Amazing Grace - เกรซ รัชย์ณมนทร์

Written by
26.09.18 100 views

ครั้งหนึ่งเกรซ-รัชย์ณมนทร์ รัชย์จิราธรรม เคยเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘เกรซ The Star 6’ หลังจากที่เธอเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่น่าจับตามองบนเวทีค้นฟ้าคว้าดาว ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าใครที่อยากจะเป็นดาวบนเวทีนี้ย่อมต้องฟันฝ่าอุปสรรคมิใช่น้อย ทั้งในแง่ของชีวิตส่วนตัว ซ้ำยังต้องฝ่าด่านคอมเมนเตเตอร์ขาโหดกว่าจะไปถึงฝั่งฝัน และก็ใช่ว่าการผ่านเวทีนี้ไปได้จะทำให้ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบในทันที นี่เป็นเพียงประตูบานแรกของประตูอีกหลายๆ บานที่ปิดใส่หน้าบ้าง หรือเปิดไม่ออกบ้างอย่างที่เกรซเผชิญมาตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี

น่าสนใจที่เกรซบอกกับเราว่าเธอเป็นคนท้อง่าย ท้ออยู่บ่อยๆแต่ไม่เคยถอย จนกระทั่งในที่สุดเธอก็ได้รับโอกาสครั้งใหม่ในฐานะนางเอกประกบคู่พระเอกเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยอย่างเคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Pool นรก 6 เมตร นับเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ในฐานะนางเอกภาพยนตร์ที่เกรซขอทุ่มสุดตัว


ใครเป็นคนชักชวนคุณให้มาแสดงเรื่อง The Pool 

เกรซผ่านการแคสติ้งหลายรอบ เหมือนประกวดนางงาม ค่อยๆ ผ่านเข้ารอบมาเรื่อยๆ ตอนแรกเกรซก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ซึ่งเวลาที่เราไม่คาดหวังเราจะรู้สึกสบายๆ และทำได้เต็มที่มากกว่า ที่ผ่านมาเวลาเกรซไปแคสต์งานแล้วไม่ผ่านก็เพราะเราตั้งความหวังไว้สูงเกินไป แต่มาครั้งนี้เป็นงานภาพยนตร์ ซึ่งเกรซคิดว่ามันยากเกินไปสำหรับเราที่จะได้โอกาสนี้ เราไม่รู้จักใครในแวดวงนี้เลย โมเดลลิ่งก็ไม่มี ผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่มี ชีวิตเราก็ไม่ได้ชิคๆ คูลๆ เหมือนคนอื่น ก็เลยไปแคสต์ด้วยความถอดใจ 


ถอดใจเพราะต้องแคสต์หลายรอบ หรือถอดใจตั้งแต่แรก

ถอดใจ เพราะคิดว่าหนังมันยาก


คุณกลัวไปเองเหรอ

ใช่ คิดไปเองว่าการจะได้เล่นหนังเรื่องนึง เราจะต้องมีเส้นสายรึเปล่า หรือเราจะต้องมียอดฟอลโลเวอร์เยอะรึเปล่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะได้เล่นหนัง คาแร็กเตอร์เราอาจจะไม่ได้ถูกใจสไตล์การแสดงในแบบภาพยนตร์ แต่เกรซก็ทำเต็มที่ จนสุดท้ายเขาก็เลือกเรา ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เล่นกับใคร หนังเรื่องอะไร เกี่ยวกับอะไร มารู้ครั้งสุดท้ายตอนไปแคสต์ว่าพี่พิง ลำพระเพลิง เป็นผู้กำกับ ก็รู้สึกดีใจและคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้วที่ชีวิตหนึ่งได้เล่นหนัง แล้วพอรู้ว่าพระเอกเป็นพี่เคน ธีรเดช ก็แบบโอ้มายก๊อด เฮ้ย ใช่เหรอวะ ที่ผ่านมาเราเล่นละครเราเป็นแค่ตัวสองตัวสาม แต่เรื่องนี้ได้เป็นนางเอก ตกใจ ช็อกนิดหนึ่ง สักพักก็รู้สึกกดดัน เริ่มเครียดแล้วว่าจะต้องทำยังไงดี เคยได้ยินว่านางเอกที่เคยเล่นคู่กับพี่เคนอย่างพี่ชมพู่ (อารยาเอ ฮาร์เก็ต), พี่คริส (คริส หอวัง) เขายังกดดันเลย แล้วเราเป็นใคร แต่โชคดีที่พี่พิงให้มาเจอกัน มาเวิร์กช็อปด้วยกันก่อน พี่เคนก็จะคอยบอก คอยสอน เพราะเขามีประสบการณ์แสดงหนังมาก่อน ซึ่งจังหวะหรืออารมณ์การแสดงออกจะไม่เหมือนกับละครที่เราเคยเล่น และที่สำคัญคือเขาชำนาญมากเรื่องการบู๊ แอ็กชั่น ขึ้นสลิง ซึ่งเราไม่เคย


ในเรื่องนี้คุณเองก็ต้องบู๊ด้วยใช่มั้ย

ก็ไม่บู๊ขนาดนั้น มีแค่ต้องใช้สลิงและถ่ายบนกรีนสกรีนซึ่งเกรซไม่เคยทำมาก่อน อีกอย่างที่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของการถ่ายทำก็คือหนังเรื่องนี้ถ่ายตามลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง เพราะต้องคอนทินิวระดับน้ำในสระ เลยยากตรงที่เราไม่มีสิทธิ์กลับไปแก้ไขอะไรได้อีก พอผู้กำกับสั่งคัตก็คือจบเลย ต้อง Go On และด้วยระยะเวลาที่จำกัดจึงบีบทั้งทีมงานและนักแสดงทุกคนให้ต้องพร้อมจริงๆ สตอรี่บอร์ดเขียนมาเป็นฉากๆ ก็ต้องถ่ายตามนั้นเป๊ะเพื่อให้งานเป็นไปตามตาราง


คุณเคยฝันไหมว่าวันนึงจะได้เล่นหนัง

เคยไปแคสต์หนังวัยรุ่น แต่ส่วนใหญ่โปรเจ็กต์มักจะถูกยุบไป พอมาแคสต์เรื่องนี้ในใจก็ยังมีติดอยู่บ้าง คนเราพอเจอความผิดหวังมาหลายๆ ครั้งก็จะทำให้รู้สึกว่าช่างมัน ไม่คาดหวัง มีคนมาแคสต์เยอะ เราคงไม่ติด สุดท้ายพอเราไม่คาดหวัง ทำให้เราทำอะไรได้เต็มที่มากขึ้นและไม่เกร็ง 


ทำไมคุณถึงชินกับความผิดหวัง

เกรซผ่านการแคสต์งานและการประกวดมาหลายเวที เจอความผิดหวังมาเยอะ ก็เลยไม่ต้องคาดหวังดีกว่า ทำตรงนี้ให้ดีที่สุด เมื่อก่อนตอนเล่นละครครั้งแรกเกร็งไปหมด ทำให้นอกจากจะทำให้ดีที่สุดแล้ว ต้องอย่าไปเสียใจกับสิ่งที่เราทำไปแล้วด้วย ถ้าผู้กำกับบอกว่าผ่านก็คือผ่าน แม้เราจะรู้สึกว่าใช้ได้จริงเหรอ เราทำดีไหม โอเครึเปล่า เราต้องตัดใจ เพราะเขาเป็นเจ้าของงาน เขาย่อมรู้ว่าอะไรโอเคที่สุดแล้ว อย่างตอนเกรซแคสต์หนังเรื่องนี้ผ่าน ก็ยังมีโมเมนต์นั้นอยู่ กลัวว่าจะทำไม่ได้ เขาเลือกผิดคนรึเปล่า ทำไมเขาถึงเลือกเรา หรือว่าไม่มีใครว่าง เขาถึงเลือกเรา จนพี่พิงต้องให้กำลังใจเยอะมาก ในเมื่อเขาเลือกเรามาแล้ว แสดงว่าเขาคิดว่าต้องเป็นเราแหละ เราทำได้จริงๆ ไม่งั้นเขาไม่เลือกหรอก เลยมีแรงฮึดขึ้นมา

 

หลังจาก The Star คุณก็มีงานแสดงมาเรื่อยๆ ระหว่างทางก็ยังท้อแท้แบบนี้ไหม

ท้อแท้ตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการแล้วค่ะ เป็นคนท้อง่ายมาก ท้อแต่ไม่ถอยนะ ท้อๆ อยู่ แต่พอมีใครชวนว่าไปทำงานนี้ไหม เราก็ไป ตอนอยู่ The Star คนก็บอกว่าเกรซเป็นหญิงแกร่ง เข้มแข็ง ซึ่งเราไม่ได้เข้มแข็งนะ แต่เราก็ไม่ได้ถอย ไม่ได้เลิก ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ไม่ทำแล้ว เพราะเป็นคนขี้เหนียว เสียดาย เสียเวลาไปตั้งเยอะ
มีอะไรเข้ามาเลยทำหมด อย่างตอนช่วงแคสต์โฆษณา แคสต์ไป 50 ตัวกว่าจะได้ตัวแรก แต่พอได้ก็ได้มาเรื่อยๆ ทุกงานทำให้เราโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น ทุกอย่างที่ผ่านมาดีหมดเลย อย่างน้อยเราก็ได้ฝึกร้องเพลง
ได้ขึ้นเวที มีคนตั้งกี่คนที่ขึ้นเวทีแล้วยังสั่นอยู่เลย เราก็สั่นมากๆ เลย แต่ก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ กว่าตอนที่เรายังไม่ได้เริ่มทำ เราได้พัฒนาตัวเองจนมาเป็นเราในทุกวันนี้ และทำให้จู่ๆ ก็ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้


คุณกำลังเรียนปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ เคยคิดไหมว่าจะไม่อยู่ในวงการนี้ แล้วไปทำงานตามที่เรียนมาดีกว่า

คิดเรื่อยๆ ค่ะ เกรซว่าไม่ใช่เรื่องแปลก คนเราไม่มีใครทำงานจ๊อบเดียวแน่นอน เกรซเชื่อว่าคนที่ทำงานประจำทุกคนต้องแอบมีความคิดว่าเอ๊ะ หรือฉันจะขายของออนไลน์ดี เอ๊ะ เราทำอะไรได้อีกบ้าง ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสว่าจะมาเมื่อไร 


ตอนนี้คุณทำงานในวงการเพราะรักในการแสดง รักในการร้องเพลง หรือเพราะมีโอกาสเข้ามาก็เลยทำให้เต็มที่

มันแยกไม่ได้ว่าทำเพราะรักหรือโอกาส ทุกอย่างมันหลอมรวมกันเป็นเรา ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ โอกาสจะเข้ามา เราต้องสร้างเองด้วย มันเป็นสเต็ปที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่เราคิดจะก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงแล้ว