้ำชาในสมัยก่อนมาก ตอนนั้นเราจะโฟกัสอยู่แค่ตัวเองเท่านั้น เพราะด้วยความเป็นศิลปินทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก แต่การเข้ามายืนในจุดนี้ทำให้น้ำชาโตขึ้น และได้เห็นโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สนุกดี”

ปัญหาหนักสุดคือเรื่องไหน

“คงเป็นเรื่องทะเลาะกันเองกับเพื่อนนั่นแหละค่ะ เพราะทำงานร่วมกันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งก็ผ่านกันมาได้นะคะ อาจจะเพราะเราเป็นเพื่อนกันด้วยเลยทำให้เคลียร์กันง่าย เราเข้าใจว่าไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์และไม่มีใครเข้าใจเราได้ทุกเรื่อง บางครั้งเวลามีปัญหากันก็ต้องมองข้ามไปบ้าง ปล่อยวางบ้าง เท่านี้ก็ช่วยให้เรารักษาทุกสิ่งเอาไว้ได้ และที่สำคัญคือเราต้องมีสเปซให้กันด้วยนะ ถึงจะเป็นเพื่อนสนิท แต่ถ้าตัวติดกันหรือไม่เว้นที่ว่างเอาไว้เลย คงอึดอัดแย่และไม่น่าจะส่งผลดีเท่าไหร่”

แล้วถ้าถามถึงความโหดร้ายในโลกธุรกิจที่เจอมาล่ะ

“โลกธุรกิจก็โหดร้ายด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วค่ะ (ยิ้ม) ด้วยตัวเราเป็นศิลปินมาก่อนเลยหัวโล่งกับการทำธุรกิจมาก ช่วยแรกๆ ก็จะโดนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ โดนแทบทุกทาง แต่ก็ต้องประสบการณ์โหดร้ายเหล่านั้นนะคะ ถ้าไม่มีใครมาเอาเปรียบน้ำชาในวันนั้น เราก็คงไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ตอนนี้ก็มีไหวพริบมากขึ้น แต่ทุกวันนี้ก็ยังโดนอยู่นะ แต่บางครั้งก็ต้องยอม ขออย่างเดียวคืออย่าให้เยอะมากก็พอ”

คิดว่าตอนนี้แกร่งในโลกธุรกิจขนาดไหนแล้ว

“ถ้าเต็ม 10 ก็คงได้สัก 2 เองค่ะ ยังอ่อนอยู่เลย ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ให้มากๆ เอาไว้ให้ไม่โดนหลอกมากไปกว่านี้ก็พอ เพราะน้ำชากำลังสนุกกับการทำธุรกิจทั้ง 2 อย่างของตัวเอง และคิดว่าคงอยู่ด้วยกันไปอีกนานทีเดียว”


Know More:

- ช่องทางการซื้อ RAD แบบไม่อยากออกจากบ้าน ก็เข้าไปสั่งได้ทางออนไลน์ทั้งเฟซบุค RAD Store และไอจี radthailand ไลน์ @rad5622 และเว็บไซต์ http://rad-store.weebly.com

- แต่ถ้าอยากลองเห็นของจริงก่อนตัดสินใจซื้อ ตอนนี้ก็มีวางขายแล้วใน Eveandboy และในอนาคตน้ำชากับ หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล กำลังวางแผนเปิดบิวตี้สโตร์ชื่อ Beauty 24 ส่วนจะเป็นที่ไหนต้องติดตามกันอีกที