Always New - เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ

เวลา 10 กว่าปีของ ‘เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ’ ในฐานะนักร้องและนักแสดงที่เขาได้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง และมีผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บอดี้..ศพ#19 (2550), สุดเขตสเลดเป็ด(2553), รัก 7 ปี ดี 7 หน (2555) และล่าสุดกับบทบาท‘เสือใบ’ ในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ 2 (2561) ซึ่งไม่ว่าจะผ่านผลงานมากี่เรื่อง การแสดงของเขาก็ยังคงสดใหม่อยู่ทุกครั้ง  


ความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับผู้พันเบิร์ดและอนันดา 

สนุกมากเลยครับ ผมรอเล่นหนังเรื่องนี้มา 3 ปี ตั้งแต่ได้ไปปรากฏตัวในภาคแรกก็ตื่นเต้นมากแล้ว เตรียมตัวไว้หลายแบบมาก ได้ร่วมงานกับผู้พันเบิร์ดและอนันดาก็รู้สึกดีมาก ทั้งคู่มืออาชีพมากๆ 

กับบทบาทเสือใบในหนังเรื่อง ขุนพันธ์ 2 มีที่มาที่ไปอย่างไร  

เสือใบนี่มีหลายเวอร์ชั่นนะ ไม่เหมือนกับ ขุนพันธ์ ที่สืบสาวกลับไปได้ว่าคนนี้คือตัวจริง มีวีรกรรมอะไรบ้าง แต่สำหรับเสือใบเป็นเหมือนเรื่องเล่าต่อๆ กันมา ทำให้มันเพี้ยนไปบ้าง แต่สุดท้ายผมก็ได้อ่านหนังสือของวินทร์ เลียววาริณ ที่พูดถึงเสือใบและเสือฝ้าย ผมกับพี่โขมก็เลยเลือกเอาเวอร์ชั่นนี้มาตีความเป็นเสือใบใน ขุนพันธ์ 2

โดยในหนังเริ่มจากเสือใบในวัยเด็กที่ยังมาวิ่งเล่นในรังโจรของเสือฝ้าย พอโตขึ้นมาก็ออกมาใช้ชีวิตปกติ จนกระทั่งชีวิตพลิกผันทะเลาะกับทางราชการ ยิงคนในราชการตาย สูญเสียครอบครัว เงินทอง สุดท้ายเลยผันตัวเป็นโจร มาฝึกวิชาคาถาอาคมกับเสือฝ้าย แต่ในเรื่องเสือใบนี่เหมือนนกไร้ขา ลงหลักปักฐานไม่ได้เสียที เป็นคนเจ้าชู้ กะล่อน แต่ก็มีสาเหตุที่เขาเป็นแบบนี้นะ และเสือใบนี่ซ่ามาก อันตรายมาก แบบต่อหน้าพูดอีกอย่างลับหลังทำอีกอย่าง แต่ก็เป็นคนมีคุณธรรมในเรื่องของการดูแลคนที่โดนกดขี่ข่มเหง เสือใบเขาจะมีชุมโจรที่เขาคอยดูแล คอยส่งเด็กไปเรียนหนังสือ เพื่อไม่ให้โตมาต้องเป็นโจรเหมือนเขา หรือคนที่ไม่มีความรู้แล้วโดนราชการโกง เขาก็พยายามป้องกันไม่ให้เกิดอะไรอย่างนั้น

 แบบนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นตัวร้ายอย่างไม่เต็มปากเท่าไหร่ 

สมัยก่อนจะมีโจรแบบโรบินฮู้ดไงครับที่จะปล้นคนรวยช่วยเหลือคนจน ในยุคนั้นก็เหมือนจะเป็นจริงๆ เพราะฉะนั้นถามว่าตัวร้ายไหม ก็อาจจะไม่ใช่ตัวร้ายนัก เพราะว่าในแง่ของผู้รักษากฎหมายก็จะมองว่าเป็นผู้ร้าย แต่ในแง่ของชาวบ้านผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เสือใบกับเสือฝ้ายก็ไม่ได้ร้ายนักหรอก


อยากให้เล่าถึงการเตรียมตัวในการรับบทบาทเสือใบ 

ผมเตรียมตัวมานานมาก ผมฝึกควงปืนมาตั้งแต่ที่รู้ว่าได้รับบทนี้ คุณจะเห็นการควงปืนหลายแบบมาก แล้วก็จะได้เห็นการใช้ปืนลูกโม่แบบคนที่ใช้เป็น เพราะว่าเสือใบเป็นเสือปืนไวและเร็วที่สุด อาจจะไม่เท่า ขุนพันธ์ แต่เราตีความว่าในหมู่โจรเสือใบยิงไวที่สุด นอกจากเรื่องของปืนแล้วก็ขี่ม้า แล้วก็ฝึกวิธีการต่อสู้ ผมพยายามฝึกวิธีต่อสู้พวกปล้ำ หรือทุ่มอะไรแบบนี้

กลัวเรื่องอาถรรพ์หนังภาคต่อไหม

โห ผมว่าภาคนี้มันกว่าภาคแรกนะ (หัวเราะ) ภาคแรกนี่บู๊กันแบบเดือดมาก ผมดูแล้วแบบโอ้ยเหนื่อยแทน แค่ดูก็ยังเหนื่อยแทนเลย แต่ภาคนี้มันเหมือนกับพี่โขมเขาก็พัฒนา พี่อนันดาก็พัฒนา ทีมงานก็เข้าใจมากขึ้น เหมือนมันเป็นการเดินทางไปในเส้นตรงมากขึ้น ภาคที่แล้วทางแยกมันเยอะ แต่ภาคนี้ผมว่ามันเป็นเส้นตรงมากขึ้น แล้วตอนแรกได้ข่าวว่าภาคแรกเดือดกว่าภาคนี้มาก ผมเจอวันเดือดๆ อยู่ไม่กี่วัน แบบเป็นวันที่เหนื่อยจริงๆ ได้เจออยู่ไม่กี่วัน แต่พี่อนันดาบอกว่าถ้าเป็นภาคที่แล้ว มึงเจอวันแบบนี้ 5 วัน (หัวเราะ) ผมก็โอเค โชคดีแล้ว ส่วนกลัวอาถรรพ์ภาคต่อมั้ย ก็กลัวว่าคนจะไม่เข้าไปดูมากกว่า แต่ผมเชื่อว่าคนที่เข้าไปดูน่าจะมันครับ แล้วก็น่าจะมีความสุขมาก 

ยังรู้สึกใหม่กับวงการหนังอยู่ไหม

ใหม่ครับ (หัวเราะ) ยังรู้สึกใหม่เสมอ ยิ่งกับเรื่องนี้ใหม่มากครับ ผมรอเรื่องนี้มานานมาก นับเป็นโปรเจ็กต์หนึ่งในชีวิตผมเลยก็ว่าได้นะ เพราะผมไม่คิดว่าจะได้ขี่ม้า ยิงปืนภายใต้ลุคตี๋ๆ ในหนังเรื่องไหนอีก เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับผม เราพยายามจะพาตัวละครไปให้ได้ไกลกว่าที่พี่โขมดีไซน์ไว้ แล้วเราก็ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำด้วย

คิดว่าอะไรที่ทำให้คนไทยไม่อยากดูหนังแอ็กชั่นไทย

มันไม่สุดไง อย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคสองที่ระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำสะโตง โคตรมันเลยนะ โอ้โห เอาเลยพี่ ถ้าเอาเงินมาลงแล้วทำได้ขนาดนี้ ทำไปเลย ทำอีก มันเจ๋งมาก ถามว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วคนไม่ดูอะแปลก และเรื่องนี้ก็ได้ผลตอบรับดี โกยไปเป็นร้อยล้านเลย ถามว่าคนยังดูไหม ผมก็ยังดูนะถ้าทำดี 

อย่างที่พูดถึงเรื่องมาตรฐานของหนัง มาตรฐานหนังของเป้อยู่ตรงไหน

ถ้าพูดว่า ฉลาดเกมส์โกง คงไม่ใช่แล้วล่ะ มันเกินมาตรฐานไปไกล (หัวเราะ) คือ ฉลาดเกมส์โกง มันดีจนน่ากราบ หรืออันธพาล ของพี่โขมเองก็น่ากราบเหมือนกัน หรือแม้แต่ น้อง.พี่.ที่.รัก มันก็ดีเหมือนกัน อย่างหนังพี่ต้อม Samui Song อะไรอย่างนี้มันก็อยู่ในมาตรฐาน หรือแม้แต่ ดาวคะนอง ที่ผมเล่น ผมว่าน่าจะแถวๆ นั้นล่ะครับ 


อยู่ในวงการหนังมา 10 ปี แล้ว มองอุตสาหกรรมหนังไทยที่ผ่านมาว่ายังไงบ้าง

ผมมองในมุมของคนดูก็แล้วกันนะครับ ผมว่าคนที่ทำได้มาตรฐานมักจะได้รับผลตอบแทนที่ดี เราก็เลยจะเห็นคน
ที่ทำได้มาตรฐานเรื่อยๆ แต่มันมีน้อยไง ในขณะที่คนทำมาตรฐานดีบ้าง ไม่ดีบ้างมันก็ต้องรับกรรมกันไป แล้วกลายเป็นว่ามุมมองของวงการภาพยนตร์ไทยมันก็ไม่ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าคนสร้างที่ทำได้ดีตลอดก็ยังมีอยู่ เราก็รู้ว่าเป็นค่ายไหน ทำให้เขาก็ได้รับความน่าเชื่อถือ ผมก็เชื่อถือเขา ทุกคนก็เชื่อถือเขา ผมว่าถ้าสามารถทำให้หนังได้รับความน่าเชื่อถือแบบนี้ทุกค่าย มันก็จะดีเอง มันไปโทษใครไม่ได้

รีวิวชีวิตของเป้ อารักษ์ ช่วงนี้หน่อย

ตอนนี้ชีวิตของผมทุกอย่างเป็นเรื่องของการเล่นละครและภาพยนตร์นะ เหมือนกับว่าผมทำงานฟูลไทม์ในเรื่องของการแสดง คือไม่ได้มีชีวิตส่วนตัวเท่าไหร่ (หัวเราะ) 

ถ้าจะให้รีวิวชีวิตช่วงนี้ก็คือเป็นนักแสดงฟูลไทม์ เล่นเรื่องไหน รับบทเรื่องไหน ก็พยายามทำให้มันสมบทบาทกับเรื่องนั้น 

แล้วงานดนตรีล่ะ

ก็พักไว้ก่อนครับ แต่ก็มีทำโปรดิวซ์ให้นักร้องอยู่คนหนึ่ง เดี๋ยวรอฟัง จะออกมาเร็วๆ นี้ครับ แล้วก็ผมทำซาวด์แทร็กในเรื่องนี้ด้วย แต่งเพลงเกี่ยวกับแก๊งเสือ เพราะเสือใบในเรื่องเป็นนักดนตรีด้วย ได้พี่ฮิวโก้มาช่วยอีกแรง

หลังจากออกอัลบั้มในฐานะศิลปินเดี่ยว ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง 

ไม่รู้คนอื่นชอบรึเปล่า แต่ผมชอบนะ แล้วถ้าให้ผมให้รางวัลก็คงได้หลายรางวัล (หัวเราะ) มันก็เลยทำให้คิดว่า ถ้าเรามีโอกาสได้ทำเพลงอีกครั้ง เราก็อยากทำ คือถ้าเราเขียนเพลงไม่ได้เนี่ย เราคงไม่ทำต่อ แต่เราดันเขียนได้ มันก็เลยทำให้เราต้องทำต่อ


อยากลองเปลี่ยนจากศิลปินเดี่ยวไปทำงานเขียนเพลง เป็นโปรดิวเซอร์อะไรอย่างนี้ไหม

มันไม่ค่อยมีใครอยากร้องเพลงผม ไม่ใช่ไม่ค่อยหรอกไม่น่าจะมี ไม่งั้นก็ต้องร้องเอง เพราะเพลงมันร้องยาก

ในหนัง ขุนพันธ์ มีเรื่องเกี่ยวกับคาถาอาคมด้วย เป้เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ไหม

เชื่อมั้ยเหรอครับ ผมว่าอะไรที่เราศรัทธา วันหนึ่งมันก็จะกลายเป็นของที่มีค่าขึ้นมาเอง 

แล้วมีของขลังติดตัวบ้างไหม

ก็ได้รับของมาตอนเล่นเสือใบนี่แหละครับ เป็นพระที่มีผมของปู่ใบ ซึ่งเราก็ใส่อยู่ทุกวันนี้ แต่ว่าเราก็ไม่อยากให้มันดูงมงายมากนัก แต่ผมก็ใส่อยู่นะครับ (หัวเราะ) 

คิดถึงตอนที่ตัวเองไว้ผมยาวไหม

อยากกลับไปไว้ผมยาวแล้ว คือมันกลับมาเป็นช่วงๆ แต่เราเป็นนักแสดงเราก็ต้องรับผิดชอบในบทบาท พอบทนี้ผมมันต้องสั้น มันก็ต้องสั้นต่อไปเรื่อยๆ ส่วนตัวผมเองช่วงที่ตัดก็เพราะว่าอยากจะไปรับบทที่มันผมสั้น ถ้าเราจะไปรับบทนักธุรกิจหนุ่มแล้วเราผมยาว มันก็ไม่ถูก คือมันอาจจะถูกในบางแง่ที่เรามองแว้บเดียว แต่ในแง่อื่นแล้วผมสั้นมันก็ทำได้หลายบทบาท เช่นเดียวกับผมยาว ผมยาวก็ทำได้หลายบทบาทที่ผมสั้นทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมไว้ผมสั้นมาหลายปีแล้ว ก็อยากกลับไปผมยาวอีก แต่ไม่รู้จะมีโอกาสรึเปล่า เพราะมันก็จะมีละครหลายๆ เรื่องที่ต่อจากช่วงกรกฎาคมนี้ที่เราอาจจะได้ไปเล่น