Boy'n Toy - ทอย ปฐมพงศ์ เรือนใจดี

05.02.19 335 views

แม้เราไม่อาจเรียกทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดี ว่าเป็นลูกรักของพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) อดีตผู้บริหารช่อง GMM 25 ได้อย่างเต็มปาก แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นหนุ่มคนนี้รับบทเด่นในละครหลังข่าวและซีรีส์ของช่อง GMM 25 อยู่หลายชิ้น มันอาจไม่เป็นเรื่องบังเอิญขนาดนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าทอย ปฐมพงศ์ เป็นเพียงยังบลัดจากรายการเรียลลิตี้ ‘เกรียน Possible’ แล้วเราก็ได้เห็นหน้าเขาบ่อยๆ 

ผมแซะเรื่องนี้เพื่อเปิดบทสนทนาของเรา ทอยตอบสั้นๆ เพียงว่า“ไม่ถึงขนาดนั้นครับพี่ จริงๆ แล้วเหมือนเราเหมาะกับบทที่พี่ฉอดคิดขึ้นมา เราก็เลยได้รับโอกาสมากกว่าครับ” แม้จะได้คำตอบที่น่าพอใจ แต่ผมก็ยังเชื่อว่าบทนำในละคร ‘ก่อนอรุณจะรุ่ง’ ไม่น่าจะได้มาโดยบังเอิญแน่นอน


ตอนนี้ถ่ายละครเรื่อง ก่อนอรุณจะรุ่ง ไปถึงไหนแล้ว 

ประมาณ 50% ครับ 


นี่เป็นผลงานชิ้นที่เท่าไรของทอย

 โอ้โห ไม่แน่ใจเลยครับ ผมอยู่วงการมาประมาณ 3 ปีกว่าๆ เกือบ 4 ปีครับ ถ้าจะนับงานจริงๆ ก็ต้องตั้งแต่เรียลลิตี้ เกรียน Possible ครับ หลังจากจบเรียลลิตี้ก็มีซีรีส์ที่เราเล่นด้วยกัน 8 คน แล้วผมก็ได้เล่น Club Friday to be Continued ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย เรื่องนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น จากนั้นก็มีอีกหลายเรื่องครับ ตอนนี้ยังมีรายการท่องเที่ยว ‘โตแล้ว’ ที่ผมเป็นพิธีกรร่วมกับเฟ่ยและปลาย แต่รวมๆ แล้วผมอาจจะมีงานมากกว่าคนอื่นๆ นิดหน่อย (ยิ้ม)


งานชิ้นไหนที่ทอยรู้สึกว่าชอบมากที่สุดเท่าที่ทำมา

ชอบเหรอครับ จริงๆ ผมเป็นคนชอบคอเมดี้ ถ้าเป็นช่วงแรกๆ ชอบละครสั้น Love Songs Love Series ตอน ฤดูร้อน ที่เล่นกับฝน ศนันธฉัตร อันนั้นก็ชอบ ถ้าเป็นงานล่าสุดชอบ เสือ ชะนี เก้ง ที่เป็นซิตคอมครับ ผมเล่นเป็นพาร์ตพี่แกงส้มตอนเด็ก ประมาณ 7-8 ปีก่อน ส่วนละครที่ชอบมากคือ รูปทอง ครับ รูปทอง จะมีความดราม่ามากเป็นพิเศษ เสือจะเป็นคนที่อารมณ์สับสนมาก เพราะตัวจริงๆ จะแสดงออกมากไม่ได้ เนื่องจากต้องปกป้องทุกคน ทั้งพี่ แม่ เพื่อน และแฟน แต่จริงๆ แล้วข้างในตัวเสือปั่นป่วนมาก ทุกคนหวังคาดหวัง แฟนก็อยากจะแต่งงานกับเรา เพื่อนเราก็จ้องจะเป็นแฟนกับเราให้ได้


เป็นบทวายเรื่องแรกด้วย ยากไหม

ใช่ครับ เป็นเรื่องแรกที่เล่นเต็มตัว ต้องทำการบ้านหนักมาก เพราะต้องเล่นเป็นเกย์ แต่ตัวละครเสือที่ผมเล่นเขาไม่ได้เป็นมาตั้งแต่แรก คือเขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาชอบผู้ชาย เขาแค่รู้สึกว่าผูกพันกับเพื่อนคนหนึ่งที่คอยมอบสิ่งดีๆ ให้ ให้ในสิ่งที่พ่อแม่หรือพี่น้องให้ไม่ได้ 


แล้วทำไมต้องทำการบ้านเยอะ ไม่เห็นจะยากเลย

ยากสิครับ อย่างที่บอกตัวละครเป็นผู้ชายมาก่อน แล้วมันมีจุดเปลี่ยนอะไรทำให้เขาถึงหันไปชอบผู้ชาย ซึ่งอันนี้ผมไม่เข้าใจ เลยต้องไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นเกย์ว่ามึงเป็นตอนไหน เป็นอายุเท่าไร ทำไมถึงเป็น บางคนก็มีเหตุผลตลกๆ แบบ  เป็นไข้ป่วย ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าชอบผู้ชาย ผมไม่รู้ว่ามันแกล้งผมหรือเปล่านะ บางคนก็บอกว่าเล่นกระโดดยางกับผู้หญิงสนุกกว่าเตะฟุตบอล อันนี้มันก็เป็นปมของเสือเหมือนกันที่เอ๊ะ ทำไมถึงชอบเพื่อนคนนี้ เพราะเขาคอยให้คำปรึกษาที่ดี ฟังเราได้ทุกเรื่อง เป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ก็เลยทำให้เราชอบเขา แต่ไม่ได้แปลว่าเสือชอบผู้ชายทุกคนนะ แต่ชอบแค่คนเดียวว 


แล้วพอมาถึง ก่อนอรุณจะรุ่ง ยากง่ายต่างกันอย่างไร

จริงๆ ตอนที่ถ่ายทำไปยังไม่ถือเป็นพาร์ตที่ยากนะครับ เพราะแม้นางเอกเขาจะมีปมปัญหาในชีวิต โดนพ่อข่มขืน แล้วก็ย้ายบ้านมาเจอผมหรือนภัสที่บ้านใหม่ เราก็ยังไม่ได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของเขามากมายนัก ปมที่หนักของผมในตอนนี้ก็น่าจะเป็นเราชอบแพรวา หรือชื่ออรุณในเรื่อง แล้วเพื่อนเราก็ชอบด้วย เพื่อนในแก๊งต่างคนต่างก็ชอบ เราก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร เราไม่ต้องจีบสู้เขาหรอก เรารู้จักกันมานานแล้วตั้งแต่เด็ก ให้เพื่อนจีบไปดีกว่า (หัวเราะ)


ไม่ต้องเตรียมตัวมากเท่ากับเรื่อง รูปทอง

เตรียมตัวประมาณนึงครับ แต่ด้วยความที่มันเริ่มต้นด้วยช่วงวัยประมาณเท่าๆ กับตัวเอง จุดเริ่มต้นมันเป็นอารมณ์ที่ไม่ซับซ้อน เรารักผู้หญิงคนนึง เลยยังไม่ได้ทำการบ้านหนักมากเท่าไร ผมรู้สึกว่าหลังจากนี้น่าจะต้องทำการบ้านหนักขึ้นแน่ๆ


ตอนนี้ทอยเรียนจบหรือยัง

จบแล้วครับ เพิ่งจบจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เอกภาพยนตร์และภาพนิ่งครับ


เข้าวงการก่อนหรือหลังเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

น่าจะเวลาไล่เลี่ยกันนะ แต่ตอนแรกผมไม่ได้เรียนที่นี่นะ ผมเรียนที่อื่นมาก่อนปีนึงครับ แต่ดันไปเลือกเรียนเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์ เกี่ยวกับข่าว เป็นผู้สื่อข่าว วิเคราะห์ข่าว ตอนนั้นรู้สึกแค่ว่ามันไม่ตรงกับที่เราชอบ และจริงๆ ตอนนั้นในหัวไม่ได้คิดว่าเราจะเข้าวงการนี้เลยด้วย แต่มีคนติดต่อมาเรื่อยๆ เฮ้ย น้องหน้าตาดีนะ ถ่ายแบบไหม ไปแคสต์โฆษณาไหม แต่พอย้ายมาอยู่ ม.รังสิต รุ่นพี่ก็ดึงผมไปเป็นดาวเดือน ประกวดแบบไม่เต็มใจเท่าไร แต่สุดท้ายก็ได้เป็นเดือนของคณะ คนก็เลยจับตามองมากขึ้น มีคนก็ติดต่อมาเยอะขึ้นกว่าเดิม จุดนั้นทำให้ได้มาร่วมโปรเจ็กต์เกรียน Possible ครับ


ที่เลือกเรียนเอกภาพยนตร์นี่เพราะชอบดูหนังใช่มั้ย

ชอบครับ เป็นคนชอบดูหนัง จริงๆ แล้วก็อยากเป็นผู้กำกับนะ ถ้ามีโอกาส แต่คงต้องศึกษาดูงานเบื้องหลังไปก่อนเพราะชั่วโมงบินเรายังไม่สูง เคยทำแต่หนังสั้นในคลาสเรียนมากกว่าอีกอย่างคือผมยังไม่เคยเล่นหนังจริงๆ สักเรื่องเลยไม่รู้ว่าวิธีการถ่ายหนังยาวเป็นอย่างไร บางคนบอกว่าวันหนึ่งถ่ายได้แค่ 3 ซีน ผมถ่ายซีรีส์ ถ่ายละครมา บอกตรงๆ ว่าไม่เก็ตกับ 3 ซีนต่อ 1 วัน มันถ่ายไปได้อย่างไร เพราะซีรีส์นี่วันหนึ่งอย่างมากเลยเท่าที่เคยถ่ายมาก็ 50 ซีนนะครับต่อ 1 วัน หรืออย่างต่ำๆ ก็ 23 ซีน พอเป็นหนังผมก็เลยไม่เก็ตว่า 3 ซีนนี่ผู้กำกับเขาขยี้อะไรอยู่เหรอ 


สมมติว่าโอกาสได้ทำหนังจริงๆ ทอยอยากจะทำหนังแนวไหน

คอเมดี้ครับ แต่จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังแอ็กชั่นนะครับ งงมั้ย ชอบดูหนังแอ็กชั่น แต่ถ้าให้เลือกทำหนังอยากทำคอเมดี้มากกว่า ผมรู้สึกว่าคอเมดี้มันท้าทายกว่า 


คนที่จะทำหนังคอเมดี้ได้ดี มันต้องมีสกิลของการเป็นคนตลกอยู่ในตัวนะ ทอยเป็นคนตลกเหรอ

มีๆ มีนิดหน่อย จริงๆ เวลาผมอยู่กับเพื่อน ถ้าเป็นเพื่อนแก๊งมัธยมฯ ผมก็จะเป็นเหมือนคนที่โดนแกล้ง เป็นจุดสนใจของเพื่อน ตลกๆ กวนๆ ถ้าโตขึ้นมาหน่อยเราก็จะเป็นคนที่ชอบเอาเรื่องมาเล่า เรื่องตลกๆ อยากให้เพื่อนมีเสียงหัวเราะมากกว่า ผมรู้สึกว่าเวลาคนรอบข้างฟังเรา เรายอมที่จะตลก แม้จะดูโง่บ้างในสายตาเพื่อนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทำให้คนอื่นยิ้มได้ ผมโอเค


แล้วเคยแป้กไหม 

แป้กบ่อยครับ (หัวเราะ) คือด้วยความที่พอเราอยู่กับเพื่อน เราไม่ต้องมานั่งคิดว่าจับไมค์กลับหัวมันจะเสี่ยว มุกโง่ ๆ พวกนี้มันทำให้เรารู้สึกว่าเออ บางทีมันขำในบางจังหวะ บางทีมุกที่เราเล่าตั้งใจมากเพื่อนก็อาจจะไม่ขำก็ได้


ทำไมถึงชอบดูหนังแอ็กชั่น มันดูขัดๆ กันอยู่นะ

ผมว่าหนังแอ็กชั่นดูแล้วอินง่ายครับ ด้วยความที่เราเป็นเด็กผู้ชาย เล่นตำรวจจับผู้ร้ายกับเพื่อน ก็เลยรู้สึกว่าหนังแอ็กชั่นมันค่อนข้างตอบโจทย์ในการดูของเรามากที่สุด พวกหนังซูเปอร์ฮีโร่ Transformer, Marvel, DC ชอบหมด แต่ที่อยากกำกับพวกคอเมดี้ เพราะรู้สึกว่าเวลาดูคอเมดี้แล้วมันน่าจะเป็นจริตเรา 


ถ้าให้เลือกเป็นซูเปอร์ฮีโร่หนึ่งตัว ชอบและจะอยากเป็นตัวไหน

ไอรอนแมนครับ


ไอรอนแมนมีความเป็นมนุษย์มากนะ ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติเลย

ใช่ครับ ผมไม่ได้อยากเป็นกัปตันอเมริกาที่ไม่ตาย มีชีวิตเป็นอมตะ ผมรู้สึกว่ามันเป็นชีวิตที่ต่อไปจะทรมานตัวเอง เพราะคนรอบข้างก็จะตายไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าถ้าผมเป็นแบบนั้น ผมคงเสียใจที่เราต้องมานั่งเห็นพ่อแม่ เพื่อน และแฟนของเราแก่ไปเรื่อยๆ แต่เราแม่งอายุเท่าเดิม แล้วทุกคนก็ต้องมาตายจากเราไปทีละคน อันนี้ผมไม่โอเค ผมรู้สึกว่าไอรอนแมนมีจิตใจเอื้อเฟื้อ สิ่งที่เขาคิดค้นก็ทำขึ้นมาด้วยเงินตัวเอง เขาต้องรักคนรอบข้าง รักโลกมากพอสมควร แต่ที่สำคัญผมชอบลุคที่เขาเป็นคนแบดๆ แบดบอยหน่อย รู้สึกชอบ


ทำไมไม่ชอบแบตแมน แบตแมนก็เป็นนักประดิษฐ์เหมือนกันนะ และรวยด้วย

คือถ้าเป็นสองค่าย ผมก็จะชอบเป็นไอรอนแมนกับแบตแมน ประมาณนี้ แล้วก็พวกแอร์โรว์ครับ จะชอบความเป็นคนที่อยากทำเพื่อโลกมากกว่า จะไม่ชอบการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังพิเศษ

 

อยู่วงการมา 3 ปี มองตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง มาถึงจุดที่เราพอใจหรือยัง หรือว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรกว่าจะเข้าวงการ

ใช่ครับ ผมไม่ได้คาดหวังอะไร จุดตั้งต้นของผมน้อย ทั้งความคาดหวังและอื่นๆ ผมยังจำวันแรกที่ผมประกวดงานงานหนึ่ง เกี่ยวกับการดัดฟัน แต่ก่อนผมดัดฟัน ผมก็ไปแบบหน้าสด ผมตกๆ แบบทรง รด. หน้าโทรมมาก ผมก็เดินไปถึงงาน แล้วหันไปถามแม่ว่าจะประกวดดีไหม แต่ละคนมากล้ามใหญ่ๆ เซ็ตผมมาตั้งแต่ตีห้า คุยกับแม่ว่ากลับเถอะ เราสู้เขาไม่ได้หรอก ผมก็เลยรู้สึกว่า ณ ที่เรายืนตรงนี้จริงๆ มันเป็นกำไรมาตั้งนานแล้วสำหรับตัวผมนะครับ อยู่ดีๆ ก็มีคนรักเรา อยู่ดีๆ ก็มีคนพูดถึงเรา แล้วอยู่ดีๆ เราก็อยู่ไปในทีวีให้ปู่ย่าตายายมานั่งเปิดดู ทุกวันจันทร์-อังคาร แค่นี้เราดีใจแล้ว


เอ๊ะ แล้วตอนนั้นตัดสินใจไปประกวดนี่คือแม่ผลักดันหรือว่าไปสมัครเองกันแน่

จริงๆ ต้องเท้าความก่อนครับว่าผมอ้วนมาตลอด เป็นเด็กอ้วน มาผอมประมาณตอน ม.5 สมัยเรียนบดินทร์ 2 ครับ พอผอมปุ๊บทุกอย่างมันเปลี่ยน มีคนมาตามให้เป็นดรัมเมเยอร์บ้าง เป็นลีดฯ บ้าง เอาเราไปลงอนุสรณ์เป็นรุ่นพี่หน้าตาดี บรรดาเพจสารพัดคิวต์ก็ดึงไป รุ่นน้องกรี๊ดกร๊าด เริ่มมีคนมาตามไปเดินแฟชั่นโชว์ “นี่ครับ พี่เป็นผู้จัดการคนนี้ๆ พี่อยากเอาน้องไปอยู่ในสังกัด” ตอนนั้นผมไม่ได้อยากเป็นไง ใครติดต่อมาก็ไปยื่นให้แม่หมด จนประมาณ ม.6 ครับ เหมือนพอมีคนติดต่อผ่านแม่มามากขึ้น ก็เลยไปคุยกับน้าแจ๋ว (สุธิพร จงปัญญางาม) ที่เป็นบรรณาธิการนิตยสาร OK! (ในตอนนั้น) น้าแจ๋วก็เลยแนะนำให้ไปประกวดดัดฟันของฟลูโอคาริลครับ เขาบอกลองดู พอผมไปก็เจออาการแบบเราไปสอบแล้วเจอคนอื่นอ่านหนังสือมาเป็นอาทิตย์ แต่เราอ่าน 5 นาที ก่อนเข้าห้องสอบ แพ้อยู่แล้ว สู้ไม่ได้


แต่ตอนนั้นเราชนะใช่ไหม

ไม่ชนะครับ ตกรอบ 2 คือรอบแรกเป็นรอบคัดเลือกจากรูป แล้วก็เรียกมาเจอตัว รอบแรกผ่าน รอบที่ 2 เป็นแสดงความสามารถพิเศษตกรอบนั้นครับ เพราะรอบนั้นมีแต่คนที่มีความสามารถพิเศษเจ๋งๆ รำดาบ ตีลังกา สตันต์แมน ผมไปถึงร้องเพลงครับ ร้องก็ไม่ได้เรื่อง ผมเป็นแค่คนชอบร้องเพลง กรรมการเขาก็โอเคๆ ขอบคุณน้องมากนะ (หัวเราะ) 


เดี๋ยวนะ อยากรู้ว่าการอกหักนี่ทำให้เราเฮิร์ตถึงขนาดที่เปลี่ยนจากเด็กอ้วนมาเป็นเด็กผอมได้เลยหรือ 

ตอนนั้นผมหนักประมาณ 80 ครับ แถมตัวก็เตี้ยๆ ตันๆ มันก็เลยจะดูบวมๆ ฟันเหยินๆ ตอนนั้นยังไม่ได้ดัดฟันด้วย พอเราเป็นเด็กอ้วนที่เรารู้สึกว่าหน้าตาเราไม่ได้ คือถ้านับ 1 ถึง 50 เรียงลำดับหน้าตาของเราอาจจะอยู่ที่ 48 แล้วพอขึ้น ม.4 ปุ๊บ มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา เป็นนักเรียนใหม่ แล้วในสายตาเราตอนนั้นคือเขาเป็นคนที่สวยมาก ผมก็จีบ พอจีบติดก็เลยทุ่มเทความรักให้เต็มที่ มีอะไรให้หมดเลย ค่าขนมได้วันละ 100 กว่าบาท ก็เอามาจ่ายค่าแท็กซี่ไปส่งเขาที่บ้าน เก็บออมทุกอย่าง สุดท้ายพอเลิกกันมันเหมือนฝันสลายครับ ใช่ อกหัก มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าเออสิ่งนี้เองที่เขาเรียกกันว่าอกหัก 


ทำให้ตรอมใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ

ไม่ถึงขั้นนั้นครับ ตอนแรกผมเสียใจมาก เพราะตอนที่อยู่ในโรงเรียน Activity ทุกอย่างทำกับเขาหมด กินข้าวเที่ยง กินข้าวเช้า กลับบ้านด้วยกัน นั่งเรียนด้วยกัน อยู่กับเพื่อนก็แค่เฉพาะเล่นกีฬากลางวัน พอเราเลิกกันทุกอย่างมันเคว้ง เราไม่รู้ว่าเพื่อนทำอะไรบ้าง เลิกเรียน ตอนเช้าเพื่อนแม่งมาโรงเรียนกี่โมง ตอนนั้นเราเหมือนยกเวลาทุกอย่างให้เขาหมดเลย พอเลิกปุ๊บ เจอเขาเข้ามาเรียน เราก็ร้องไห้ในห้องเรียน ร้องไห้หนักมาก แต่ว่าโชคดีที่มันใกล้จะปิดเทอมพอดี มันทำให้ผมรู้สึกว่าเฮ้ย ทำไมเราถึงโดนทิ้งวะ ก็เลยหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น เล่นกีฬา เตะฟุตบอลหนักมาก อันนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต จริงๆ ไม่ได้โฟกัสที่สุขภาพ แค่เฮิร์ต ไม่ได้คิดว่าลดน้ำหนักแล้วแม่งจะโอ้โห สาวต้องกรี๊ดเรานะ ไม่ได้คิดเลย


พอเปิดเทอมปุ๊บ ทุกคนในโรงเรียนก็เลยเซอร์ไพรส์ว่าเด็กอ้วนหายไปไหน

ทุกคนก็คงจะงงแหละผมว่า พอเปิดเทอม ม.5 ไม่มีใครจำผมได้ทุกคนหาว่าผมเป็นเด็กใหม่ เพิ่งเข้ามาตอน ม.5 รุ่นพี่ก็เริ่มมาให้ความสนใจมากขึ้น 


เทคนิคของในการลดน้ำหนักของทอยคืออะไร

กินเท่าเดิมครับ ออกกำลังกายให้มากขึ้น เตะฟุตบอล ช่วงนั้นบ้าเตะฟุตบอลมาก เตะทั้งวัน เตะเสร็จก็กลับมาที่บ้านก็เตะอีก ผมบ้าฟุตบอลมากช่วงนั้น เล่นอย่างเดียวเลย


แล้วทุกวันนี้ดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง เห็นฉากถอดเสื้อใน รูปทอง ดูยังดูบวมๆ

เข้าฟิตเนสบ้างนิดหน่อยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเตะฟุตบอล แล้วก็เล่นเซิร์ฟที่ไปเป็นประจำ ส่วนอาหารก็จะเน้นโปรตีนครับ ผมโชคดีตรงที่ผมไม่ค่อยกินขนมขบเคี้ยวและของหวานสักเท่าไร ส่วนฉากในรูปทอง ที่บวมๆ เพราะผมอ้วนง่าย กินนิดหนึ่งก็ขึ้นง่าย เป็นข้อเสียประจำตัวเลยคือทุกครั้งที่มีถ่ายละคร อาหารกองอร่อย ก็จะยากในการควบคุมน้ำหนัก (หัวเราะ)


ถ้าไม่ได้ถ่ายละคร ไลฟ์สไตล์ของทอยเป็นอย่างไร 

เล่นกีฬา ถ่ายรูป แล้วก็กินครับ 3 อย่าง

 

วางอนาคตตัวเองในวงการบันเทิงไว้อย่างไรบ้าง

ต้องยอมรับว่าจริงๆ แล้ววงการบันเทิง มันเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยแน่นอนเท่าไร วันดีคืนดีเกิดเราแก่เร็วขึ้นมา มันก็ต้องมีเด็กใหม่ขึ้นมาแทน ผมรู้สึกว่าตอนนี้ถ้าเรามีโอกาส เราก็ทำมันให้ดี ตั้งใจทำทุกงานที่เราได้รับ อันนี้ก็คือเป้าหมายที่มองไว้ คือเราไม่ได้มองว่าต้องเป็นซูเปอร์สตาร์ คิดแค่ว่าเราทำเต็มที่ ณ ตรงนี้ มันไม่รู้ออกมาดีหรือไม่ดี แต่ว่าเราก็จะไม่เสียใจที่วันหนึ่งหากเราต้องมองย้อนกลับมาดูตอนนี้


สมมติว่าวันหนึ่งถึงจุดที่เราต้องไปทำอย่างอื่น อยากจะทำอะไร 

อยากทำร้านอาหาร และผู้กำกับ จริงๆ มันคอนทราสต์กันนะ แต่ว่าไลฟ์สไตล์ผมเป็นคนชอบกิน ผมจะคิดทุกครั้งที่ไปกินร้านที่อร่อย แล้วจะรู้สึกว่าเฮ้ย เราก็ทำได้นะ ไม่ยาก อยู่บ้านก็ลองทำบ่อยๆ แต่หนูทดลองของผมจะเป็นแม่ น้อง พ่อ ตลอด ก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันอร่อยหรือยัง เพราะเขาก็คงไม่กล้าวิจารณ์เราหรอก 


ชอบกินอาหารชาติไหน

กินได้หมดนะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นญี่ปุ่น และอาหารอีสาน ผมชอบกินเผ็ด ชอบกินแซ่บๆ พวกแกงเขียวหวาน มัสมั่น ชอบมาก


สุดท้ายอยากให้ฝากผลงานเรื่อง ก่อนอรุณจะรุ่ง นิดหนึ่งว่าทำไมต้องดูเรื่องนี้

ตั้งแต่ทีเซอร์ถูกปล่อยออกมา คนก็บอกมาว่าดราม่าเกิน หดหู่มาก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องแรกที่คนพูดกับละครที่ผมเล่นแบบนี้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ควรดูคือมันสะท้อนความจริงแบบตรงไปตรงมา คือคนบอกโอ้โห พ่อข่มขืนลูก ไม่ดูหรอก ดูแล้วเศร้า ดูแล้วหดหู่ แต่ผมรู้สึกว่าตอนนี้คุณเปิดทีวีช่องไหนก็ตาม มีหมดแหละ ล่าสุดลูกข่มขืนแม่ แม่อายุ 60 ลูก 30 มันเป็นสิ่งที่เราเลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่งมากกว่า เราตีความกันว่าดราม่าเกิน หดหู่ ดูไปชีวิตไม่ดีหรอก แต่ผมรู้สึกว่ามุมมองพวกนี้มันทำให้เราเข้าใจคนที่ประสบปัญหาว่าจริงๆ เขามีทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่การหนีหน้าเพื่อน หรือฆ่าตัวตาย มันมีทางออกที่นางเอกสอนเสมอ เขาสู้ชีวิต มันมีทางออกอื่น มีคนที่ยอมรับเรื่องนี้ได้นะ มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดบาปอะไร เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ หรือคนที่รู้สึกว่าแค่อารมณ์ชั่ววูบแป๊บๆ มันส่งผลให้ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นตราบาปไปชั่วชีวิตครับ ผมรู้สึกว่าละครเรื่องนี้ให้แง่คิดที่มากกว่าดราม่าครับ