BROTHER'S KEEPER เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม

02.10.18 188 views

จากบทบาท ‘ท็อป’ ในไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ที่พลิกคาแร็กเตอร์ของเจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก หรือแม้แต่บทบาท ‘แชน’ ใน Project S the Series ตอน Shoot, I Love You ที่กลายเป็นหนุ่มเนิร์ดสุดน่ารักที่มัดใจสาวๆ ทั่วประเทศ วันนี้เจเจกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกโปรเจ็กต์ 9x9 ที่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย เมื่อพูดคุยแล้วทำให้รู้ถึงเรื่องราวการฝึกซ้อมและแง่มุมการเป็นพี่ชายคนโตของเจเจที่เราไม่เคยรู้มาก่อน



ตอนเข้ามาโปรเจ็กต์ 9x9 รู้สึกยังไงบ้าง

ตอนแรกรู้สึกตื่นเต้น แล้วก็รู้สึกว่ามันง่าย มันไม่น่ายาก เออ ผมอยู่ในโปรเจ็กต์นี้มาตั้งแต่มันยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เราสนิทกับพี่วุฒิที่เขาเป็นคนทำโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว วันหนึ่งเขาก็นัดกินข้าวตามปกติแต่เขานัดเราคนเดียว ก็นั่งคุยกันถึงโปรเจ็กต์ที่เขาตั้งใจจะทำ เขาก็เลยชวนผมไปออดิชั่น แล้วก็ได้ครับ


ง่ายอย่างที่คิดไว้ตอนแรกไหม

ไม่เลยครับ อย่างแรกที่เราต้องเจอเลยก็คือการซ้อมเต้น การเรียนเต้น


การเต้นเป็นอุปสรรคต่อเจเจมากไหม

มาก มากที่สุด (หัวเราะ)


ต้องฝึกร้องฝึกเต้นหนักมาก ไม่กลัวทักษะการแสดงถดถอยเหรอ

เออ...มันไม่เกี่ยวนะ ผมว่ามันเป็นเรื่องของประสบการณ์มากกว่า อย่างคนเราทำงานงานหนึ่ง เราได้ใช้เวลากับมันมากๆ มันจะทำให้เราเคยชินและสามารถจัดการกับมันได้ การแสดงก็เหมือนกัน อย่างเราแสดงไปเรื่องหนึ่งแล้วมันเว้นไปนาน เราก็ต้องใช้เวลารื้อฟื้น มันน่าจะคล้ายๆ กัน


ละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง ที่กำลังจะออนแอร์ต่างกับหนังหรือซีรีส์ที่เคยแสดงมายังไง

เรื่องนี้มีนักแสดงเยอะมาก ประมาณ 20 คนที่เป็นนักแสดงหลัก มีนักแสดงรุ่นโตๆ เรารู้สึกว่าการแสดงกับพี่ๆ เหล่านี้มันยากมาก มันไม่ใช่ยากในเรื่องของเทคนิคนะ พอเราคิดว่าเรามีประสบการณ์มากพอแล้วเนี่ย เราเล่นมาค่อนข้างเยอะ เราคิดว่าไม่น่ามีปัญหา แต่พอเราไปเข้าฉากกับพี่เขาจริงๆ คือมันเป็นคนละระดับเลยอ่ะ เหมือนกับว่ามันไม่ใช่แค่ประสบการณ์การแสดง แต่มันต้องเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เชื่อมกัน พี่ๆ ทุกคนทำได้ดีมาก แต่ที่เซอร์ไพรส์มากก็คือน้องๆ หลายคนบางซีนเขาเล่นได้ดีกว่าเราอีก ด้วยความสด มันเหมือนเป็นเมจิกโมเมนต์อ่ะ   


ในเรื่องเจเจรับบทเป็นใคร

พีทครับ เป็นพี่คนโตของตระกูล


ซึ่งเจเจตัวจริงก็เป็นพี่ชายคนโต

ใช่ครับ มีน้องชายชื่อพีเจครับ


บทบาทพี่ชายคนโตของเจเจเป็นยังไง

รู้สึกว่าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ มันอาจจะเป็นเพราะว่าด้วยผมกับน้องอายุเราห่างกันมาก ห่างกัน 7 ปี มันเลยไม่ได้สนิทกันในเชิงพี่น้องเหมือนคนอื่นๆ แต่ว่ามันจะเป็นในเชิงผู้ปกครองมากกว่า แบบเราต้องดูแลเขาอะไรอย่างนี้ เวลากลับเชียงใหม่ก็จะไปรับไปส่งน้องที่โรงเรียนตลอด


ที่บอกว่าทำได้ไม่ค่อยดีคือยังไง

เราก็อยากมีโมเมนต์เล่นกับน้องด้วย แบบคุยกันได้ แต่พออายุมันห่างกันเยอะ ช่วงวัยมันต่างกันเราก็ทำได้แค่คอยดูอยู่ห่างๆ



หวงน้องไหม

ไม่หวงนะ


ถ้าน้องจะเข้าวงการล่ะจะทำอย่างไร

ถ้าจะเข้าวงการก็คงช่วยแนะนำว่าอยู่ตรงไหนแล้วมันดี แต่ว่าเราก็คงทำได้แค่แนะนำแล้วก็บอกกับน้องว่าสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่พีเจตัดสินใจอยู่ดี เพราะหนึ่งคือเขาอายุน้อยอยู่ เขายังมีโอกาสอีกเยอะ ยังสามารถลองได้ เพราะเราก็เริ่มต้นจากการลอง


รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองโตหรือยัง

ไม่รู้อะ ก็ดูแลตัวเองได้


ล่าสุดคือเพิ่งทำบ้านให้พ่อแม่ด้วยใช่ไหม

ใช่ครับ ก็เป็นสิ่งที่อยากทำมาตลอด


ภูมิใจในตัวเองไหม

ภูมิใจมาก มันเป็นช่วงชีวิตที่ดีด้วย เราตั้งใจจะทำบ้านให้พ่อแม่ตั้งนานแล้ว แต่ด้วยความที่เรายังเด็กและยังไม่ได้มีรายได้จากวงการมากมายขนาดนั้น อย่างมากที่สุดก็เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ จนสุดท้ายแล้วเมื่อปีสองปีที่แล้ว ที่เราเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เราก็ได้งานมากขึ้น ทั้งงานอีเวนต์ ทั้งพรีเซ็นเตอร์ จนเราเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง แล้วเรารู้สึกว่าเราต้องรีบทำในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ก่อน เพราะเราก็รู้ตัวเองว่าถ้านานกว่านี้เราเก็บเงินไม่ได้แน่นอน (หัวเราะ) เราก็เลยรีบทำไปก่อนเลย เราจะได้ทำสิ่งที่เราตั้งใจและเราหมดห่วงแล้ว จริงๆ อยากขอบคุณทุกอย่างเลย อยากขอบคุณโอกาส อยากขอบคุณผู้ใหญ่ อยากขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ไว้วางใจ ทุกคนมีส่วนช่วยให้เราได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่


ถ้าพูดถึงคนในวัยใกล้ๆ กัน เจเจมองว่าตัวเองอยู่จุดไหน

ถ้าเทียบกับคนวัยเดียวกันหรือวัยรุ่น เราก็น่าจะไปไกลแล้วมั้ง คือเราไม่ได้จะข่มคนอื่นนะ แต่เรารู้สึกว่าที่เราไปไกลกว่าคนอื่นเพราะว่าเราโชคดีที่เราเจอสิ่งที่เราชอบแล้วอยากจะทำ ก่อนที่คนอื่นจะเจอ ซึ่งเราก็ไม่สามารถกำหนดได้ว่าเราจะเจอมันตอนไหน ถ้าวัยรุ่นรุ่นเดียวกับเราเห็นแล้วมองว่าเฮ้ย เราเป็นนักแสดงมันดีมากเลยว่ะ สร้างบ้านให้พ่อแม่ ดูมีรากฐานที่มั่นคงแล้ว คือมันเป็นความโชคดีมากกว่า ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าเจอสิ่งที่ตัวเองชอบสิ่งที่ตัวเองรักแล้วทำไปเรื่อยๆ


รู้สึกยังไงกับการที่คนมองว่าเพราะเราหน้าตาดีเลยได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่น

เสิร์ชกูเกิ้ลเลยครับ ตอนที่เล่นเกรียนฟิกชั่น (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ ช่วงเข้าวงการใหม่ๆ หน้าตาเราก็ไม่ได้ดีหรอก แต่ว่าพอเรารู้สึกว่ามันก็พอมีทางไปได้ เราก็ค่อยๆ ไป เราก็เริ่มดูแลตัวเอง มันก็จะดูดีขึ้นเองโดยที่เราไม่ต้องศัลยกรรมอะไรเลย


คนชอบคิดว่าการเป็นนักแสดงนั้นง่าย

ยากมากครับ ผมว่าเอาจริงๆ อาชีพอื่นบางทีอาจจะง่ายกว่านักแสดงด้วยซ้ำ เราไม่รู้ว่าเราจะเป็นบ้าเมื่อไหร่ เรารู้สึกว่าเวลาที่เราแสดงละครของเราอารมณ์มันก็ปั่นตลอด บางทีมันก็มีจุดที่เราไม่ไหวก็มีบ้างนะ


ในการทำงานอาชีพนี้ สิ่งไหนที่ทำให้เรามีกำลังใจหรือแรงผลักดันมากที่สุด

การที่ผู้กำกับชมว่าเล่นดี ใช่ๆ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นรึเปล่านะ แต่สิ่งที่เราเสพติดกับวงการนี้อยู่มันคือคำชมเลยแหละ เรื่องชื่อเสียงหรือเงินทอง มันเป็นแค่ผลพลอยได้ แต่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือการเป็นที่ยอมรับมั้ง คำชมอะไรอย่างนี้ ในฐานะนักแสดงนะ


เป้าหมายเรื่องการแสดงของเจเจในอนาคตจะเป็นยังไง

คงทำไปเรื่อยๆ อะครับ ทำให้มันดี รอพีเจละกันครับ ถ้าสมมติว่าพีเจจะมาเมื่อไหร่ก็คงผลัดมือกันแล้วก็กลับไปดูแลพ่อแม่ที่เชียงใหม่ ผมตั้งใจไว้แบบนั้น