Another Role ริว-วชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์

นอกเหนือจากบทบาทใหม่ในชีวิตบนเส้นทางวงการบันเทิงที่ต้องเริ่มต้นด้วยตัวเอง วชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์ หรือริว อีกหนึ่งหนุ่มสมาชิกโปรเจ็กต์ 9×9 ยังมีดีกรีเป็นนักกีฬาปิงปองทีมชาติ ถึงแม้ชีวิตของจะดูซีเรียส แต่จุดหมายในการใช้ชีวิตจริงๆ ของเขา ขอแค่ใช้ชีวิตให้สนุกและทำทุกวันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

 

จุดเริ่มต้นเข้าร่วมโปรเจ็กต์ 9×9 ของริวคืออะไร 

เริ่มทางจาก 4NOLOUGE เรียกริวเข้ามาแคสติ้งครับ แล้วเราผ่าน ก็ได้มีการติดต่อไปทางช่อง 3 ทางผู้ใหญ่ก็ได้คุยกัน เห็นว่าโปรเจ็กต์นี้เป็นโปรเจ็กต์พิเศษ น่าจะเป็นผลดีกับทางตัวของผมเองด้วย และก็มีระยะเวลาที่ชัดเจน ทางผู้ใหญ่ของช่อง 3 เลยอนุญาตให้มาเข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ครับ และของผมจะพิเศษกว่าคนอื่นเขานิดหน่อยตรงที่ผมเข้ามาในช่วงกลางของการฝึกซ้อมแล้ว

 

เข้ามาทีหลังแบบนี้โดนรับน้อง โดนแกล้งอะไรบ้างไหม 

 (หัวเราะ) ไม่โดนนะครับ ส่วนมากพี่ๆ เขาจะช่วยผมซะมากกว่า ด้วยตัวผมที่ไม่ได้มีพื้นฐานการร้องการเต้นมาเลย ต้องเริ่มจากศูนย์ ก็ได้พี่ๆ เนี่ยแหละครับช่วยดูท่า ช่วยฟังการร้อง ผมก็ทำการบ้านเพิ่มเติม ซ้อมให้หนักกว่าคนอื่น ดูคลิปการแสดงจากต่างประเทศเยอะๆ ก็พอช่วยให้ทันพี่ๆ ได้บ้าง รวมเวลาตอนนี้ก็ซ้อมมา 5 เดือนแล้วครับ 

 

มาที่ส่วนของการแสดงกันบ้างเป็นอย่างไรบ้าง 

เลือดข้นคนจาง เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของผมเลยครับ ดีใจมากที่ได้ผู้กำกับเป็นพี่ย้ง ทรงยศ เพราะพี่ย้งเป็นผู้กำกับที่เราก็ติดตามภาพยนตร์เขามาตั้งแต่เด็กๆ และได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหญ่หลายท่านด้วย ส่วนตัวผมรับบทเป็น ‘มาเก๊า’ เป็นน้องคนเล็ก มีพี่ชายชื่อ เวกัส รับบทโดยพี่เจมส์ ธีรดนย์ นิสัยของมาเก๊าก็จะเป็นเด็กที่ไม่เครียด มองโลกแง่บวก เป็นคนไม่มีพิษมีภัยอะไร ที่บ้านผมอะเป็นพี่คนโต ก็จะชอบดุน้อง ใช้น้องทำนู่นทำนี่ พอเรามารับบทที่เป็นน้องชาย รู้สภาพของน้องชายเลยว่าโดนอะไรบ้าง ในเรื่องนี่โดนพี่เจมส์เขม่นตลอดเลย เหมือนกรรมตามสนอง 

 

ความสัมพันธ์กับน้องเป็นอย่างไรบ้าง 

ก็สนิทนะ ผมสนิทกับน้องชายผม รักมาก แต่อาจจะไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็น ด้วยความเป็นผู้ชายจะให้กอดกันบ่อยๆ มันก็ไม่ใช่ ถ้าเมื่อก่อนผมจะแสดงออกด้วยการแกล้งบ้าง แซวบ้าง แต่ตอนนี้แกล้งไม่ได้แล้ว น้องผมอายุ 12 ปีเองแต่สูงตัวเกือบจะเท่าผมแล้วเนี่ย แรงเยอะด้วย 

 

ตัวละครมาเก๊าเหมือนหรือต่างกับริวอย่างไร

มาเก๊าเป็นเด็กที่ไม่คิดอะไรเลย เป็นคนตื่นตัวตลอดเวลา ใช้ชีวิตชิลล์ กวนประสาทคนอื่นไปเรื่อยๆ สนุกไปทุกวัน แต่ถ้าเทียบกับผมในชีวิตจริงคือไม่เหมือนกับผมเลย ผมก็มีกวนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ขนาดมาเก๊า และผมก็ค่อนข้างซีเรียสกับชีวิตอยู่นะ  

 

ดูริวค่อนข้างจริงจังกับชีวิตนะ 

ใช่ครับ ผมอาจจะดูขี้เล่นแต่ผมจริงจังกับชีวิตนะ ผมอยากสร้างรากฐานให้กับครอบครัวของผมด้วยตัวเองก็เลยตั้งเป้าหมายไว้สูง และก็ค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วผมอยากจะทำอาชีพอะไร แต่ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ดารา หรือนักกีฬา ก็จะทำงานออกมาให้มันดีที่สุดครับ ที่บ้านก็บอกว่าถ้าจะจริงจังก็ทำได้ แต่ไม่ต้องเอามาซีเรียส ไม่ต้องเก็บมาคิดทุกวันหรอก ใช้ชีวิตให้สนุกทำทุกวันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

 

เห็นบอกว่าเป็นนักกีฬา เล่นกีฬาอะไร 

ปิงปองครับ 

 

จุดเริ่มต้นของการเล่นปิงปองของริวคืออะไร 

มาจากตอนที่ผมไปบ้านเพื่อนพ่อครับ แล้วก็เบื่อๆ ผู้ใหญ่เขาคุยกัน เด็กๆ ก็ไปหยิบไม้ปิงปองเก่าๆ ที่วางอยู่มาตีเล่นกันที่พื้นบ้าน หลังจากวันนั้นก็บอกพ่อ พ่อก็พาไปซื้อไม้ปิงปอง ตีเล่นกันบนโต๊ะอาหาร พอพ่อเห็นว่าดูท่าทางจะชอบจริงๆ ก็ส่งผมไปเล่นที่สโมสรเลย ส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาหลังเลิกเรียน ด้วยความเป็นเด็กตอนนั้นผมก็แค่อยากไปเจอเพื่อน แต่ตีไปตีมา ได้รางวัลมาแมตช์หนึ่ง ก็เริ่มเส้นทางการแข่งจริงจังครับ 

  พอเริ่มแข่งจริงๆ มันก็ต้องมีการฝึกซ้อมที่หนักกว่าปกติ ความกดดัน ทั้งจากตัวผม จากพ่อ จากโค้ช ความคาดหวัง และนิสัยผมเป็นคนไม่ยอมด้วยคน ไม่อยากแพ้ ไม่ชอบแพ้ ช่วงนั้นผมเครียดมากเลยนะ จากเด็กที่ตีปิงปองเล่นกับเพื่อนอยู่ดีๆ ตีเอาสนุก ทำไมถึงต้องมาจริงจังกันขนาดนี้ด้วย และผลลัพธ์มันก็ออกมาที่ผมอยู่อันดับต้นๆ ของประเทศไทย ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมคัดเลือกทีมชาติ ก็เข้าใจว่านี่สินะคือเหตุผลที่ผู้ใหญ่จ้ำจี้จ้ำไชเรา 

 

มีแมตช์ที่ประทับใจบ้างไหม

ผมว่านักกีฬาทุกคนมันไม่มีวันที่เล่นดีไปทุกวัน หรือเล่นแย่ไปทุกวันหรอก เอาเป็นแมตช์ที่ริวคัดเลือกทีมชาติตอนอายุ 15 ปีก็แล้วกัน ต้องเล่าก่อนว่าผมไม่เคยติดทีมชาติมาก่อนเลย แล้วพอถึงแต้มสุดท้ายที่เราตีได้ แล้วมันมีเสียงคะแนนดังขึ้นมา ผมนี่น้ำตาไหลออกมาเลย วินาทีนั้น ความกดดัน ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดคือยกออกจากอกไปหมดเลย 

 

ริวมองอนาคตการเล่นปิงปองไปไกลถึงไหน

ผมมองไปถึงโอลิมปิกไม่ก็เอเชี่ยนเกมส์ เป็นนักกีฬามืออาชีพเลย แต่พอมีโอกาสได้มาทำงานในวงการบันเทิงตอนนี้ผมก็เลยพักเรื่องปิงปองไปก่อน มุ่งมาทางด้านนี้ให้เต็มที่ ผมว่าเราต้องรู้เป้าหมายว่าตอนนี้เรามุ่งมาด้านนี้แล้ว เราก็ต้องเต็มที่กับงานในวงการก่อน เรื่องปิงปองเราก็ยังต้องซ้อมอยู่ แต่อาจจะไม่ได้ซ้อมหนักเท่าเมื่อก่อน แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งปิงปองนะ ตอนนี้เราก็เล่นเพราะเรารักมัน